xs
xsm
sm
md
lg

ระทึก? ลุ้นมีนาคมนี้ตัดสินโทษ “ยกเหล็กไทย” หลังเจอโด๊ป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล หนึ่งในคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี
จากกรณีที่สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ หรือ ไอดับเบิลยูเอฟ รายงานผลการตรวจสอบสารกระตุ้นของนักกีฬาที่เข้าแข่งขันในยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก 2018 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา พบมีนักยกน้ำหนักทีมชาติไทยถึง 4 ราย ถูกตรวจพบการใช้สารกระตุ้น

โดยนักยกน้ำหนักไทย ทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย ธัญญ่า สุขเจริญ, สุกัญญา ศรีสุราช, โสภิตา ธนสาร และ ชิดชนก พูลทรัพย์สกุล โดยเฉพาะในรายของ สุกัญญา กับ โสภิตา ที่ถือเป็นนักกีฬาความหวังเหรียญทองโอลิมปิก 2020 หลังทั้งคู่เคยคว้าเหรียญทองมาแล้วจากโอลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิล

ซึ่ง คุณหญิง ปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล หนึ่งในคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ “ไอโอซี” กล่าวถึงความกังวลว่าประเทศไทย จะถูกแบนจากการแข่งขันยกน้ำหนักในกีฬาโอลิมปิกครั้งหน้า ว่า

“ที่ผ่านมา องค์กรต่อต้านสารต้องห้ามโลก (วาด้า), สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ รวมถึงสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ต่างก็ได้ร่วมกันต่อต้านการใช้สารกระตุ้นมาโดยตลอด ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีใหม่ เข้ามาใช้ในการตรวจครั้งล่าสุด ทำให้เราไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นการรับสารกระตุ้นจากทางไหน หรือตัวไหน จึงไม่สามารถบอกอะไรในตอนนี้ได้”

“แต่มีเดือนมีนาคมนี้ จะมีการประชุมของสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ ที่แอลเอ สหรัฐฯ จากนั้นเราจะได้ทราบว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้มีผลตัดสินออกมา ซึ่งก็อยากให้กำลังใจนักกีฬายกน้ำหนัก และสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย”

นอกจากนี้ คุณหญิง ปัทมา ยังกล่าวถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขกรณีดังกล่าวด้วยว่า “เราจำเป็นต้องให้ความรู้กับทีมงานที่ดูแลด้านร่างกายนักกีฬา ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา หรือนักกายภาพ ให้มีความรู้อย่างถ่องแท้ในเรื่องการใช้ยารักษาโรค รวมถึงการรับประทานอาหาร”

“สำหรับคนไม่ดีเขาก็ต้องหาวิธีที่ล้ำหน้าเพื่อเอาเปรียบนักกีฬาคนอื่น ซึ่ง วาด้า เองก็พยายามศึกษาวิจัยค้นคว้าให้ทัน เพื่อสร้างความบริสุทธิ์โปร่งใสให้กับวงการกีฬา และเป็นธรรมกับนักกีฬาทุกคน”

“เชื่อว่า นักกีฬายกน้ำหนักไทยที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ ทุกคนก็ไม่ได้มีเจตนาอย่างแน่นอน น่าจะเกิดจากความผิดพลาดมากกว่า เราจึงต้องหาวิธีให้ความรู้อย่างถ่องแท้ในเรื่องสารกระตุ้น” คุณหญิง ปัทมา กล่าว

ทั้งนี้ ตามระเบียบใหม่ของ ไอดับเบิลยูเอฟ ชาติใดที่ถูกตรวจพบสารกระตุ้น 3 กรณีขึ้นไปในรอบปฏิทินจะถูกแบน 4 ปี จากการแข่งขัน และถูกปรับสูงสุด 200,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6,300,000 บาท อีกทั้งเจ้าหน้าที่ทีม อาจจะถูกแบน 2 ปีอีกด้วย

ซึ่งก่อนหน้านี้ มีประเทศที่ถูกแบนจากการใช้สารกระตุ้นห้ามเข้าร่วมการแข่งขันมาแล้ว อาทิ อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, จีน, คาซัคสถาน, มอลโดวา, รัสเซีย, ตุรกี, ยูเครน เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...