xs
xsm
sm
md
lg

ร้อนจัด...ตากแดดนาน เสี่ยงมะเร็งผิวหนัง-ต้อกระจก / พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คอลัมน์ “Golf Healing” โดย “พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎ และ โรงพยาบาลรามคำแหง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี somsak_doctor@hotmail.com”

“ผมว่าวันนี้ไอ้อ้อยมันซึมๆท่าทางแปลกๆนะ? ไอ้เก่งจอมตีไกลของเราตั้งข้อสังเกตกับ “อ้อยใจ” แคทดี้ คนสวยของคุณชูสง่าหัวหน้าก๊วน ซึ่งวันนี้แต่งตัวปกปิดรัดกุมแถมใส่แว่นตาดำ จนมองไม่ออกว่าเป็นใคร “ก็แดดมันร้อนจ้าอย่างนี้ ใครๆเค้าก็ใส่แว่นดำกันทั้งนั้น มึงนี่...คิดอะไรว๊ะ? พี่หมอย้อนถามเด็กอ้วน

“สงสัยโดนผัวซ้อมมา! เหมือนไอ้ดาวแคทดี้ผม วันก่อนแอบเห็นมันถอดแว่นตาบวมเหมือนร้องไห้หนักมา ถลกแขนเสื้อเห็นรอยเขียวช้ำ ถามมันบอกว่าซ้อมผัวมา เมื่อวานพาผัวไปเย็บหัวแตก 12 เข็ม?

“พูดจริงเหรอว๊ะ” เฮียชูชักไม่แน่ใจ

แสงแดดมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่หากได้รับมากเกินไป เป็นระยะเวลานาน รังสียูวีก็สามารถส่งผลกระทบต่อผิวหนังดวงตาและทำให้เกิดการเจริญเติบโตของผิวหนังที่ผิดปกติเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังในระยะยาวได้ โดยพบว่าปริมาณของความเข้มข้นของรังสียูวีมากในพื้นที่ของหลายจังหวัด โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคอีสาน แม้กระทั่งในกรุงเทพมหานคร ชลบุรี กาญจนบุรี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ตและสงขลา ซึ่งระดับความเข้มข้นของรังสียูวียิ่งเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงขึ้น มีผลกระทบต่อผิวหนังไม่ว่าจะเป็นผิวไหม้จากแดด ผิวแก่ก่อนวัย มะเร็งผิวหนัง รวมถึงส่งผลต่อดวงตา หากไม่มีการป้องกัน จะทำให้เกิดกระจกตาอักเสบ ภาวะจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุและในระยะยาวอาจเกิด ต้อเนื้อ ต้อลม หรือต้อกระจก กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยว และคนที่ทำงานกลางแจ้งติดต่อกันเป็นเวลานาน

ลักษณะของมะเร็งผิวหนัง มีได้หลายแบบ ตั้งแต่มีลักษณะโดยรวมที่เราควรระวังคือ ชนิดที่เป็นไฝ จะมีลักษณะขอบไม่เรียบ มีสีไฝไม่สม่ำเสมอ ขนาดโตมากกว่า 6 มม. หรือมีไฝที่ปกติอยู่ดีๆไม่เคยเปลี่ยนแปลงแล้วกลับมาโตใหญ่ขึ้นหรือผิวหนังที่มีลักษณะนูนแข็งๆโตขึ้นเรื่อยๆหรือเป็นแผลขอบนูนขึ้น พื้นแผลแข็งๆเป็นนานๆไม่ยอมหายหรือโตขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพบลักษณะอย่างนี้ที่ใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณที่สามารถโดนแสงแดดได้บ่อยๆ เช่น ใบหน้า แขนขา ก็ขอให้ตะหนักไว้และรีบไปพบแพทย์ โรคผิวหนัง

ทั้งนี้ นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย แนะวิธีการป้องกันรังสียูวี ทำได้โดยอยู่ในที่พักอาศัยอาคารหรือในร่ม โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้ใหญ่ ที่มีสุขภาพผิวแพ้ง่ายหรือเป็นภูมิแพ้หลีกเลี่ยงการตากแดดในช่วงเวลาที่มีความเข้มข้นของรังสียูวีสูง คือ เวลาประมาณ 10.00 – 16.00 น. หากจำเป็นต้องออกแดด ควรใส่เสื้อแขนยาวมีสีอ่อนหลวมๆน้ำหนักเบา ระบายความร้อนได้ดี กางร่มหรือสวมหมวกปีกกว้าง ใส่แว่นตากันแดดทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุก 2 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งควรจัดเวลาตารางการทำงานสลับกับการพักเป็นระยะในที่ร่ม เพื่อลดความเสี่ยงจากการรับรังสียูวี การใส่แว่นกันแดด ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยปกป้องดวงตาจากแสงแดดและรังสียูวี เพื่อช่วยถนอมดววงตาเราให้มองเห็นโลกสวยไปได้นานๆ
กำลังโหลดความคิดเห็น...