xs
xsm
sm
md
lg

จับเข่าคุย “อเล็กซ์ อัลบอน” เปิดประสบการณ์ซิ่ง “F1” ปักธงไทยสู่สังเวียนโลก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

อัลบอน เป็นนักซิ่ง F1 เต็มตัวแล้ว
ผู้จัดการรายวัน 360 – ศึกรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก ฤดูกาล 2019 ผ่านไปแล้ว 3 สนาม แฟนความเร็วชาวไทยคงได้ชมฝีไม้ลายมือของ อเล็กซานเดอร์ อัลบอน นักขับหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ กันไปเรียบร้อยแล้ว แม้จะลงแข่งปีแรกแต่ก็มีผลงานน่าประทับใจโดยเฉพาะการประเดิมแต้มแรกใน เวิลด์ กรังด์ ปรีซ์ ที่บาห์เรน และนั่นก็ทำให้สื่อทุกสำนักให้การจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของเจ้าตัวในฐานะคลื่นลูกใหม่มาแรงแห่งฤดูกาล

อัลบอน คือหนึ่งในนักขับน้องใหม่ป้ายแดงแห่งศึกมอเตอร์สปอร์ตอันดับ 1 ของโลกปีนี้ ร่วมกับ จอร์จ รัสเซล และ แลนโด นอริส เพื่อนร่วมรุ่น หลังสร้างชื่อคว้าอันดับ 3 ของรายการ ฟอร์มูลา ทู ฤดูกาลที่แล้ว โดยอยู่ภายใต้ชายคาของ โตโร รอสโซ ทีมลูกของ เรด บูลล์ เรซซิง ซึ่งเป็นทีมที่ให้โอกาสนักขับรุ่นเยาว์แสดงฝีไม้ลายมือก่อนผลักดันสู่ทีมใหญ่ในอนาคต โดยแชมป์โลกอย่าง เซบาสเตียน เวทเทล หรือยอดฝีมือเช่น แดเนียล ริคคิอาร์โด กับ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ดาวรุ่งจอมร้อนแรง ก็เคยขับให้ทีมนี้มาก่อน

เรื่องราวของนักขับไทยคนที่สองในประวัติศาสตร์ เอฟวัน ต่อจาก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช(พระองค์เจ้าพีระ) ถูกสื่อนำเสนออย่างน่าสนใจ กระนั้นหลายคนอาจยังไม่รู้เรื่องราวการเปลี่ยนแปลงและขั้นตอนการเตรียมตัวสู่สังเวียนใหญ่ของเจ้าตัวมากนัก โดยเป็น จีพี อัพเดท เว็บไซต์ดังของวงการมอเตอร์สปอร์ต ชวนนักแข่งวัย 22 ปี จับเข่าคุยถึงวันแรกในการเดินเข้าการาจพิต และการทำงานในฐานะนักแข่ง เอฟวัน แบบเต็มตัว

อัลบอน เปิดใจเล่าว่าตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาร่วมชายคา โตโร รอสโซ รู้สึกประทับใจยิ่งกับการทำงานของทุกฝ่ายทั้งทีมช่างวิศวกร, ผู้ช่วยฝ่ายพลศาสตร์ และทีมงานผู้ให้ข้อมูลเรื่องตัวรถกับสนามจนทำให้บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและน่าตื่นเต้น ก่อนชิมลางขับรถจำลองซิมูเลเตอร์ และจับรถของจริงในการทดสอบที่บาร์เซโลนา โดยเริ่มจากความเร็วช่วงขั้นต้นก่อนเพิ่มสปีดขึ้นไปทีละขั้น สร้างความคุ้นเคยและเรียนรู้การทำเวลาต่อรอบในแบบของตัวเอง

ความจริง อัลบอน มีโอกาสจะได้ขับเอฟวันเร็วกว่านี้ เขาคือหนึ่งในทีมนักขับเยาวชนของทีม เรด บูลล์ จูเนียร์ เมื่อปี 2012 แต่เพราะผลงานในรายการ ฟอร์มูลา เรโนลต์ 2.0 ที่ไม่โสภา ด้วยความตื่นเต้นและมือใหม่ ทำให้ถูก เรด บูลล์ ตัดชื่อออกจากโปรแกรมพัฒนาช่วงโค้งสุดท้าย “ชัดเจนว่าท้ายฤดูกาล ผมแสดงฝีมือได้ไม่ดีพอ และนั่นก็เป็นโอกาสที่ เรด บูลล์ เลือกตัดชื่อผมออกไป ผมไม่ประหลาดใจเลยตอนที่เห็น ดร.เฮลมุท มาร์โก (ที่ปรึกษา เรด บูลล์) โทรหาผมและบอกถึงการตัดสินใจของทีม”

