xs
xsm
sm
md
lg

แสนสิริ ผนึกโตคิว กรุ๊ปประเดิมโครงการแรก “ทากะ เฮาส์”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

อุทัย อุทัยแสงสุข
แสนสิริ ผนึกโตคิว กรุ๊ป เปิดตัวโครงการร่วมทุนโครงการแรก “ทากะ เฮาส์” เอกมัย 12 มูลค่า 2,000 ล้านบาท เล็งเปิดขายพร้อมกัน 6 ประเทศในวันที่ 16-17 ก.ย. นี้ เดินหน้าเปิดอีก 13 โครงการ มูลค่า 3.4 หมื่นล้านบาท หวังดันยอดขายทั้งปีตามเป้า 4 หมื่นล้านบาท

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวโครงการร่วมทุนระหว่างบริษัท โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น เป็นโครงการแรก “taka HAUS” (ทากะ เฮาส์) ซ. เอกมัย 12 ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 269 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท พัฒนาภายใต้บริษัท สิริ ทีเค วัน โดยบริษัทเตรียมขายอย่างเป็นทางการพร้อมกันใน 6 ประเทศ ไทย, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, จีน, สิงคโปร์ และไต้หวัน ในวันที่ 16-17 กันยายนนี้ ในราคาเริ่มต้น 4.49 ล้านบาท พร้อมโปรโมชั่นในช่วงพรีเซลรับส่วนลดสูงสุดกว่า 50,000 บาท พร้อมลุ้นทริปไปฮาวาย และสกีรีสอร์ต

“บริษัทตั้งเป้าปิดยอดขายโครงการ ทากะ เฮาส์ ในช่วง Presale มากกว่า 50% หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับยอดขายโครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ ซึ่งทำได้แล้ว 11,800 ล้านบาท บริษัทจะสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 12,800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50% จากเป้าหมายยอดขายคอนโดมิเนียมที่วางไว้ 25,000 ล้านบาท บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมาย” นายอุทัย กล่าว
ทากะ เฮาส์
สำหรับยอดขายรวมทั้งโครงการแนวราบ และคอนโดมิเนียม ของบริษัทในปัจจุบัน อยู่ที่ 25,000 ล้านบาท จากเป้าหมายยอดขายทั้งปี 40,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายดังกล่าว โดยบริษัทยังมีโครงการที่จะเปิดใหม่อีก 13 โครงการ มูลค่ารวม 34,500 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 19,100 ล้านบาท, บ้านเดี่ยว 7 โครงการ มูลค่า 14,600 ล้านบาท และโครงการทาวน์เฮาส์ 1 โครงการ มูลค่า 800 ล้านบาท ซึ่งจะมาช่วยสนับสนุนยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4/60 ที่จะมีการเปิดขายโครงการเป็นส่วนใหญ่

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมียอดขายจากลูกค้าชาวต่างชาติที่เข้ามาช่วยเพิ่มยอดขายในปีนี้เพิ่มขึ้น โดยในช่วงที่ผ่านมา บริษัทได้ไปเปิดตลาดลูกค้าในภูมิภาคเอเชียในประเทศสิงคโปร์, ฮ่องกง, จีน, ญี่ปุ่น และไต้หวัน ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี แนวโน้มยอดขายจากลูกค้าชาวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอดขายจากลูกค้าชาวต่างชาติแล้ว 4,800 ล้านบาท จากที่ปี 2559 มียอดขายที่ 5,400 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดขายจากลูกค้าชาวต่างชาติได้ตามเป้าหมาย 8,500 ล้านบาท

ส่วนรายได้คาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้เช่นเดียวกันที่ 32,000 ล้านบาท โดยมาจากการขายโครงการ 28,000 ล้านบาท และอีก 4,000 ล้านบาทมาจากบริษัทย่อย ในไตรมาส 4/60 จะเป็นไตรมาสที่มีรายได้มากที่สุด เพราะมีการโอนคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มีมูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ The Line จตุจักร ที่มีมูลค่า 6,000 ล้านบาท, โครงการโมบิ เฮาส์ สุขุมวิท 77 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท และโครงการเดอะโมโนเม้นท์ สนามเป้า มูลค่า 2,000 ล้านบาท ส่วนงบซื้อที่ดินในปีนี้บริษัทตั้งไว้ 13,000 ล้านบาท ปัจจุบันใช้ไปแล้ว 8,000 ล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทมีที่ดินในมือ (Land Bank) ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และรองรับการพัฒนาโครงการในช่วง 3-3.5 ปีข้างหน้า




กำลังโหลดความคิดเห็น...