xs
sm
md
lg

ดอลล์อ่อน ยูโรพุ่ง หนุนทองคำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ทองคำในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือน ม.ค.ปี 2018 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะปิดรายสัปดาห์ที่สิ้นสุดในวันที่ 12 ม.ค.ด้วยการปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน โดยราคาทองคำพุ่งขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง และปรับตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.ปี 2017 ที่ 1,331.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์

โดยปัจจัยที่เข้ามาหนุนราคาทองคำในระยะนี้ ได้แก่ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจในระยะนี้ที่อ่อนแอเกินคาด อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของสกุลเงินยูโรขานรับรายงานการประชุมประจำเดือน ธ.ค.ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งบ่งชี้ว่า ECB เตรียมจะลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และเตรียมจะถอนตัวจากการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ประกอบกับความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจประกาศนำสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลง NAFTA และรายงานข่าวจากบลูมเบิร์กที่ว่า เจ้าหน้าที่จีนเตรียมจะเสนอให้ทางการจีนชะลอ และยุติการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่กดดันสกุลเงินดอลลาร์ และหนุนราคาทองคำเพิ่มเติมอีกด้วย

นอกจากนี้ หากย้อนดูสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2003-2017 จะพบว่า เดือนมกราคมเป็นเดือนที่ราคาทองคำให้ผลตอบแทนอัตราที่แข็งแกร่งที่สุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.7% ในรายเดือน รองลงมาคือ เดือนสิงหาคม และพฤศจิกายน ที่ให้ผลตอบแทนราว 2.2% ในรายเดือน โดยคาดว่าราคาทองคำในเดือน ม.ค.ได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคำล่วงหน้าของชาวจีนเพื่อใช้ในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นเทศกาลซื้อทองคำที่ใหญ่ที่สุดที่มาจากผู้บริโภคเพียงรายเดียว และในระยะหลังถือเป็นแรงซื้อในปริมาณที่มากกว่าเทศกาล Diwali ของอินเดีย จึงเป็นสาเหตุแรกที่หนุนราคาทองคำในพุ่งขึ้นในเดือน ม.ค.

อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีถึงผลตอบแทนในอนาคต และจะเห็นได้ว่ารูปแบบการลงทุน หรือการเข้าซื้อทองคำของนักลงทุนทั่วโลกมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้น นักลงทุนทองคำชาวไทยจึงควรหมั่นติดตามข่าวสาร และปรับกลยุทธ์การลงทุนทองคำให้สอดคล้องต่อสถานการณ์อยู่เสมอ เพื่อให้ปีหน้า และปีต่อๆ ไปเป็นปีทองของการลงทุนทองคำ

วาย แอล จี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส
กำลังโหลดความคิดเห็น...