xs
xsm
sm
md
lg

Mortgage Insurance ของแท้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

โดย ชาลอต โทณวณิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ในสัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันได้เกริ่นไว้เกี่ยวกับเรื่องของ mortgage insurance ที่จะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ที่จะช่วยให้คนมีบ้านได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ (อ่านรายละเอียดในฉบับวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2548) เพราะเป็นเรื่องที่ได้หยิบยกมาศึกษากันใหม่ โดยมีธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นเจ้าภาพ

โดยได้เขียนจากความทรงจำของดิฉันเท่าที่เคยศึกษามา และทิ้งท้ายไว้กับท่านผู้อ่าน ว่าดิฉันจะไปสอบถามความคืบหน้า และรายละเอียดจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ มาเล่าให้ฟัง

ในคราวนี้ เลยใช้หัวข้อว่าเป็น “ของแท้” เพราะเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน โดยได้สอบถามจากคุณชมพูนุท สุมนะเศรณี รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งเป็น project manager ที่ดูแลเรื่องนี้ ก็ต้องขอขอบคุณคุณชมพูนุท ที่กรุณาให้ข้อมูลมา ณ ที่นี้ นะคะ

เรื่องการดำเนินการด้าน mortgage insurance นั้น ก็เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากที่ดิฉันได้เคยทราบข้อมูลเมื่อครั้ง 6-7 ปีก่อนนี้ โดยครั้งนี้ ธอส. ได้ร่วมกับ Canada Mortgage and Housing Corporation (CMHC) ของประเทศแคนาดา (ประเทศของนางงามจักรวาลคนล่าสุดเลยค่ะ)

ซึ่ง CMHC นั้น ก็เป็นหน่วยงานที่เชี่ยวชาญในการทำธุรกิจด้าน mortgage insurance ของประเทศแคนาดา และยังมีการทำธุรกิจอื่นด้วย จากความชำนาญดังกล่าว CMHC ได้มาทำการศึกษาข้อมูลจาก ธอส. ซึ่งจะเป็นข้อมูลด้านวิธีการ หลักการอนุมัติสินเชื่อ และคุณภาพของลูกค้าที่มีอยู่

ดังที่กล่าวมาแล้ว ว่าการกำหนด pricing ของเบี้ยประกันนั้น จะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่ทางบริษัทที่รับทำ mortgage insurance จะต้องรับ ทั้งนี้ ขึ้นกับสถาบันการเงินนั้นๆ จะมีการอนุมัติสินเชื่อรัดกุมเพียงใด ซึ่งถือเป็น “ผล” เป็นเครื่องมือวัด

ดิฉันยังคงต้องติดตามต่อไป ว่าหากการศึกษาที่ทำร่วมกับ ธอส. ทำให้ได้การกำหนดเบี้ยประกันออกมาแล้ว อัตรานั้นๆ จะถือเป็นราคากลางที่ใช้กับสถาบันการเงินอื่นๆ ด้วยหรือไม่ หรือจะต้องศึกษาเป็นรายๆ เพื่อกำหนดราคากลางเป็นรายๆ ไป

แต่เท่าที่ทราบ ในต่างประเทศ ก็จะมีราคามาตรฐาน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า การตรวจสอบเครดิตในประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จะมีข้อมูลมากกว่า รวมถึงการพัฒนาการใช้ credit scoring มาใช้อนุมัติสินเชื่อ ก็จะมีการพัฒนาก้าวหน้าไปมากกว่า

คุณชมพูนุทเล่าว่า เมื่อมีการมาทำการศึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไป ก็คงจะต้องมีการมาทำ product design หรือคือเงื่อนไข หลักการ ในการที่จะรับประกันคุ้มครองเงินกู้ โดยมีข้อหลักๆ เช่น การรับประกัน ว่าจะรับประกันเฉพาะส่วนเกินจากที่ธนาคารจะรับความเสี่ยงโดยทั่วไป เช่น หากธนาคารมีหลักการให้กู้สูงสุดที่ 80% ของราคาซื้อขาย จะให้ประกันส่วนที่เหลืออีก 20% หรือจะประกันเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงมากกว่า 20% ก็ได้

นอกจากนั้น ก็จะมีเรื่องที่ดิฉันเคยเกริ่นไว้ ก็คือการจ่ายเงินชดเชยให้กับธนาคาร ควรจะเริ่มจ่ายเท่าไหร่ เช่น เมื่อลูกหนี้มีการผิดนัดชำระหนี้ x วัน หรือต้องมีการขายทรัพย์ทอดตลาด และมีขาดทุนเท่าไหร่ ค่อยมาชดเชยกัน

หลักการของการคิดค่าเบี้ยประกัน ก็คงจะมีการแบ่งเงินกู้ออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ธนาคารสามารถรับความเสี่ยงได้ เช่น ภายใน 80% ก็จะเป็นอัตราดอกเบี้ยปกติที่ธนาคารเสนอโดยทั่วไป และอีก 20% ที่บริษัทประกันจะต้องรับความเสี่ยง ก็คิดที่อัตราปกติ บวกด้วยค่าเบี้ยประกันอีก .....% การจ่ายเบี้ยประกันดังกล่าว จะจ่ายจนกว่าจะหมดความเสี่ยงที่บริษัทประกันจะต้องรับ เช่น เมื่อเงินต้นลดลงเหลือ 80% เป็นต้น

เรื่องนี้ ยังเป็นเรื่องที่กำลังศึกษากันอยู่ คาดว่าจะมีบทสรุปประมาณกลางปีหน้า ดิฉันเห็นว่า เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่อยากมีบ้าน ว่าในอีก 1 ปีข้างหน้า ท่านอาจจะสามารถมีบ้านของตนเองได้เร็วขึ้น ตอนนี้ จึงนำมาเล่าสู่กันฟังในครั้งนี้ และต้องขอชื่นชม ธอส.ที่ได้พยายามทำหน้าที่ในฐานะองค์กรของรัฐ ที่มีหน้าที่ในการสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนค่ะ

สนใจสอบถามข้อมูลสามารถส่งมาได้ที่ dcharlotte@krungsri.com หรือ หมายเลขโทรสาร 02-683-1604
กำลังโหลดความคิดเห็น...