xs
xsm
sm
md
lg

ดาวโจนส์ ปิดพุ่ง 103.97 จุด ขานรับ GDP สหรัฐฯ ขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (29 พ.ย.) โดยดาวโจนส์ปิดทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ขานรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3 ของสหรัฐฯ ที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร และกลุ่มอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ปิดร่วงลง เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้นเฟซบุ๊ก แอปเปิล และอัลฟาเบ็ท ปิดตลาดในแดนลบถ้วหน้า

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 23,940.68 จุด พุ่งขึ้น 103.97 จุด หรือ +0.44% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,626.07 จุด ลดลง 0.97 จุด หรือ -0.04% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,824.39 จุด ลดลง 87.97 จุด หรือ -1.27%

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของ GDP ประจำไตรมาส 3 โดยระบุว่า GDP ขยายตัว 3.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี นอกจากนี้ ยังสูงกว่าตัวเลขตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 3.0% และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.2%

ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2557 ที่ GDP สหรัฐฯ เติบโตในระดับ 3% หรือมากกว่า เป็นเวลา 2 ไตรมาสติดต่อกัน โดยปัจจัยที่ช่วยหนุน GDP ให้ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 นั้น มาจากการเพิ่มขึ้นของการลงทุนในสต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ รวมทั้งการใช้จ่ายในภาครัฐ แม้ว่าผู้บริโภคได้ชะลอการใช้จ่าย

หุ้นกลุ่มธนาคาร ดีดตัวขึ้น โดยดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น 1.8% ขณะที่หุ้นเจพีมอร์แกน พุ่งขึ้น 2.3% และหุ้นเวลส์ ฟาร์โก ปรับขึ้น 2%

หุ้นกลุ่มอุตสหกรรม ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยดัชนีหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้น 0.9% ขณะที่หุ้นยูเนียน แปซิฟิก, หุ้นยูพีเอส และหุ้นเซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส ต่างก็ปิดพุ่งขึ้นกว่า 1%

หุ้นชิโปเล่ เม็กซิกัน กริลล์ แบรนด์ร้านอาหารเม็กซิกันชื่อดัง พุ่งขึ้น 5.6% หลังจากบริษัทประกาศสรรหาซีอีโอคนใหม่ โดยก่อนหน้านี้ ชิโปเล่ได้เปิดเผยรายได้ในไตรมาส 3 ที่ระดับ 1.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งแม้ว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่ระดับ 1.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ปิดตลาดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้นเฟซบุ๊ก ร่วงลง 4% หุ้นอเมซอนดอทคอม ดิ่งลง 2.7% หุ้นแอปเปิล ร่วงลงกว่า 2% หุ้นเน็ทฟลิกซ์ ดิ่งลง 5.5% และหุ้นอัลฟาเบ็ท ร่วงลงกว่า 2%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ที่ตลาดจับตานั้น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต หรือ “Beige Book” เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวเล็กน้อยจนถึงปานกลางในช่วงเดือน ต.ค. จนถึงกลางเดือน พ.ย. ขณะที่เศรษฐกิจในหลาย ๆ เขตมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นเล็กน้อย ส่วนแรงกดดันด้านราคานั้น ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เดือน ต.ค. โดยเขตส่วนใหญ่รายงานว่า ราคาขายสินค้าปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับแรงงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทางด้านนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดได้แถลงมุมมองทางเศรษฐกิจต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ขยายตัวในวงกว้าง และหากมีการปรับนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เศรษฐกิจก็จะยังคงมีการขยายตัว ขณะที่ตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ นางเยลเลน ยังได้กล่าวสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นักลงทุนยังคงจับตาวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดโหวตร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ หลังจากคณะกรรมาธิการด้านงบประมาณของวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 12 ต่อ 11 อนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของพรรครีพับลิกัน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนที่ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกส่งให้กับวุฒิสภาเต็มคณะทำการพิจารณาเป็นลำดับต่อไปในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ต.ค., ดัชนีภาคการผลิตเดือน พ.ย. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือน ต.ค.
กำลังโหลดความคิดเห็น...