แต่ความผิดหวังครานั้นก็ถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังขับดันชั้นดีเมื่อ อัลบอน เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องด้วยการลงแข่งขันรายการต่างๆ จนผลลัพธ์ผลิดอกออกผลครั้งแรกด้วยผลงานอันดับ 3 ของ ฟอร์มูลา เรโนลต์ 2.0 ในปี 2014, ลงแข่งรุ่น GP3 แล้วได้ตำแหน่งรองแชมป์ และมาถึง ฟอร์มูลา ทู ปี 2018 ซึ่งประสบความสำเร็จได้อันดับ 3 และนั่นก็ทำให้ ดร.เฮลมุท มาร์โก กริ๊งกร๊างมาอีกรอบ “เฮลมุท คนเดิมนี่แหละ เขาโทรหาผมตอนเดินห้างอยู่ที่ดูไบ พอรู้ว่าได้ที่นั่งในเอฟวัน ผมถึงกับยกเลิกตั๋วเดินทางไปที่อื่นเลย”

นอกจากการฝึกขับรถแบบซิมูเลเตอร์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของนักขับทุกคน การจะขับขี่รถที่มีแรง G ระดับ 5 ด้วยสภาพร่างกายแบบมนุษย์ทั่วไปย่อมเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นนักขับจึงต้องเข้ายิมออกกำลังสร้างกล้ามเนื้อเพื่อรองรับทุกแรงกระแทกที่เข้ามา ไม่เว้นแม้แต่ อัลบอน ที่ต้องเสริมความฟิตให้ตัวเองไปอีกขั้น “ผมต้องเพิ่มกล้ามเนื้อส่วนหลังซึ่งต้องรับแรงกระแทกบ่อยครั้ง รวมถึงกล้ามเนื้อคอ ทำคาดิโอด้วยเพราะเวลาแข่งขันในสนามเราใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงในการขับขี่ ฝึกประสาทการรับรู้ นั่นคือสิ่งสำคัญ”

สำหรับ อัลบอน ปีแรกที่ขับขี่รถสูตรหนึ่ง ได้รับค่าจ้างอยู่ที่ 170,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.3 ล้านบาท) แน่นอนว่าค่อนข้างน้อยเพราะเพิ่งเข้ามาใหม่ แต่เจ้าตัวระบุว่าสิ่งที่น่าดีใจกว่าคือการเห็นชื่อของตัวเองและธงชาติไทยปรากฏทุกสนามแข่งขัน ขณะเดียวกันนักซิ่งหนุ่มรายนี้ก็มีฐานแฟนคลับในไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดได้ร่วมงานกับ เอดิฟิส นาฬิกายี่ห้อดังจาก คาสิโอ ในฐานะ แบรนด์ แอมบาสเดอร์ แถมยังมีนาฬิกาซิกเนเจอร์ของตัวเองวางขายด้วย

สุดท้ายเมื่อพูดถึงเป้าหมายปีแรกในการเป็นนักขับ ฟอร์มูลา วัน อัลบอน บอกว่ายังไม่ได้ตั้งความหวังไว้สูงนักเพราะต้องการเรียนรู้สิ่งต่างๆในสนามและหาประสบการณ์ให้ตัวเองก่อน เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก็ค่อยขยับเป้าหมายให้สูงขึ้นต่อไป “ผมไม่มีเป้าหมายอะไรที่ชัดเจนในปีนี้ ฟังดูน่าประหลาด แต่เมื่อไหร่ที่คุณผลักดันตัวเองลงสู่สนามก็ต้องบอกว่าอยากจะทำให้ดีที่สุด”

“ทุกสัปดาห์ที่เข้ามา สิ่งที่ผมต้องทำคือการเตรียมพร้อมให้แก่ตัวเอง ศึกษาข้อมูลดูว่าผมสามารถพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในด้านไหนได้บ้าง ทำอย่างไรถึงจะเก่งขึ้น ขณะเดียวกัน สิ่งที่จะช่วยให้ผมพัฒนาได้ดีที่สุดคือการแข่งขันจริง การควอลิฟาย ทุกสิ่งสามารถนำมาใช้เรียนรู้และปรับปรุงเพื่อประโยชน์แก่ตัวเองจนกว่าจะถึงวันสิ้นสุดฤดูกาล แล้วค่อยมาดูกันว่าผมจะอยู่ตำแหน่งไหนของตาราง” อัลบอน ทิ้งท้าย
ร่วมเฟรมกับนักแข่งมือพระกาฬ
มีแฟนคลับติดตามผลงาน
คว้าแต้มแรกที่บาห์เรน
ลุ้นผลักดันขึ้นทีมใหญ่ในอนาคต



กำลังโหลดความคิดเห็น...