xs
xsm
sm
md
lg

ไตรมาส 2/60 อสังหาฯ ยอดขาย-กำไรหด “กลุ่มเจริญ” โตสวนตลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


สถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีแรกยังทรง ๆ ผู้ประกอบการแจงผลดำเนินงานไตรมาส 2/60 ยอดขายลด-รายได้หดตัวแทบทุกราย เหตุขายขาย-ยอดโอนยังอืด เผยกลุ่มเจริญ “ยูนิเวนเจอร์-แผ่นดินทอง” ยอดขาย-กำไรโตสวนทางตลาด ด้านโฮมโปรฯ ยอดขาย-รายได้ยังโตต่อเนื่อง จากการเติบโตจากสาขาใหม่ ทั้งธุรกิจโฮมโปร เมกา โฮม และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย สวนทางกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่ยังทรงตัวตามตลาดอสังหาฯ

รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) เผยว่าไตรมาส 2 บริษัทมีผลดำเนินงานกำไรสุทธิ 1.27 ล้านบาท เทียบกับปี 59 ซึ่งมีผลการดำเนินงานกำไรสุทธิ 33.45 ล้านบาท หรือมีกำไรลดลงร้อยละ 96.20 เนื่องจาก รายได้รวมลดล 358.39 ล้านบาท จากไตรมาส 2 ปี 59 ซึ่งมีรายได้รวม 477.54 ล้านบาท โดยลดลง 119.15 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 24.95 เนื่องจากรายได้จากการขายลดลง 119.78 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 25.50

สำหรับงวด 6 เดือน มีผลกำไรสุทธิ 6.58 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 2 ปี 59 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 21.19 ล้านบาท หรือมีผลกำไรสุทธิลดลง 14.61 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 68.95 โดยมีรายได้รวม 719.45 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 2 ปี 59 ซึ่งมีรายได้รวม 803.74 ล้านบาท ลดลง 84.29 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 10.49 เนื่องจากรายได้จากการขายลดลง 79.55 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 10.15

ด้านบริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 875.98 ล้านบาท ลดลง 17.80 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 0.02 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีรายได้รวม 893.78 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาฯ 52.00 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้จากการรับรู้รายได้ค่าปรับงานล่าช้าจากผู้รับเหมาที่ส่งงานล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้มีกำไรสุทธิ 155.37 ล้านบาทเพิ่มจากปีก่อนหน้าที่มีกำไร 117.40 ล้านบาท หรือมีกำไรเพิ่มขึ้น 37.97 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.34 สำหรับรอบ 6 เดือนแรก บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,467.88 ล้านบาท ลดลง 64.41 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 4.20 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีรายได้รวม 1,532.29 ล้านบาท

บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ในไตรมาส 2/60 บริษัทมีผลกำไรจากการดำเนินงานลดลง จำนวน 119 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13 และ 210 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ โดยในไตรามาส 2 มีรายได้รวม 4,485 ล้านบาท ลดลง 1,037 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 19 จากไตรมาส 2 ปี 59 ที่มีรายได้รวม 5,522 ล้านบาท

ส่วนรายได้สะสม 6 เดือนของปี 60 มีรายได้ 7,986 ล้านบาท เทียบกับรายได้รวมในไตรมาสเดียวกันของปี 59 ซึ่งมีรายได้รวม 10,776 ล้านบาท มีรายได้ลดลง 2,790 ล้านบาท คิดเป็นลดลงร้อยละ 26 เนื่องจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์สำหรับไตรมาส 2 และยอดสะสม 6 เดือนของปี 60 ลดลง 1,085 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 21 และ 2,856 ล้านบาท คิดเป็นลดลงร้อยละ 28 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ เนื่องจากรายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดินสำหรับไตรมาส 2 และยอดสะสม 6 เดือนของปี 60 ลดลง 283 ล้านบาท คิดเป็นลดลงร้อยละ 7 และ 1,438 ล้านบาท คิดเป็นลดลงร้อยละ 18 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ

สำหรับรายได้จากการขายคอนโดมิเนียมในไตรมาส 2 และยอดสะสม 6 เดือนของปี60 ลดลง 802 ล้านบาท คิดเป็นลดลงร้อยละ 65 และ 1,418 ล้านบาท คิดเป็นลดลงร้อยละ 63 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์สะสม 6 เดือนของปี 60 ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปี 59 มีมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลในการลดค่าธรรมเนียมโอน และค่าจดจำนอง

