xs
xsm
sm
md
lg

“พลัสฯ” จัดทัพธุรกิจมุ่งสู่ความเป็นเลิศ รับเทรนด์อสังหาฯ ยุค 4.0

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มั่นใจเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังฟื้น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับคืน เปิดโรดแมปธุรกิจปี 60 เสริมแกร่งด้วยการทรานส์ฟอร์มองค์กรเพื่อความเป็นเลิศทั้งด้านบริการ และบุคลากรสู่ยุคอสังหาฯ 4.0 ผ่านโปรเจกต์สำคัญ อาทิ Big Data และ Total Solution ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง ท่ามกลางโอกาส และความท้าทาย

นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า โลกก้าวสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และกระแสทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงสู่ดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ (Digital Transformation) เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ภาคธุรกิจไม่สามารถมองข้ามได้ และท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน แต่เทคโนโลยี คือ พระเอกที่ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจในแง่มุมที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายธุรกิจใช้ความได้เปรียบทางเทคโนโลยีขึ้นมาเป็นผู้นำธุรกิจ ขณะเดียวกัน บางธุรกิจต้องปิดตัวไป เพราะไม่สามารถยืนหยัดได้ จึงมั่นใจได้ว่าเทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิตอลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของสมาคมโฆษณาดิจิทัลฯ ระบุว่า สื่อดิจิตอลโตไม่หยุด มูลค่าเม็ดเงินโฆษณาของปี 2559 อยู่ที่ 9,883 ล้านบาท เติบโตขึ้น 22% จากปี 2558

และในฐานะผู้นำทางด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร จึงได้กำหนดแผนการดำเนินงานในปี 2560 ภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก คือ ก้าวสู่ความเป็นเลิศทั้งด้านบริการ และบุคลากร โดยการนำโซลูชันทางเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแบ่งเป็น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.วางรากฐาน Big Data สู่การรวมศูนย์ข้อมูล ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี ทำให้พลัสฯ มีฐานข้อมูลลูกค้าเป็นจำนวนมาก (Big Data) เข้าใจลูกค้าในทุกกลุ่ม จึงเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการจัดระบบฐานข้อมูลลูกค้า โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ซึ่งมีความหลากหลาย และมีปริมาณมหาศาลเพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และเกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ความสนใจในด้านต่างๆ ตลอดจนการพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย นำมาบริหารจัดการด้วยระบบดิจิตอล เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการตัดสินใจของผู้บริโภค ความต้องการของผู้ซื้อ ส่งผลให้เกิดการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ในการต่อยอดการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำยังปลายน้ำ เกิดการเข้าถึงข้อมูลร่วมกัน สามารถนำข้อมูลที่มีมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับการบริการทั้งด้านงานขาย บริการหลังการขาย งานซ่อมบำรุง การให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ สามารถดูแลลูกค้าได้เหมาะสมในทุกความต้องการ และทุกจังหวะเวลา

2.การขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Property Technology (PropTech) ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคดิจิตอล ผ่านการต่อยอดจากเว็บไซต์ www.plus.co.th ให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค และwww.plussoleagent.com เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ในการนำเสนอบริการให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หน้าใหม่ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ รวมถึงการดูแลผู้อยู่อาศัยผ่านแอปพลิเคชันที่เรียกว่า Home Service Application เป็นแอปพลิเคชันที่ให้บริการลูกบ้านในโครงการ บมจ.แสนสิริ (บริษัทแม่) ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าชาวไทย และชาวต่างชาติ

และ 3.การตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มด้วย Total Solution (การบริการแบบครบวงจร) เนื่องจากปัจจุบัน ลูกค้ามีความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้นการบริการที่ครบวงจร ผ่านองค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญทางด้านบริหาร และจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุดเป็นสิ่งที่พลัสฯ ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่เพื่อดูแลลูกค้าต่างประเทศโดยเฉพาะ อาทิ กลุ่มลูกค้าชาวจีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ตลอดจนเป็นการสนับสนุนโครงการของแสนสิริ ที่เปิดการขายโครงการในต่างประเทศ โดยทีมพิเศษนี้สามารถให้คำปรึกษารอบด้านในการบริหารทรัพย์สินให้พร้อมใช้งาน และมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น โดยให้คำปรึกษาทั้งด้าน การคำนวณทิศทางราคาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต ดูแลจัดการด้านการปล่อยเช่า การหาผู้เช่าให้กับลูกค้า รวมถึงช่วยประสานงานกับเอเจนซี่ในต่างประเทศในรูปแบบ One Stop Service

“การแข่งขันในโลกธุรกิจปัจจุบัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ แต่เป็นการนำนวัตกรรมและไอเดียมาสร้างเป็นโมเดลธุรกิจที่เพิ่มคุณค่าและสร้างมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ พลัสฯ มั่นใจว่าแผนงานดังกล่าวข้างต้น จะเป็นรากฐานที่สำคัญสู่การเติบโตในอนาคต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้บริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับเทรนด์ใหม่ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมาแรงในภูมิภาคนี้ ซึ่งแม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทกับพฤติกรรมผู้บริโภค แต่หากเรามีการพัฒนาตัวเองให้เท่าทันอยู่เสมอ และนำมาซึ่งการบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า เชื่อว่าลูกค้าก็จะยังมีความต้องการใช้บริการในรูปแบบที่ต้องมีที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ และไว้ใจได้ ดังนั้น เราจึงจะมุ่งมั่นจะพัฒนาตัวเอง เพื่อให้เป็นบริษัทที่อยู่ในใจของลูกค้าตลอดไป”

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น คาดว่าจะพื้นตัวในครึ่งปีหลัง จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ หากพิจารณาในส่วนของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย เป็นอีกปีที่ท้าทาย ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย ตามปัจจัยบวกจากโครงการลงทุนโครงข่ายคมนาคมของภาครัฐ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าเส้นทางต่างๆ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในต่างจังหวัด

ในปีนี้ยังคงเห็นโครงการใหม่ๆ เปิดตัวสู่ตลาด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโครงการระดับบน และที่น่าสนใจ คือ โครงการระดับ Super Luxury จะเป็นดีมานด์เพื่อการอยู่อาศัยจริง จากแนวโน้มความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในพื้นที่ใจกลางเมือง สอดคล้องกับข้อมูลราคาขายโดยเฉลี่ยของโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ย โดดเด่นกว่าราคาขายของโครงการพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นกลาง และพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ และอีกประเด็นหนึ่งที่น่าจับตามอง คือ การบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะมีการนำที่ดินที่มีอยู่แล้ว (Land Bank) ออกมาพัฒนาเร็วขึ้น ทั้งในโซนสุขุมวิท อโศก หรือทองหล่อ ส่วนหนึ่ง คือ การปรับกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มพรีเมียมที่มีการเติบโตสูง และยังมีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และลงทุนในระยะยาว” นายอนุกูล กล่าว

ปี 2559 บริษัทฯ มีรายได้รวม 970 ล้านบาท อยู่ในรับทรงตัวเมื่อเทียบกันปีก่อนหน้า และสอดคล้องกับภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยรายได้ดังกล่าวมาจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (ตัวแทนซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาฯ) 40% และอีก 60% เป็นรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย และเพื่อการพาณิชย์ ปัจจุบันมีโครงการที่บริหารทั้งสิ้น 188 โครงการ


กำลังโหลดความคิดเห็น...