xs
xsm
sm
md
lg

อาณานิคมทางการเงิน (3)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

โดย ชาลอต โทณวณิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ในช่วงนี้ยังคงเขียนเกี่ยวกับเรื่องการเปรียบเทียบระหว่างธนาคารต่างประเทศกับธนาคารไทย ที่ได้เขียนต่อเนื่องมา 2 สัปดาห์แล้ว ซึ่งถึงแม้ว่าคอลัมน์นี้จะชื่อ Personal Finance แต่เมื่อเปิด FTA แล้ว ผลจากการมีธนาคารต่างชาติเข้ามา และเปิดเสรีธุรกรรมทางการเงิน จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับบุคคลแน่นอน

คราวที่แล้วได้เปรียบเทียบเรื่อง ระบบสารสนเทศ (IT) และยังคงเหลือเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการด้าน IT ซึ่งหากจะครบถ้วนทั้งระบบ IT แล้ว จะใช้คนตั้งแต่ 200-300 คนก็เป็นได้ แต่วิธีการบริหารแบบของต่างชาติ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาแล้ว จะค่อนข้างเน้นการบริหารแบบตัวเบา หรือรวมศูนย์ หรือแม้กระทั่งการ outsource ซึ่งจะเห็นได้ว่าธนาคารต่างประเทศบางแห่งในปัจจุบันไม่มีฝ่ายงาน IT อยู่ในประเทศไทย แต่จะมีการบริหารจัดการอยู่ที่ศูนย์ ซึ่งอาจจะเป็นสิงคโปร์ ออสเตรเลีย หรือแม้แต่อินเดีย โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในสหรัฐอเมริกา เพราะต้นทุนแพงทั้งค่าสถานที่และค่าแรงงานคน การรวมศูนย์ก็ทำให้ต้นทุนถูกกว่าธนาคารไทย (อีกแล้ว)

การบริหารจัดการอีกประการหนึ่งซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับ IT หรือไม่เกี่ยวก็ได้คือ การบริหารงานทั่วไปนั้น ต่างชาติจะค่อนข้างเน้นการวัดผลงานในหลาย dimension เพราะส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา ดังนั้น จึงค่อนข้าง serious ในสิ่งที่นักวิเคราะห์จะวัดผลการดำเนินงาน ซึ่งมาตรวัดตัวหนึ่งคือ efficiency per head หรือความสามารถของพนักงาน โดยการนำรายได้หรือกำไรสุทธิของกิจการมาหารด้วยจำนวนพนักงาน (ประจำ) จะถือว่าพนักงาน 1 คน สร้างรายได้ได้เท่าไหร่

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เรื่องการ outsource งานที่ไม่ใช่เป็นงาน core หรืองานหลักของธุรกิจธนาคาร เพื่อลดการที่จะต้องมีจำนวนพนักงานประจำ ซึ่งการ outsource งานอาจจะทำได้โดยการใช้บริษัทที่ชำนาญเฉพาะด้านในงานนั้นๆ เลย เช่น ประเมินราคา กฎหมาย การทำนิติกรรมสัญญา หรือการ outsource การจ้างคน โดยการจ้างคนบริษัทภายนอกมาทำงานประจำ เสมือนพนักงานประจำ เพราะข้อดีคือ ไม่ต้องมานับเป็น head count หรือเป็นพนักงาน จากที่ที่ดิฉันมีประสบการณ์มานั้น มีพนักงานประจำ 1,000 คน แต่มีพนักงานจากบริษัทภายนอกเกือบ 1,000 คน

ดิฉันได้เห็นบริษัทในประเทศไทยบางบริษัทคิดเรื่องการ outsource เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะมีแนวคิดว่า การ outsource นั้น จะต้องมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการทำเอง ซึ่งไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เพราะถึงแม้ต้นทุนจะแพงกว่า แต่แนวความคิดคือ การที่ไม่ต้องทำงานอะไรที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก หรือแก่นของบริษัท และให้คนที่มีความชำนาญการดูแล ดังนั้นเมื่อดิฉันจะตัดสินใจว่าทำเองหรือ outsource โดยใช้การเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างทำเองกับ outsource แล้ว ดิฉันค่อนข้างเห็นว่าการพิจารณาไม่ตรงประเด็นนัก

ตั้งใจว่าคราวหน้าจะพยายามขมวดให้จบเรื่องนี้ให้ได้ และหากท่านผู้อ่านอ่านมา 3 ตอนแล้ว คงจะต้องเกิดคำถามขึ้นในใจว่า แล้วธนาคารไทยจะสู้ได้หรือ ดิฉันคิดว่าเราสู้ได้ค่ะ แต่ว่าจะต้องปรับตัวกันพอสมควร และคงต้อง “รู้เขา รู้เรา” ซึ่ง “รู้เขา” ดิฉันว่าง่ายกว่า “รู้เรา” เพราะคำว่า “รู้เรา” นั้น ไม่ใช่เพียงรู้การทำงานของธนาคารของตนเอง แต่ “เรา” ก็คือ นโยบายต่างๆ ของทางการที่ต้องชัดเจน เพื่อหากธนาคารจะปรับตัวจะได้ปรับหนเดียว ไม่ใช่จะต้องวิ่งปรับตัวตามนโยบายตลอดเวลา เหมือนช่วง 8 ปีหลังวิกฤตมา เพราะมิฉะนั้นแล้วเท่ากับยังไม่ทันลงลู่วิ่งแข่งขันเลย ถูกโค้ชจับ warm up ซะหมดแรงก่อน

สนใจสอบถามข้อมูลสามารถส่งมาได้ที่ dcharlotte@krungsri.com หรือ หมายเลขโทรสาร 02-683-1604
กำลังโหลดความคิดเห็น...