xs
xsm
sm
md
lg

“ดุสิตธานี” ผนึก CPN ปั้นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ จับตา “เจริญ” พลิกเกมที่ดินเตรียมทหาร!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

โรงแรมดุสิตธานี
ยังคงเป็นเรื่องโจษจันไม่จางสำหรับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบผสมขนาดใหญ่ (Mixed-Use) มูลค่า 3.67 หมื่นล้านบาท ของกลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะประกอบไปด้วย 4 โครงการ คือ โรงแรม อาคารที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก โดยมุ่งเน้นในเรื่องการมอบพื้นที่สีเขียวให้โครงการ

นั่นเพราะ...พื้นที่การพัฒนาโครงการดังกล่าว คือ ที่ตั้งของ “โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ” จำนวน 19 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนสีลม และถนนพระราม 4 ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งล่าสุด บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เพิ่งดำเนินการเรื่องการลงนามสัญญากับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อต่อสัญญาการเช่าที่ดินดังกล่าวต่อไปอีก 30 ปี และได้รับสิทธิในการเช่าที่ดินต่อเนื่องอีก 30 ปี โดยให้ระยะเวลาก่อสร้างอีก 7 ปี รวมเป็นทั้งหมด 67 ปี ขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ยังให้โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เช่าที่ดินเพิ่มจาก 19 ไร่ เป็น 24 ไร่ !

จึงมิใช่เรื่องแปลกที่การพัฒนาโครงการนี้จะเป็นที่สนใจของสังคมด้วยนานาคำถามว่า...จะมีการยุบรื้อโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ หรือไม่? โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ จะยังคงอยู่ไหม? โครงการใหม่จะอยู่ภายใต้แบรนด์ใดระหว่าง “เซ็นทรัล” กับ “ดุสิตธานี” ? ฯลฯ

จนถึงวันนี้แม้ผู้บริหารทั้ง 2 ฝ่ายยังมิปริปากถึงรายละเอียดของโครงการดังกล่าวจนกว่าจะถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2560 ซึ่งจะมีการแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่คำตอบที่ชัดเจนจากฝั่ง “ดุสิตธานี” ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของโครงการด้วยสัดส่วน 60% ย้ำชัดว่า ชื่อของ “ดุสิตธานี” จะยังคงเป็นแบรนด์หลักของโครงการ ซึ่งตั้งเป้าหมายขั้นสูงสุดว่าจะทำให้โครงการนี้กลับมาเป็น “ผู้นำย่านค้าปลีก และ CBD ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ตลอดแนวถนนพระราม 4” หลังจากที่ต้องเสียแชมป์ให้ย่านราชประสงค์มาหลายปี!

เหตุผลหนึ่ง คือ การร่วมมือกับ “กลุ่มเซ็นทรัล” เป็นเสมือนการผนึกความแกร่งระหว่างผู้นำด้านการบริหารการจัดการโรงแรม-ค้าปลีก-การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งยังมีข้อได้เปรียบของโครงการฯ ซึ่งอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางด้วยทางเข้าออกถึง 3 ถนน ได้แก่ ถนนพระราม 4 ถนนสีลม และถนนสาทร (ทะลุผ่านซอยศาลาแดง)

ว่ากันถึงรายละเอียดของโครงการนี้สำหรับฝั่งผู้นำด้านค้าปลีก คือ “กลุ่มเซ็นทรัล” คงมิใช่เรื่องเหนือความคาดหมายเท่าใดนัก เพราะแต่ละปีมีการใช้เงินลงทุนพัฒนา และขยายสาขาใหม่เป็นจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในปี 2560 CEO ใหญ่ “ทศ จิราธิวัฒน์” ประกาศชัดว่า จะใช้เม็ดเงินถึง 45,534 ล้านบาท ในการสร้างอาคารและอสังหาริมทรัพย์ โดยวางเป้าหมายรายได้รวม 382,200 ล้านบาท!