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ในไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ เท่ากับ 5,908.93 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 319.28 ล้านบาท คิดเป็นลดลงร้อยละ 5 แบ่งเป็นรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและทาวน์เฮาส์ ร้อยละ 55 และที่เหลือร้อยละ 45 เป็นรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ อาคารชุด สาเหตุหลักที่รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ลดลง เนื่องจากเดือนเมษายน 59 อยู่ในช่วงที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์โดยลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ จากร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 0.01 ทําให้ลูกค้าเร่งโอนกรรมสิทธิ์เร็วขึ้น

โดยในไตรมาสนี้บริษัทมีกําไรสุทธิ 1,328.35 ล้านบาท ลดลง 106.85 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนหรือลดลงร้อยละ 7 โดยรายได้มาจากรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ลดลง และค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่มีมาตรการจากรัฐเข้ามาช่วงเช่นปีที่ผ่านมา ทำให้ในไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ 9,549.08 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 2,809.86 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 23

ทั้งนี้ สามารถแบ่งเป็นรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและทาวน์เฮาส์ ร้อยละ 57 และที่เหลือร้อยละ 43 เป็นรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุด สำหรับสาเหตุที่รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ลดลง เนื่องจากโครงการอาคารชุดส่วนใหญ่ที่ครบกําหนดโอนในปี 60 จะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 และ 4 ปี 60 จากเหตุผลตามที่กล่าวข้างต้น ทําให้ผลประกอบการสําหรับงวดครึ่งปีแรกของปีนี้กําไรสุทธิ ลดลงเป็น 2,014.86 ล้านบาท ขณะที่ในงวดเดียวกันของปีก่อน เท่ากับ 2,831.84 ล้านบาท ลดลง 816.98 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลงร้อยละ 29

กลุ่ม “เจริญ” ยอดขาย-กำไรโตสวนทางตลาด

ด้านบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV มีรายได้รวมในไตรมาส 2/60 มีรายได้จากสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจากโครงการแนวสูง และโครงการแนวราบ รวม 3,473.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 243.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 8 จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 365.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรปีก่อน 55.5 ล้านบาทหรือร้อยละ 18 โดยเป็นกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทฯ 199.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 27 จากงวดเดียวกันปีก่อน

โดยมีสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้และผลกำไรปรับเพิ่มขึ้นจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับบริษัทสามารถบริหารต้นทุนขาย บริการ และให้เช่า ได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 28 จากที่งวดเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ร้อยละ 26

ขณะที่บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์จํากัด (มหาชน) แจ้งว่า ผลการดําเนินงานในไตรมาส 2/60 บริษัทฯ รายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 มีกําไรสุทธิ จํานวน 291.06 ล้านบาท ลดลง 66.48 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 18.6 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และกําไรสุทธิ สําหรับงวด 6 เดือน บริษัทมีรายได้รวม 594.07 ล้าน เพิ่มขึ้น 37.85 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 จากงวดเดียวกันของปี 59 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายอสังหาฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในงวด 6 เดือนของปี 60 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ จํานวน 183.18 ล้านบาท จากกําไรก่อนภาษีที่ 777.24 ล้านบาท และคํานวณอัตราภาษีเงินได้ได้อัตราร้อยละ 23.6 เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 149.83 ล้านบาท จากกําไรก่อนภาษีเงินได้ที่ 706.04 ล้านบาท คิดเป็น อัตราภาษีเงินได้ ร้อยละ 21.2 จากผลการดําเนินงานที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้มีผลกําไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จํานวน 294.21 ล้านบาท ในขณะที่งวด 3 เดือนแรกปี 60 มีผลกําไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จํานวน 599.07 ล้านบาท

