xs
xsm
sm
md
lg

จากปรากฎการณ์ "หลินซานิตี้" สตาร์ดับแสงแห่ง “เอ็นบีเอ” ทำไมก้าวไม่ถึง "นิว เหยา หมิง"

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แฟนบาสเกตบอลเอ็นบีเอ เวลานี้คงกำลังตื่นเต้นและเฝ้ารอชมฝีไม้ลายมือของ รุย ฮาชิมูระ พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ดชาวญี่ปุ่น ที่ถูกดราฟท์เข้ามาเล่นในลีกสูงสุดของโลกกับทีม วอชิงตัน วิซาร์ดส ฤดูกาล 2019-2020 ซึ่งจะเปิดฉากเดือนตุลาคมนี้ โดยเจ้าตัวถูกคาดหวังว่าจะเป็นฮีโร่ยัดห่วงคนใหม่จากฝั่งเอเชีย และลุ้นสร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนให้เกิดขึ้นในวงการที่เมืองลุงแซม

ว่าแล้วก็อดนึกถึงชายที่ชื่อ เจเรมี หลิน พอยต์ การ์ด ชาวอเมริกันเชื้อสายไต้หวันไม่ได้ คนที่เคยสร้างอิทธิพลและความนิยมกีฬาบาสเกตบอลเอ็นบีเอ ให้กระเพื่อมไปทั่วแผ่นดินเอเชียในฐานะผู้เล่นของ นิวยอร์ค นิกส์ หลังแจ้งเกิดสนั่นหวั่นไหวในฤดูกาล 2011-2012 อย่างไรก็ตาม ชีวิตคนเรานั้นมีทั้งช่วงขึ้นสู่จุดสูงสุดและดิ่งลงจุดต่ำสุดเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ดูเหมือน หลิน จะพุ่งชนความผิดหวังแบบรวดเร็วเกินกว่าใครจะคาดคิด
หลิน เคยเป็นนักกีฬาความหวังของเอเชีย
หลังสร้างปรากฏการณ์ หลินซานิตี้ (Linsanity) กลายเป็นขวัญใจชาวนิวยอร์คและฮีโร่ยัดห่วงของเอเชีย แต่ไม่อาจช่วยเข็นต้นสังกัดเข้าไปเล่นเพลย์ออฟได้ ทำให้ นิกส์ ตัดสินใจปล่อยตัวให้ ฮุสตัน ร็อคเกตส์ เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2011-2012 ชนิดที่แม้แต่เควิน แม็คเฮล โค้ชของ “จรวด” เวลานั้นก็คลางแคลงใจในฝีมือของ หลิน พอสมควรเพราะผู้เล่นคนดังยังไม่เคยมีประสบการณ์ช่วยทีมแบบเต็มฤดูกาล เช่นเดียวกับ หลิน ที่อยากต่อสัญญาอยู่กับ นิกส์ มากกว่า แต่เมื่อไม่เป็นที่ต้องการแล้วก็ต้องจำยอม

กระนั้น การมาของ เจมส์ ฮาร์เดน พอยต์การ์ดยอดฝีมือชาวอเมริกันที่ย้ายมาปีเดียวกัน และมีความสามารถตอบสนองความต้องการของ แม็คเฮล มากกว่า ทำให้ “เคราเฟริ้ม” กลายเป็นผู้เล่นตัวหลักในตำแหน่งการ์ดโดยปริยายและเปลี่ยนบทให้ หลิน ที่ถนัดเล่นเป็นตัวพาบอลขึ้นแดนหน้า มาเป็นพระรองจ่ายบอลให้ ฮาร์เดน รับบทพระเอกจนผลงานเฉลี่ยของตัวเองลดน้อยลงและถอยมาเป็นตัวสำรองในระยะหลัง
สร้างปรากฎการณ์ “หลินซานิตี้”
เมื่อโค้ชไม่เห็นค่า แถมผลงานในสนามก็ไม่สู้ดี ทีมงานของ ร็อคเกตส์ จึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรปล่อยตัวออกไป ก่อนเป็น แอลเอ เลเกอร์ส ยักษ์หลับที่มารับเซ้งต่อในปี 2014 พ่วงสัญญา 15 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 463 ล้านบาท) แต่ก็เจอฝันร้ายซ้ำสองเมื่อความสามารถของเขาไม่เข้ากับแผนการเล่นของ ไบรอน สกอตต์ โค้ชเวลานั้นแถมยังมี โคบี ไบรอันท์ เป็นเจ้าพ่อประจำทีมอยู่ ทำให้การ์ดอเมริกัน-ไต้หวัน เป็นพระรองที่ม้านั่งเสียส่วนใหญ่จนถึงกับเคยเปรยออกสื่อว่าเป็น “หนึ่งในช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสที่สุดของชีวิต”

