xs
xsm
sm
md
lg

นักวิเคราะห์เตือนเดือน พ.ค.ดัชนีดิ่งลึกที่สุดของปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราห์ ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ “Sell in May” โดยสถิติย้อนหลัง 5 ปี บ่งชี้ให้เห็นว่า เดือน พ.ค. เป็นเดือนที่ SET Index มักจะปรับตัวลดลงมากที่สุดเฉลี่ยถึง 1.97% จากปัจจัยหลักๆ อยู่ 3 ปัจจัย

1.เดือน พ.ค. เป็นช่วงประกาศงบบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรก ซึ่งจะมีนักลงทุนบางส่วนเข้าไปเก็งกำไร และหลังประกาศงบก็จะขายทำกำไรออกมา หรือที่เรียกกันว่า “Sell on fact”

2.เดือน พ.ค. ยังอยู่ในช่วงเทศกาลของการประกาศจ่ายเงินปันผล (ในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 2560) โดยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ จะทยอยประกาศจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น

โดยหุ้นมักจะปรับตัวลดลงตามเม็ดเงินปันผลที่จ่ายในวันขึ้นเครื่องหมาย XD ซึ่งในเดือน พ.ค.2560 มีบริษัทที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ถึงบริษัท และกดดันให้ SET Index ปรับตัวลดลงถึง 6 จุด (ตามคาดการณ์ของ Bloomberg)

3.จากสถิติย้อนหลัง 5 ปี พบว่า ต่างชาติขายสุทธิเฉลี่ยหุ้นไทยในเดือนนี้สูงถึง 9.55 พันล้านบาท และเป็นการขายสุทธิถึง 4 ใน 5 ปี

          “ตราบใดที่ตลาดหุ้นไทยยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่หนุน และยังถูกกดดันจากปัจจัยดังกล่าว กลยุทธ์การลงทุนควรพิถีพิถันในการเลือกหุ้น โดยฝ่ายวิจัยแนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีโอกาส Turn around ในปีนี้ เช่น RS, JWD และ PER ต่ำ&เงินปันผลสูง เช่น IRPC, THANI, QH” บทวิเคราะห์ระบุ

ขณะที่ฝ่ายวิจัย บล.กิสกรไทย ระบุ ตลาดหุ้นโลกเริ่มผ่อนคลายความกังวลกรณีฝรั่งเศสออกจากสหภาพยุโรปลงไปมากแล้ว จึงมีโอกาสถูกขายทำกำไรในช่วงสั้น กดดันมายังให้ตลาดหุ้นไทย ที่นักลงทุนยังรอความชัดเจนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FOME ซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันนี้

        “ภาพรวมของการลงทุนยังคงเหงียบเหงา ตลาดอยู่ในช่วงชะลอการลงทุน และรอปัจจัยต่างๆ ให้ชัดเจน ทั้งการประชุม FOMC ถัดจากนั้น 5 พ.ค.60 การรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร ที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.9 แสนตำแหน่ง และอัตราว่างงาน ซึ่งตลาดคาดไว้ที่ 4.6% อีกทั้งวันที่ 7 พ.ค.การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส รอบที่ 2” รายงานระบุ

ฝ่ายวิจัย บล.กสิกร คาดสัปดาห์นี้ดัชนีหุ้นไทยน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,560-1,570 จุด โดยดัชนียังไม่น่าที่จะเกิดการปรับลงรุนแรงในช่วงนี้ เนื่องจากตลาดยังมีแรงซื้อบางส่วนเพื่อเก็งงบ อีกทั้งนักลงทุนน่าจะเลือกถือหุ้นเพื่อไปลุ้นผลประกอบการที่จะมีการแห่ประกาศกันเป็นจำนวนมากในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะวันที่ 12 และ 15 พ.ค.60 จึงแนะนำเลือกกลุ่มหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการจะออกมาโดดเด่น เช่น SAWAD LH GLOBAL และ KCE เป็น Top Pick และยังคงถือ IVL PTTEP PTT BANPU และ STEC CK ต่อเนื่อง
กำลังโหลดความคิดเห็น...