รายได้โฮมโปรฯ พุ่ง-วัสดุฯ กำไรหด

ด้านบริษัท โฮมโปรกัดส์ จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ในไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้จากการขาย จำนวน 14,802.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175.93 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.20 ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตจากสาขาใหม่ ทั้งธุรกิจโฮมโปร เมกา โฮม และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย และมีรายได้ค่าเช่าและบริการ จำนวน 417.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.28 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.28 เป็นผลมาจากรายได้ค่าเช่าที่สูงขึ้นจากพื้นที่ให้เช่าเพิ่มเติมของสาขาที่เปิดใหม่ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีก่อน ขณะเดียวกัน มีรายได้อื่น 554.09 ล้านบาท ลดลง 42.95 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 7.19 จากการปรับแผนเลื่อนกิจกรรมทางตลาดที่ร่วมกับคู่ค้าไปในครึ่งปีหลัง

กำไรขั้นต้น จำนวน 3,847.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132.44 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.56 เมื่อเทียบกับปีก่อนสำหรับอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 25.40% ในปีก่อน มาอยู่ที่ร้อยละ 25.99 โดยเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนของส่วนผสมสินค้ามีไว้เพื่อขายทั้งกลุ่มสินค้าทั่วไป และกลุ่มสินค้า Direct Sourcing การวางแผนการจัดซื้อสินค้า รวมถึงธุรกิจเมกา โฮม ที่มีอัตราการทำกำไรที่ดีขึ้น จากการได้ผลประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาดมากขึ้น ทำให้ในไตรมาสนี้บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิ 1,131.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140.53 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.19 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ไตรมาส 2/60 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 609 ล้านบาท ลดลง 66 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 10 จากงวดเดียวกันของปี 59 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และอัตรากำไรต้นลดลงร้อยละ 4 จากการแข่งขันที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้อื่น ๆ ลดลง 66 ล้านบาท ขณะที่ช่วงเดียวกันของปี 59 บริษัทมีการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม 37 ล้านบาท ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการชขายและการบริหาร ลดลง 2 ล้านบาท และภาษีเงินได้ลดลง 19 ล้านบาท มีผลให้ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 16 ล้านบาท ลดลง 80 ล้านบาท เมื่อเทียบไตรมาส 2 ปี 59

ขณะที่รายได้รวม 6 เดือน อยู่ที่ 1,284 ล้านบาท ลดลงจาก 6 เดือนแรกของปี 59 จำนวน 142 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 10 และมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลง ร้อยละ 2 ขณะที่รายได้อื่น ๆ ลดลง 61 ล้านบาท เนื่องจากในปี 59 มีการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม 37 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินลดลง 2 ล้านบาท ภาษีรายได้ลดลง 22 ล้านบาท ทำให้ในไตรมาสนี้มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้น 4 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 92 ล้านบาท

ด้านบริษัท โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม จํากัด (มหาชน) รายงานว่า ผลการดําเนินงานไตรมาส 2 ประจําปี 60 บริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 79.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 50 จาก 159.6 ล้านบาท เป็น 239.4 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายส่วนใหญ่เป็นยอดขายเหมาเทคลังให้กับ บริษัท ไดนาสตี เซรามิค จํากัด (มหาชน) ในเดือนเมษายน 142 ล้านบาท และการขายสินค้าที่ผลิตได้ในแต่ละวันเป็นมูลค่า 86 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 228 ล้านบาท

ขณะที่กําไรขั้นต้นลดลง ร้อยละ 134 จากร้อยละ 26 เป็นร้อยละ 6 เนื่องจากการลดราคาขายสินค้าเหมาเทคลังให้กับ DCC เมื่อเดือนเมษายน 60 โดยราคาขายเฉลี่ยเท่ากับ 79 บาทต่อ ตร.ม. ขณะที่ต้นทุนขายเฉลี่ยอยู่ที่ 172 บาทต่อ ตร.ม. ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27 เนื่องจากบริษัทฯ ได้ลดค่าใช้จ่ายโดยการยกเลิกสัญญา และค่าใช้จ่ายที่ไม่จําเป็น เช่น สัญญาเช่ารถ และลดกําลังพลโดยการเลิกจ้างพนักงานบางส่วน ซึ่งเป็นผลจากการที่ทีมบริหาร DCC เข้ามาช่วยบริหารจัดการให้ จากเหตุผลข้างต้น ทําให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิหลังภาษี 29 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 24 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 59


กำลังโหลดความคิดเห็น...