xs
xsm
sm
md
lg

“บีซีพีจี” ปรับกลยุทธปี 60 รุกพลังงานหวังดัน EBITDA เพิ่ม 20% (ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บีซีพีจี หรือ BCPG
“บัณฑิต” เผยเร่งเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งใน และต่างประเทศ เพิ่มความหลากหลายของประเภทพลังงาน ตั้งเป้าใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือสร้างความแตกต่าง จับมือกับพันธมิตรเพื่อลดต้นทุนในการทำงาน ค้นหาแนวทางใหม่ของการประยุกต์ใช้พลังงานหมุนเวียนที่จะผสานอย่างลงตัวกับชีวิตประจำวัน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้มากขึ้น เป็นการหาทางเลือกใหม่ๆ ให้กับการใช้พลังงานหมุนเวียน



นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บีซีพีจี หรือ BCPG กล่าวว่า ในปี 2560 นี้ บริษัทได้วางเป้าหมายหลักในการดำเนินงาน 4 ประการ โดยจะมุ่มเน้นในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดต้นทุนและระยะเวลาในการก่อสร้าง ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายของโครงการต่างๆปรับตัวลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการก่อสร้างในประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งบริษัทได้สนองตอบต่อนโยบายรัฐบาลด้านพลังงานหมุนเวียน โดยนอกจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งของบริษัทเองและโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากสหกรณ์ (โซลาร์สหกรณ์) ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว บริษัทยังพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของรัฐบาลในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นโซลาร์สหกรณ์ระยะที่ 2 หรือ โครงการโรงไฟฟ้าไฮบริด 568 เมกะวัตต์

ขณะที่ในส่วนของการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศนั้น โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้านากิ (Nagi) ที่จังหวัดโอคายาม่า สามารถส่งกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบจำหน่ายไฟฟ้าได้เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา และมีกำหนดการขายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในวันที่ 2 มีนาคม เร็วกว่ากำหนดประมาณ 1 เดือน ขณะที่โครงการอื่นๆ ก็กำลังดำเนินการไปตามแผน นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมีแผนขยายการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนประเภทต่างๆ นอกเหนือไปจากพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานชีวมวล ฯลฯ ทั้งในญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ โดยมุ่งเน้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นหลัก อีกทั้งในขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาขั้นตอนสุดท้าย และคาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาการลงทุนในธุรกิจพลังงานลมที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้ในเร็วๆ นี้

“บริษัทฯ ประเมินว่า ในปี 2560 แนวโน้มที่ EBITDA จะเพิ่มขึ้นจากปี 2559 อย่างน้อย 20% โดยในประเทศญี่ปุ่น จะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้านากิ กำลังการผลิตติดตั้ง 14.38 เมกะวัตต์ และรับรู้รายได้เต็มปีเป็นปีแรกจากโรงไฟฟ้านิคาโฮ (Nikaho) ในจังหวะอะกิตะ กำลังการผลิตติดตั้ง 13.16 เมกะวัตต์ อีกทั้งรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากโครงการโซลาร์สหกรณ์ในประเทศไทย และรวมถึงรายได้จากโครงการใหม่ๆ ที่คาดว่าจะมีการลงทุนในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณในการลงทุนกว่า 16,000 ล้านบาท หากเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ จะสามารถรับรู้รายได้ และกำไรได้ทันที”

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการจะมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อให้เกิดความแตกต่างในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ด้วยการเลือกเฟ้นพันธมิตรที่เหมาะสมมาทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงทั้งด้านงานวิชาการ และปฏิบัติควบคู่ไปกับการวิจัย และการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อร่วมกันทำการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนประเภทต่างๆ ไปจนถึงการค้นหาทางเลือก และแนวทางใหม่ของพลังงานหมุนเวียนที่จะผสานอย่างลงตัวกับชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างใกล้ตัวมากขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น

นอกจากนี้ บริษัท กำลังวางแผนร่วมมือบริษัทสตาร์ทอัปจากต่างประเทศ เพื่อการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการทำธุรกิจต่อไป อีกทั้งยังมีการเจรจาเข้าซื้อกิจการ ซึ่งจำทำให้บริษัทสามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยดีลดังกล่าวนี้ คาดว่าจะสามารถสรุปความชัดเจนได้ภายในไตรมาส 2/2560
กำลังโหลดความคิดเห็น...