xs
xsm
sm
md
lg

เอกชนแข่งดุ ปรับกลยุทธ์หันจับตลาดคอนโดฯ ระดับบนมากขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ลูกค้าเข้าชมโครงการ ลุมพินี สวีท เพชรบุรี-มักกะสัน
อัตราการขายที่ชะลอตัวลงมากในกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงล่าง ส่งผลให้ผู้ประกอบการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ หันไปพัฒนาโครงการในตลาดระดับบนมากขึ้น เนื่องจากยังมีกำลังซื้อสูง แต่ซัปพลายที่เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มทำให้การแข่งขันสูงตามไปด้วย โครงการที่จะประสบความสำเร็จต้องมีจุดขายโดดเด่นชัดเจน ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษา และบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล

ในช่วงระหว่างปี 2554-2556 ปริมาณการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงล่าง ซึ่งมีราคาขายตั้งแต่ 60,000 บาทต่อตารางเมตรลงไป มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2556 มีโครงการเปิดตัวใหม่คิดเป็นจำนวนรวม 42,960 ยูนิต เทียบกับปี 2554 ที่มีโครงการเปิดตัวใหม่รวม 15,770 ยูนิต

นายศรัณย์ คุณะกูล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิจัย เจแอลแอล อธิบายถึงปัจจัยสำคัญที่เร่งการขยายจำนวนคอนโดระดับกลางถึงล่าง คือ การขยายเส้นทางระบบรถไฟฟ้าในย่านชานเมือง และการที่คนกรุงเทพฯ หันมาให้ความสนใจซื้อคอนโดมิเนียมมากขึ้นหลังเกิดวิกฤตการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 อย่างไรก็ดี นับจากปี 2557 เป็นต้นมา โครงการเปิดตัวใหม่เริ่มมียอดขายชะลอตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวสูงของซัปพลายใหม่ในช่วงหลายปีก่อนหน้า ประกอบกับกำลังซื้อที่ถูกจำกัดโดยหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และการใช้นโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นของสถาบันการเงิน

ดังนั้น ยอดขายที่ชะลอตัวในตลาดระดับกลาง-ล่าง ทำให้ผู้ประกอบการคอนโดหันมาจับตลาดบนมากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่ยังมีกำลังซื้อสูง

ตัวอย่างเช่น บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเดิมพัฒนาโครงการคอนราคาประหยัดเป็นหลัก ขณะนี้ได้หันมาพัฒนาโครงการคอนโดระดับราคาที่สูงขึ้น อาทิ โครงการลุมพินี สวีท เพชรบุรี-มักกะสัน ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ และมีราคาสูงกว่าโครงการอื่นๆ โดยทั่วไปของแอลพีเอ็น (ไม่นับรวม LPN 24 ซึ่งแอลพีเอ็นพัฒนาให้เป็นคอนโดระดับลักชัวรีโครงการแรก เพื่อให้เหมาะสมกับที่ดิน ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลชั้นดี ไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแผนมาจับตลาดบน)

แสนสิริ เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่รุกตลาดคอนโดไฮเอนด์มากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากการเปิดตัวเพิ่มขึ้นของโครงการภายใต้แบรนด์ เดอะโมนูเมนต์ (The Monument) และ เดอะไลน์ (The Line) ทั้งนี้ โครงการระดับลักชัวรี่ และซูเปอร์ลักชัวรี่ มีสัดส่วนคิดเป็นเป็น 53% ของมูลค่าโครงการที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมดของแสนสิริ ในปี 2559 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ซึ่งสัดส่วนอยู่ที่ 9% นอกจากนี้ แสนสิริยังมีการเปิดโครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ที่ไม่ได้ใช้ชื่อกลุ่มแบรนด์ อาทิ โครงการไนน์ตี้เอท ไวร์เลส (98 Wireless) และโครงการคุณ บาย ยู (Khun by Yoo)

