xs
xsm
sm
md
lg

"ดาวทอง" จะเปลี่ยนโค้ชทำไม? / แมวดำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ สกอร์บอร์ด โดย แมวดำ

ตอนที่ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ตอบตกลงคุมทีม ฮองอันห์ ยาลาย แห่งลีกเวียดนาม พร้อมกับเวลาเตรียมตัวก่อนคุมทีมค่อนข้างกระชั้นชิด ตอนนั้นมีกูรูแห่งลีกเวียดนาม ออกมาปรามาสว่า งานนี้หินแน่นอน เพราะลีกบ้านเขานั้นพัฒนาไปกว่าตอนที่ "ซิโก้" เคยนำทีมคว้าแชมป์ในฐานะนักเตะ อีกทั้งผลงานตอนออกสตาร์ทก็กระท่อนกระแท่น ประเดิมด้วยแพ้ ไซง่อน เอฟซี 1-0 ก่อนกลับมาชนะ 2 นัดติด แล้วเสมอ ฮอง ลินห์ ฮา ตินห์ 0-0

แต่....หลังจากนั้น ดูเหมือนอดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทย กับผู้เล่นจะจูนกันติด กลายเป็นว่าตั้งแต่นัดที่ 5 ของวีลีกเป็นต้นมา ฮองอันห์ ยาลาย ทำได้ดีจนรั้งตำแหน่งจ่าฝูงวีลีก แบบยาวๆ จากผลงาน แข่ง 11 นัด ชนะ 9 เสมอ 1 แพ้ 1 นัด มี 28 แต้ม นำรองจ่าฝูง เวียตเทล อยู่ 5 คะแนน ซึ่งมันช่วยทำให้สโมสรยักษ์หลับแห่งนี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับกระแสความนิยมในตัวโค้ชชาวไทย ไปไหนมาไหนมีแต่แฟนบอลกรูมาขอถ่ายรูปเซลฟีกันแทบไม่หวาดไม่ไหว

ทีนี้พอผลงานดีก็มีกูรูฟุตบอลจากแดนสยามเพื่อนสนิทของ "โค้ชปาร์ก" ปาร์ก ฮัง ซอ นี่แหละไปชงว่า หากโค้ชชาวเกาหลีใต้คุมไม่สามารถคุมทีมเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลโลก 2022 โซนเอเชีย ที่ยูเออีได้ อาจจะตกงาน และคนที่อาจได้รับมอบหมายงานคุมพลพรรค "ดาวทอง" ต่อก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็น "ซิโก้"

เรื่องความคิดเห็นส่วนตัวนั้นใครจะเชื่อ หรือวิเคราะห์อย่างไรก็ได้ในยุคที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารแบบนี้ ถามว่ามีโอกาสไหม ก็ต้องบอกว่ามี แต่หากเราลองเปรียบเทียบผลงานของ "โค้ชปาร์ก" ที่ปลุกเวียดนามมาได้ขนาดว่าตอนนี้ใครๆ ก็ต้องยอมรับว่าเวลานี้พวกเขาคือ เบอร์ 1 อาเซียนตัวจริง เพราะเป็นทั้งแชมป์ซีเกมส์ 2019 และ แชมป์ซูซูกิ คัพ 2018

อีกทั้งยังประสบความสำเร็จระดับทวีปด้วยการเป็นรองแชมป์เอเชีย 2018 ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี และ อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 2018 ซึ่งผลงานเหล่านี้ส่งผลให้ "โค้ชปาร์ก" รับรางวัลผู้ฝึกสอนแห่งปี 2019 ของภูมิภาคอาเซียน

เมื่อมองจากจากความสำเร็จร่วมกันระหว่าง "โค้ชปาร์ก" กับทีมชาติเวียดนาม ทั้งทีมชุดใหญ่ และชุด ยู 23 แล้ว บอกตามตรงสถานการณ์ที่สหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม จะมองหาโค้ชที่ฝีมือดี และยอดเยี่ยม รวมถึงเข้าใจธรรมชาติของนักเตะ "ดาวทอง" ให้ดีกว่าหรือเท่าเทียมนั้นยากมาก ที่สำคัญการต่อสัญญาทำงานร่วมกันของทั้งสองฝ่ายออกไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมานั้นชัดเจนว่าเขากำลังเตรียมงานระยะยาวด้วยซ้ำ

นอกจากนี้หากวิเคราะห์ดูแล้ว ว่าโอกาสที่ เวียดนาม ที่มี 11 แต้ม นำเป็นจ่าฝูง จะไม่ได้เข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่จะฟาดแข้งกันเดือนมิถุนายนนี้ ถือว่าดูหมิ่นฝีมือพลพรรค "ดาวทอง" ของ "โค้ชปาร์ก" มากหน่อยแล้ว เพราะ 3 นัดที่เหลือของพวกเขา เจอกับ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และ ยูเออี ขอเพียงแค่ ชนะ 2 นัด หรือแม้แต่ ชนะ 1 เสมอ 1 นัด ก็อาจเพียงพอต่อการเข้ารอบแล้ว

และต่อให้แพ้รวด 3 นัดเลย คิดไหมว่า ผู้บริหารสหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม จะไล่โค้ชที่นำทีมเป็นเจ้าอาเซียนเวลานี้ออก เพื่อมาทดลองกับโค้ชคนอื่นที่ไม่รู้ว่าผลงานจะออกมาดีหรือร้ายนะหรือ บอกตรงๆ ใครที่คิดว่าเวียดนามจะเปลี่ยนโค้ชนั้น เลิกคิดเถอะครับ...
กำลังโหลดความคิดเห็น...