xs
sm
md
lg

จับตา CPI-PPI ชี้วัดเงินเฟ้อ หากแข็งแกร่ง ดบ.US อาจขึ้นไว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ทองคำยังเคลื่อนไหวในแดนบวก หลังดัชนีดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัว และได้รับแรงหนุุนจากท่าทีของธนาคารกลางยุโรปที่อาจคุมเข้มนโยบายการเงินเหมือนเฟด จับตาตัวเลข CPI และ PPI หากแข็งแกร่งจะส่งสัญญาณเกิดการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น ประเมินแนวต้านสำคัญ 1,337 เหรียญ/ออนซ์ หากไม่ผ่านแนะนำแบ่งทองคำออกขายเพื่อลดความเสี่ยงจากแรงเทขายทำกำไร

“วรุต รุ่งขำ” ผู้อเนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำในรช่วงที่ผ่านมาว่า ภาพรวมราคาทองคำมีการขยับขึ้นอย่างสดใส ทั้งนี้ ราคาทองคำได้รับแรงหนุนอย่างชัดเจนจากการร่วงลงของค่าเงินดัชนีดอลลาร์สหรัฐ หลังจากดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา มีการปรับฐานอ่อนตัวลงมาค่อนข้างมาก ทำให้นักลงทุนมีการปรับลดการถือครองลง ขณะเดียวกัน เมื่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงทำให้ราคาทองคำกลับมาเคลื่อนไหว และทรงตัวในระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง ขณะที่การแข็งค่าของสกุลเงินยูโร จากแนวโน้มที่ธนาคารกลางยูโรป (ECB) มีโอกาสที่จะคุมเข้มนโยบายทางการเงินตามธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรสกุลเงินยูโรเพิ่มเติม ซึ่งการที่สกุลเงินยูโรกลับมาแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 3 ปี เป็นปัจจัยตัวหนึงที่หนุนราคาทองคำเพิ่มเติมด้วย

สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตา อาจต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ และการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยง อย่างเช่น ตัวตลาดหุ้นดาวโจนส์ และตลาดหุ้นทั่วโลก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าลง แต่ว่าตัวตลาดหุ้นโดยเฉพาะดาวโจนส์มีการทะยานขึ้นสร้างระดับสูงสุดครั้งใหม่เป็นประวัติการณ์ ซึ่งสถานการณ์ หรือปัจจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า มีเม็ดเงินบางส่วนไหลเข้ามาในสินทรัพย์เสี่ยงจนทำให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกลดความน่าสนใจลง และมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเมื่อราคามีการขยับขึ้น

โดยนักลงทุนสามารถติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ เพื่อคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มเศรษฐกิจ และคาดการณ์การดำเนินการนโยบายทางการเงินในฝั่งสหรัฐฯ เพิ่มเติม เช่น มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนธันวาคม จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานประจำสัปดาห์ และการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และตัวเลขผู้ค้าปลีก ซึ่งตัวเลขของ CPI และ PPI จะเป็นตัวเลขในการวัดมาตรเงินเฟ้อ ซึ่งหากตัวเลขทั้ง 2 ตัวยังคงอยู่ในทิศทางที่แข็งแกร่งอาจจะเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่จะทำให้เฟดสามารถคุมเข้มนโยบายทางการเงิน หรือปรับอัตราดอกเบี้ยได้เร็วกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ซึ่งอาจจะกลับมาส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน ถึงแม้แนวโน้มราคาทองคำในระยะสั้นยังคงเป็นบวก และราคายังคงมีการขยับขึ้นได้ต่อ แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องระวังแรงขายทำกำไรที่สลับออกมาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากทิศทางราคาทองคำมีการปรับ หรือขยับขึ้นมาค่อนข้างมาก ทั้งนี้ ในส่วนของแนวต้านให้ไว้ในบริเวณ 1,328-1,337 เหรียญ/ออนซ์ ซึ่งในส่วนของราคา 1,337 เหรียญ/ออนซ์ จะต้องระวังในส่วนของแรงขายทำกำไรมากขึ้น หากราคายังไม่สามารถยืน หรือผ่านแนวรับโซนดังกล่าว แนะนำว่าอาจแบ่งทองคำออกขายบางส่วนเพื่อรอตัวการอ่อนตัวลงมาของราคาทองคำ และหากราคามีการอ่อนตัว หรือปรับฐานลงมาก่อนอาจมีการเข้าซื้อในโซน 1,311-1,302 เหรียญ/ออนซ์

“โดยรวมหากราคาไม่หลุดโซน 1,302 เหรียญ/ออนซ์ แนวโน้ม หรือโมเมนตัมของราคาทองคำยังคงเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน อาจจะจับตาดูการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท จากค่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงที่ผ่านมาถือว่าเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่กดดันการขยับขึ้นของราคาทองคำในประเทศให้น้อยกว่าราคาทองคำในต่างประเทศ”

กำลังโหลดความคิดเห็น...