ขณะที่ “กลุ่มดุสิตธานี” ซึ่งกำลังจะฉลองครบรอบ 48 ขวบปี ในด้านการเชี่ยวชาญบริหารจัดการโรงแรมภายใต้ 4 แบรนด์หลัก คือ ดุสิตธานี, ดุสิตดีทู, ดุสิตปริ๊นเซส และดุสิตเดวาราณา กลับมีความแยบคายมากกว่านัก เพราะจากปัจจุบันที่มีการลงทุนเอง 10 แห่ง และรับบริหารจัดการ 19 แห่ง รวมเป็น 29 แห่ง ตั้งเป้าหมายชัดเจนว่า ภายใน 3 ปีจะมีโรงแรมในเครือ 46 แห่งใน 21 ประเทศครอบคลุมทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกา

ประการสำคัญคือยังคงใช้ “ดุสิตธานี” เป็นแบรนด์หลักในการชูธงรบในตลาด! แม้จะมีแผนเปิดแฟรนไชส์การบริหารจัดการโรงแรม “ดุสิตปริ๊นเซส” อย่างน้อย 1 แห่งในปี 2560 เพื่อรองรับกลุ่มนักเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะ รวมถึงการเข้าไปถือหุ้น 9% ในบริษัทสตาร์ทอัปอย่าง “เฟฟสเตย์” (Favstay) ซึ่งให้บริการด้านที่พักในรูปแบบใกล้เคียงกับ Airbnb ในด้านการให้บริหารที่พักด้วยการใช้ห้องส่วนตัวให้บริการ

แต่สิ่งที่ “กลุ่มดุสิตธานี” ย้ำนักย้ำหนา คือ “ไม่เคยมีนโยบายปลดพนักงาน” สำหรับการพัฒนาโครงการนี้แต่อย่างใด เพราะหลังจากที่รื้อถอนโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2561 แล้ว พนักงานทุกคนยังจะมีงานทำเหมือนเดิม แต่จะกระจายไปทำงานยังส่วนต่างๆ แทน...ที่สำคัญหลังจากเปิดโครงการฯ ใหม่ ซึ่งคาดว่าจะไม่เกินปี 2565 จะมีการเพิ่มพนักงานจากปัจจุบัน 6 พันคนเป็น 1.5 หมื่นคน !
ภาพในอดีต ที่เคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเตรียมทหาร
ด้านนางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด ฉายภาพว่า การประกาศแผนของดุสิตธานี และเซ็นทรัล เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการขนาดใหญ่รูปแบบมิกซ์ยูส บนที่ดินที่ได้สิทธิการเช่าซื้อ หรือ ลีสโฮลต์ออกไปจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นการตอกย้ำให้เห็นศักยภาพทำเลบนถนนพระราม 4 ที่จะมาแรง และเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ (ซีบีดี) ซึ่งหากพิจารณาไปแล้ว ตรงบริเวณที่ตั้งของโครงการรใหม่ในดุสิตธานี จะเป็น 1 ใน 2 จุด ที่เป็นไพร์มเอเรียล เพราะบริเวณนี้เป็นอินเตอร์เชนจ์การเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารของบีทีเอส และ MRT

จะเริ่มเห็นการแข่งขันของแปลงที่ดินของนักพัฒนาที่ได้สิทธิเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินฯ อย่าลืมว่า ยังมีแปลงโรงเรียนเตรียมทหารหัวมุนถนนพระราม 4 ที่ทางธุรกิจในเครือของคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้สิทธิพัฒนาที่ดิน 88 ไร่ ขณะที่บริเวณด้านหลังของที่ดินถัดไป จะเป็นที่ทำการของสถานทูตต่างๆ ที่จะย้ายมา หากมองลงไปลึกๆ แล้ว หากโครงการที่ดุสิตธานี และเซ็นทรัล ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้า และสร้างจุดขายการเป็นแลนด์มาร์กขึ้นมาก่อน

...คงต้องมาจับตามองกันต่อไป สมรภูมิการแข่งขันของบิ๊กเพลเยอร์จะรุนแรงแค่ไหน เฉพาะแค่โครงการของดุสิตธานี และแปลงของคุณเจริญ หากพัฒนากันต่อเนื่อง มูลค่าการลงทุนกว่าแสนล้านบาท เชื่อว่าผลต่อการเปลี่ยนแปลงบริเวณทำเลถนนพระราม 4 คงเปลี่ยนโฉมหน้าไปมากแน่นอน..

-->
ไม่พบข้อมูล

 
คลิปข่าว

กำลังโหลดความคิดเห็น...