คอนโดในระดับลักชัวรี่ และซูเปอร์ลักชัวรี่ขยายตัวสูง

รายงานจากเจแอลแอล เผยว่า คอนโดในระดับลักชัวรี่ (ราคา 150,000-250,000 บาทต่อตารางเมตร) และซูเปอร์ลักชัวรี่ (ราคาสูงกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป) เป็นตลาดระดับบนที่มีการขยายตัวสูง โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา มีโครงการเปิดตัวใหม่รวมทั้งสิ้น 6,995 ยูนิต (เป็นคอนโดซูเปอร์ลักชัวรี่ 1,308 ยูนิต) ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นมาก เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่มีการเปิดโครงการใหม่รวมทั้งสิ้นเพียง 1,015 ยูนิต และไม่มีโครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรี่เปิดตัวใหม่เลย

นายศรัณย์ กล่าวว่า จากการที่มีผู้ประกอบการหันมารุกตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนเพิ่มขึ้น คำถามที่เกิดขึ้นตามมา คือ ดีมานด์ หรือความต้องการในตลาดจะสามารถรองรับซัปพลายใหม่ที่มีแนวโน้มขยายตัวรวดเร็วขึ้นได้มากน้อยเพียงใด

ข้อมูลจากเจแอลแอล แสดงให้เห็นว่า ยอดการขายเฉลี่ยรวมของโครงการเปิดตัวใหม่เริ่มชะลอลง โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา โครงการเปิดตัวใหม่ในกลุ่มลักชัวรี่ และซูเปอร์ลักชัวรี่มียอดการขายล่วงหน้าก่อนก่อสร้างเฉลี่ยรวม 57.6% เทียบกับปี 2557 ที่มียอดขายล่วงหน้าเฉลี่ยรวม 84.8%

นายศรัณย์ กล่าวว่า “เชื่อว่าความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ และซูเปอร์ลักชัวรี่ ยังคงมีอยู่ในระดับสูง แต่การมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่มีฐานะ ใช้เวลาในการตัดสินเลือกนานขึ้น โดยโครงการที่มีทำเล และการออกแบบที่เหนือกว่าจะมีโอกาสขายได้เร็วกว่า ตัวอย่างเช่น โครงการคราม (Kraam) คอนโดระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ โดยนายณ์ เอสเตท ใกล้สถานีบีทีเอส พร้อมพงศ์ มียอดขายในช่วงเปิดโครงการสูงถึง 70%”

เพื่อเร่งการขาย มีผู้ประกอบการบางราย อาทิ แสนสิริ และเอสซีแอสเสท รุกตลาดผู้ซื้อชาวต่างชาติมากขึ้น ด้วยการจัดโรดโชว์นำโครงการออกเสนอขายในต่างประเทศ ได้แก่ ฮ่องกงและสิงคโปร์ ทั้งนี้ ยังมีชาวต่างชาติจำนวนมากที่สนใจซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ดังจะเห็นได้จากการที่โครงการระดับหรูบางโครงการมียอดขายในโควต้าสำหรับผู้ซื้อชาวต่างชาติเต็มเพดาน 49%

แม้ผู้ประกอบการบางรายจะประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนกลยุทธ์หันมาจับตลาดคอนโดระดับบน แต่ยังคงมีข้อควรระวังที่ต้องคำนึงถึงจากการแข่งขันที่เริ่มสูงขึ้นในตลาดลักชัวรี่ และซูเปอร์ลักชัวรี่ และยอดการขายล่วงหน้าที่ส่งสัญญาณการชะลอตัว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องคอยจับตาดูจำนวนโครงการใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวเพิ่มขึ้นอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ โครงการที่จะมีโอกาสประสบความสำเร็จ จำเป็นจะต้องมีการออกแบบ ทำเล และจุดขายที่โดดเด่นอย่างชัดเจนจากโครงการอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด.


กำลังโหลดความคิดเห็น...