xs
xsm
sm
md
lg

พาเที่ยว Lithuania

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

โดย ชาลอต โทณวณิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ดิฉันได้ลาท่านผู้อ่านไว้เมื่อวันศุกร์ที่ 9 กันยายน โดยได้บอกว่า จะกลับมารายงานว่าลาไปไหน ไปทำอะไร ก็เลยต้องทำตามสัญญา กลับมารายงานตัว ว่าดิฉันได้ไปประเทศ Lithuania มา หลายๆ ท่าน เมื่อดิฉันบอกว่าไปไหนมา มักจะถามว่า อยู่แห่งหนตำบลใด เพราะไม่ค่อยคุ้นชื่อประเทศนี้นัก

Lithuania เป็นประเทศในยุโรปตะวันออก อยู่ติดกับประเทศรัสเซีย และติดทะเลบอลติค (Baltic) เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก โดยส่วนใหญ่ จะเป็นประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ที่ยาวนาน และถูกกดขี่มามาก โดยคน Lithuania ยินดีที่จะต่อสู้ โดยเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อ “ดำรงความเป็นชาติ”

เมื่อดิฉันได้ฟังดังนี้ ก็ค่อนข้างอึ้ง และทึ่ง ในความตั้งมั่นของประชาชนของเขา และอดนำมาคิดถึงประเทศเราไม่ได้ ว่าเราสบายกว่าเค้ามาก และมีความสงบร่มเย็นมาเป็นเวลานาน ก็หวังว่า เราคนไทย ทั้งประชาชนและรัฐบาล จะรักษาความสุขความสงบในแบบที่เราเป็น และช่วยกันทำประเทศของเรา ให้เป็นประเทศที่เข้มแข็ง ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เพราะคงจะเป็นไปไม่ได้ ที่ประเทศใด จะเจริญด้านเศรษฐกิจ แต่ด้านสังคมอ่อนแอ อย่างที่เราวิตกกับสังคมของเราในตอนนี้

ว่าจะพาเที่ยว Lithuania เลยพาไปไกล ท่านผู้อ่านคงสงสัยว่า ดิฉันไปทำไม ไปเที่ยวเฉยๆ หรืออย่างไร ดิฉันได้รับเชิญจากศาตราจารย์ นพ. วงศ์กุลพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ซึ่งท่านได้รับแต่งตั้งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ของประเทศ Lithuania ประจำประเทศไทย

เมื่อท่านได้รับแต่งตั้ง จึงจะไปทำความรู้จักกับประเทศดังกล่าว พร้อมกับหาลู่ทางในการเปิดตลาดการค้าระหว่าง 2 ประเทศ ดังนั้น ท่านจึงได้เชิญนักธุรกิจไทยจำนวนหนึ่ง เพื่อไปพบปะกับนักธุรกิจ Lithuania ซึ่งประสานงานโดยกงสุลไทยประจำประเทศ Lithuania

ประเทศนี้ เป็นประเทศแรกในกลุ่ม Baltic ที่เข้าร่วมกับกลุ่มสมาชิกของสหภาพยุโรป และภาคีในสนธิสัญญาแอตแลนติคเหนือ (NATO) ซึ่งถือว่ากล้าหาญมาก และเป็นประเทศ EU ที่ติดกับทะเล Baltic ดังนั้น จึงเป็นเสมือนเมืองหน้าด่านของ EU ก็ว่าได้ (ประเทศในกลุ่ม Baltic ที่ติดกับทะเล Baltic มีประเทศ Lithuania ประเทศ Latvia และประเทศ Estonia) ซึ่งทะเล Baltic ช่วงที่ติดกับ Lithuania นั้น น้ำไม่แข็งตลอดปี เรือบรรทุกสินค้าสามารถเข้าเทียบท่าได้

Lithuania เพิ่งเป็นอิสระ หลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย และขณะนี้ เป็นสาธารณรัฐที่ปกครองโดยระบบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เศรษฐกิจโดยทั่วไปค่อนข้างดี มีอัตราการเจริญเติบโตประมาณ 6% ต่อปี แต่ก็มีอัตราเงินเฟ้อเกือบ 7% และมีอัตราการว่างงาน 9%

อย่างไรก็ดี Lithuania มีโอกาสที่จะพัฒนาต่อไปอย่างมั่นคง เพราะได้เข้าเป็นสมาชิกในกลุ่ม EU มีสังคมที่สงบสุข ประชาชนมีการศึกษา มีอารยธรรมที่สืบทอดกันมากว่า 1,000 ปี มีความภูมิใจในมาตุภูมิ เพราะเกียรติประวัติที่กล้าหาญของบรรพชน

สภาพบ้านเมืองยังอยู่ระหว่างซ่อมแซม และขยายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถนนระหว่างเมือง เนื่องจากอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียตมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โอกาสของไทยก็คือ การลงทุนเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหารไทย และสปาแบบไทย ซึ่งจะเป็นที่นิยมมาก

