xs
xsm
sm
md
lg

บล. โกลเบล็ก ให้กรอบดัชนี 1,800-1,837 จุด ยันกรณีชัตดาวน์สหรัฐฯ กดดันไม่มาก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


บล. โกลเบล็ก ให้กรอบดัชนี 1,800 -1,837 จุด มองกรณีชัตดาวน์สหรัฐฯ กดดันตลาดหุ้นไทยไม่มาก

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล. โกลเบล็ก (GBS) กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยเจอแรงกดดันช่วงสั้นจากที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่สามารถผลักดันกฎหมายร่างงบประมาณชั่วคราวให้เห็นชอบได้ ส่งผลให้มีการประกาศมีการปิดหน่วยงานรัฐบาลชั่วคราว หรือ “Government Shutdown” เป็นครั้งแรกภายใต้คณะการบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่เชื่อว่าจะมีการตกลงกันได้ในที่สุด และส่งกระทบตลาดหุ้นไทยไม่มากนัก

อนึ่ง ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ลงนามเพื่อบังคับใช้กฎหมายงบประมาณชั่วคราวเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐฯ (22 ม.ค.) ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดของภาวะการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา และยังเปิดทางให้หน่วยงานส่วนใหญ่ของรัฐบาลสหรัฐฯ สามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้งในวันนี้

น.ส.วิลาสินี กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ธนาคารขนาดใหญ่รายงานผลประกอบการปี 60 ต่ำกว่าคาดการณ์ของ Consensus เนื่องจากมีการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการใช้มาตรฐานบัญชี IFRS9 และที่สำคัญ fund flow มีความผันผวนมากขึ้น มีซื้อสุทธิสลับขายสุทธิในช่วง 1 เดือนย้อนหลัง ขายสุทธิ 2 พันล้านบาท

ทั้งนี้ มีปัจจัยบวกจากการรายงานตัวเลขการส่งออกในเดือน ธ.ค. 60 ของกระทรวงพาณิชย์ขยายตัว 8.6% การส่งออกทั้งปี 60 เติบโต 9.9% ซึ่งดีกว่าคาด และราคาน้ำมันทรงตัวที่ระดับสูงในรอบ 3 ปี ส่งผลบวกเชิงจิตวิทยาต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ช่วยพยุงดัชนี

ส่วนปัจจัยที่ยังต้องจับตาต่อเนื่อง คือ ในวันที่ 22-23 ม.ค. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะมีการประชุมนโยบายการเงิน และแถลงมติอัตราดอกเบี้ย และเปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 26 ม.ค. และสถาบัน ZEW จะเปิดเผยความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือน ม.ค. ของสหภาพยุโรป และเยอรมนี ส่วนในวันที่ 24 ม.ค. สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือน ม.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ วันที่ 25 ม.ค. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย สหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และวันที่ 26 ม.ค. สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2560

ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด ประเมินว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ 1,800-1,837 จุด แนะนำซื้อเก็งกำไร หุ้นที่มีปัจจัยบวก ชูหุ้น BDMS ได้ประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวอย่างมากหนุนการเติบโตของรายได้ผู้ป่วยชาวต่างชาติ ที่มีสัดส่วน 30% หุ้น CENTEL, ERW และ MINT ได้ประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือน ธ.ค. 60 ทำสถิติสูงสุดใหม่ของประเทศไทย และหุ้น AMATA, WHA ขานรับร่าง พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะเข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ราวเดือน ก.พ. นี้

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก กล่าวว่า จากเหตุการณ์ shutdown จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดการเงินทั้งตลาด โดยส่วนใหญ่ให้น้ำหนักว่าสหรัฐฯ จะตกอยู่ในภาวะ shutdown ในช่วงสั้น ๆ ไม่เกินสัปดาห์ เนื่องจากเชื่อว่า พรรคเดโมแครตต้องการสร้างฐานเสียงล่วงหน้าก่อนการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งหมด และ ส.ว. จำนวน 1 ใน 3 ของสภาในช่วงปลายปีนี้

นอกจากนี้ การเพิ่มเพดานหนี้จะเป็นประเด็นใหญ่ในเดือนหน้าที่จะเป็นจังหวะให้ทั้ง 2 พรรคจะเข้าสู่โต๊ะเจรจากันอย่างจริงจังมากกว่า ทำให้ราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ รวมถึงทองคำ ไม่ตอบสนองต่อการ shutdown เท่าใดนัก

อย่างไรก็ตาม การรีบาวนด์กลับของตลาด cryptocurrency แต่นักลงทุนยังตกอยู่ในภาวะสับสนต่อแนวโน้มราคา หลังจากที่ทางการเกาหลีใต้ และจีน ต่างออกมายืนกรานจะควบคุมการซื้อขายอย่างใกล้ชิด ราคาที่สวิงผันผวนของสกุลเงินดิจิทัล จึงเป็นบวกต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่สามารถพักเงินบางส่วนได้จนกว่าความปั่นป่วนในตลาดเงินดิจิทัล

ดังนั้น จึงประเมินกรอบการแกว่งตัวรายสัปดาห์ระหว่าง 1,310-1,350 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแนะนำให้เล่นรอบในกรอบดังกล่าว และเน้นปิดทำกำไรระยะสั้น เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน และควรจับตาผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น และยุโรป ที่มีโอกาสจะประกาศปรับวงเงินตามมาตรการ QE และการเปิดเผยตัวเลข GDP สหรัฐฯ ว่าจะขยายตัวได้ในระดับ 3% หรือไม่
กำลังโหลดความคิดเห็น...