จบฤดูกาล 2014-2015 หลิน กลายเป็นจอมพเนจร ไม่มีทีมอยู่แบบถาวร ย้ายทีมแทบจะปีต่อปี ไล่ตั้งแต่ ชาร์ล็อตต์ ฮอร์เน็ตส์ (2015-2016), บรูคลิน เน็ตส์ (2016-2018) ที่เจ้าตัวหมายมั่นจะกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง แต่ดันเจออาการบาดเจ็บเอ็นเข่าขาดตั้งแต่เกมแรกจนต้องออกจากสนามทั้งน้ำตา, แอตแลนต้า ฮอว์คส (2018-2019) และมาอยู่กับ โตรอนโต แร๊พเตอร์ส ช่วงครึ่งฤดูกาลหลังของปี 2019
ฟอร์มเริ่มแผ่วกับ ร็อคเกตส์
แม้ที่สุดแล้วการมาร่วมทัพ “ไดโนเสาร์” จะทำให้ หลิน มีแหวนแชมป์ เอ็นบีเอ ประดับเกียรติยศเพราะทีมคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาลนั้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจในสายตาคนส่วนใหญ่เพราะเล่นแค่ 23 เกม ส่วนใหญ่เป็นสำรอง ค่าเฉลี่ยทำแต้มต่อเกมแค่ 7.0 น้อยสุดเป็นอันดับ 2 ในการเล่นอาชีพ และถูกปล่อยตัวเป็นฟรีเอเยนต์เมื่อจบซีซั่นเหมือนเคย

ตัดภาพมาปัจจุบัน ขณะที่ตลาดเทรดผู้เล่นกำลังคึกคัก กลับไม่มีทีมเอ็นบีเอเหลียวแล หลิน ล่าสุดไปร่วมงานกล่าวสุนทรพจน์ที่ไต้หวันในชื่อ “The Waiting Game” ซึ่งระหว่างที่เปิดใจพูดต่อหน้าสาธารณชน เห็นชัดว่าผู้เล่นวัย 30 ปี ผิดหวังกับชีวิตการเล่นอาชีพเวลานี้มากเพียงใด “ทุกๆปีล้วนลำบากขึ้นกว่าเดิม หากเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษ อาจบอกได้ว่าคุณมาถึงจุดต่ำสุด มีหนทางเดียวคือต้องพยายามไต่ขึ้นไป แต่สำหรับผมมันยิ่งดำดิ่งลงเรื่อยๆ ผมรู้สึกราวกับ NBA จะหมดความเชื่อมั่นในตัวผมแล้ว”
โดน โคบี กลบรัศมียับที่ เลเกอร์ส
มีหลายปัจจัยที่ทำให้ หลิน ไม่อาจฉายรัศมีได้เหมือนสมัยอยู่กับ นิวยอร์ก นิกส์ ตั้งแต่สไตล์การเล่นที่ไม่เข้ากับแผนการทำงานของโค้ชแต่ละคน, ถูกถอยบทบาทมาเป็นลูกไล่ของสตาร์ดังเบอร์ 1 ประจำทีม, อาการบาดเจ็บที่หัวเข่ากำเริบบ่อยครั้ง, ความกดดันจากกองเชียร์ที่ถูกโยนมาให้ระหว่างแข่งของแต่ละทีมที่ย้ายไปเล่นด้วย

นอกจากนี้ครั้งหนึ่ง หลิน เคยได้รับการยกย่องว่าจะขึ้นมาเป็น "นิว เหยา หมิง" ซูเปอร์สตาร์จีน ที่เขย่า เอ็นบีเอ กับการเล่นให้ ฮุสตัน ร็อคเกตส์ กระนั้นก็ตามด้วยความคาดหวังอันถาโถมไม่ว่าจะจากทีมที่หวังเจาะตลาดจีน ซึ่งทำไม่สำเร็จส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะ หลิน ไม่ใช่จีนที่เกิดบนดินแดนมังกรโดยแท้แต่เกิดที่แคลิฟอร์เนีย ผิดกับ อาเหยา ที่เกิดที่เซี่ยงไฮ้ เล่นให้ทีมจีนแท้ๆ อย่าง เซี่ยงไฮ้ ชาร์กส์ ทำให้คนจีนไม่ค่อยจะนิยมชมชอบมากนัก
ได้แชมป์กับ แร๊พเตอร์ส แต่แทบไม่ได้โชว์อะไร
ที่กล่าวมาทั้งหมดทำเอาผลผลิตจากมหาวิทยาลัยฮาววาร์ด ตกต่ำลงแต่สิ่งที่ไม่ลดลงไปคือใจที่ไม่ยอมแพ้ “ผมมาอยู่ตรงนี้เพื่อบอกพวกคุณว่า อย่ายอมแพ้ สำหรับทุกๆคนที่กำลังทำงานหนักแต่ยังไม่เห็นผลตอบแทน” หลิน ผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่นอเมริกันเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ได้แชมป์เอ็นบีเอ กล่าวทิ้งท้าย

ปัจจุบัน หลิน กำลังมองหาต้นสังกัดใหม่ในฐานะฟรีเอเยนต์ ซึ่งทำให้เจ้าตัวสามารถเลือกทีมเล่นได้เต็มที่ ไม่ว่าเป็นเอ็นบีเอ หรือลีกอื่นในยุโรป-เอเชีย โดยสำหรับผู้เล่นที่เคยขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพและทำให้แฟนยัดห่วงทั่วโลกต้องหาซื้อเสื้อแข่งที่ปักชื่อ “หลิน” สมัยพีคสุดๆไว้ในครอบครองแล้ว สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดเวลานี้คงไม่ใช่การย้ายไปเล่นกับทีมที่ยิ่งใหญ่ มีชื่อเสียง ประสบความสำเร็จ หรือมีเงินจ่ายค่าเหนื่อยมหาศาล แต่เป็นทีมที่เชื่อมั่นในตัวเขาและพร้อมให้โอกาสกลับมาเกิดใหม่อีกครา
เหยา หมิง ที่หลายคนอยากเดินรอยตาม
กำลังโหลดความคิดเห็น...