การส่งออกอาหารทั้งสดและกระป๋อง ผัก ผลไม้ และดอกไม้ อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องเรือน และเครื่องตกแต่งบ้าน ส่วน Lithuania นี้ ก็มีของดีที่จะให้ไทยนำเข้าได้ เช่น เครื่องประดับที่ทำด้วยอำพัน ผ้าลินิน ไม้สนสำหรับเครื่องเรือน เครื่องจักร และอุปกรณ์ด้าน IT ตลอดจนสารเคมีเพื่อเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม

การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ จะช่วยสร้างความสัมพันธ์เพื่อความเข้าใจด้านศิลปวัฒนธรรม จนนำไปสู่การค้าขาย และความร่วมมือด้านการลงทุนที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการส่งสินค้าทางเรือ และทางอากาศ ตลอดจนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพราะประเทศไทย คือประตูสู่เอเชียตะวันออก และ Lithuania คือประตูสู่ยุโรปตะวันออกและรัสเซีย

สำหรับการพบปะนักธุรกิจนั้น เราก็ได้แบ่งงานกันทำ ในกลุ่มนักธุรกิจที่ร่วมเดินทาง โดยดิฉันรับหน้าที่ฉายภาพ (สร้างภาพ !?) เกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ตามด้วยท่านอื่นๆ ในเรื่องของภาคเกษตรกรรม เพราะสภาพภูมิอากาศของ Lithuania นั้น 1 ปี หนาว 8 เดือน

จึงต้องนำเข้าผลิตผลทางเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ภาคอุตสาหกรรม เช่น ปิโตรเคมี เนื่องจากมีการทำอุตสาหกรรมหนัก จะต้องการทำธุรกิจเกี่ยวกับเคมี และปิโตรเคมีมาก โดยปัจจุบัน ธุรกิจใหญ่ๆ ก็จะมีการร่วมทุนกับธุรกิจจากรัสเซีย ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและสปา ซึ่งเป็นที่สนใจ เพราะ Lithuania ต้องการจะเปิดประเทศเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ที่ต้องการผู้ชำนาญมาบริหารโรงแรม ซึ่งโดยมากจะเป็น boutique hotel และสปา

สำหรับสภาพบ้านเมืองโดยทั่วไปนั้น คณะของเราก็ได้ไปค่อนข้างทั่วถึง เพื่อสำรวจสภาพที่สำคัญๆ ต่างๆ ก็ลงความเห็นกันว่า เป็นประเทศที่สามารถทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างสบาย เพราะมีทั้งสภาพที่สวยงาม มีศิลปวัฒนธรรม และราคาสินค้าที่ไม่ค่อยสูงนัก

สกุลเงินของ Lithuania เรียกว่า Litas อัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินของ Lithuania คือ 1 Litas ประมาณ 15 บาท นอกจากนั้น ทั้งโรงแรมและอาหาร ถือว่าดีมาก ขนาดที่บรรดาผู้ที่ร่วมไปกับคณะนี้ ซึ่งล้วนแต่เป็นกระบี่มือหนึ่งในการท่องเที่ยวมารอบโลกกันแล้ว ยังอดชมไม่ได้ ว่าโรงแรมและอาหารดีมาก (โรงแรมสามารถเลือกแบบทันสมัย หรือแบบยุโรปโบราณก็ได้)

สินค้าที่สมาชิกในกลุ่มส่วนใหญ่ซื้อเป็นที่ระลึก คือเครื่องประดับที่ทำจากอำพัน ซึ่งประเทศนี้ ถือว่าเป็นแหล่งอำพัน ต้องเรียกว่าอำพันล้านปี ก็ว่าได้ ตั้งแต่สมัยยุคไดโนเสาร์ และมีการออกแบบที่ทันสมัย สวยงาม

เสียดายที่ “ผู้จัดการ” ไม่มีเนื้อที่ให้ลงภาพสวยๆ วิวงามๆ แต่โดยรวมแล้ว ก็ถือได้ว่าเป็นการเยี่ยมเยียนประเทศใหม่ และได้ทำอะไรให้ประเทศชาติบ้าง เลยขอพาท่านผู้อ่านแวบจากเรื่องเศรษฐกิจหนักๆ อีกครั้งนะคะ

หมายเหตุ หากท่านใดสนใจสามารถ email ขอรายละเอียดเกี่ยวกับประเทศ Lithuania ที่ศาตราจารย์ นพ. วงศ์กุลพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กงสุลกิตติมศักดิ์ ประเทศ Lithuania ที่ wongsnid23@hotmail.com หรือหมายเลขโทรสาร 02-661-5500

สนใจสอบถามข้อมูลสามารถส่งมาได้ที่ dcharlotte@krungsri.com หรือ หมายเลขโทรสาร 02-683-1604
กำลังโหลดความคิดเห็น...