xs
xsm
sm
md
lg

ปรีวิว ชี้ชะตา "ช้างศึก" เปลี่ยนระบบดวล "บาห์เรน" อัดฉีดหนักลูกละ 5 ล้าน ต้องเก็บชัย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย "เอเชียน คัพ 2019" ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดินทางมาถึงเกมในนัดที่สองของรอบแบ่งกลุ่ม ขุนพล "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ที่พ่ายแพ้อย่างราบคาบต่อ อินเดีย ในเกมนัดแรก จะลงสนามพบ บาห์เรน วันที่ 10 มกราคม 2562 เวลา 18.00น. ตามเวลาประเทศไทย

ทีมชาติไทย เพิ่งปลดมิโลวาน ราเยวัช ออกจากตำแหน่งกุนซือใหญ่ หลังจากแพ้ให้กับ ทีมชาติอินเดีย หมดรูป ด้วยสกอร์ 1-4 รั้งบ๊วยของกลุ่มในเวลานี้ โดยขุนพล "ช้างศึก" จะใช้บริการ "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ขึ้นมากุมบังเหียนแทน และมี "โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ เป็นผู้ช่วยคุมทีมจนจบทัวร์นาเมนต์เอเชียน คัพ 2019

สภาพทีมก่อนดวลทีมชาติบาห์เรน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเกมที่แล้ว ทุกคนฟิตพร้อมเป็นตัวเลือกลงสนามกันครบครัน "โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน เผยว่า เกมนี้อาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงระบบในบางส่วนของทีมชาติไทยรวมไปถึงรูปแบบการเล่น พร้อมเรียกสมาธินักฟุตบอลกลับคืนมาอีกครั้งหลังพ่ายแพ้เละเทะในเกมแรก แต่โดยรวมแล้วยังคงเปลี่ยนแปลงอะไรมากไม่ได้

"สิ่งที่ต้องเปลี่ยน อย่างแรก แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องระบบ ต่อด้วยเรื่องเกี่ยวกับตัวผู้เล่น ซึ่งเราต้องมาดู และปรับจูน กันว่า ตำแหน่งไหน ที่ใครถนัดมากที่สุด แต่โดยรวมก็คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องดูเป็นพิเศษ คือเรื่องแนวทางการเล่น อย่างเช่นจังหวะไหนที่ควรรุกพร้อมกัน และรับพร้อมกัน การเจอ บาห์เรน เป็นเกมที่หนักอยู่แล้ว เท่าที่ผมคิด เราต้องรับให้แน่นก่อน แต่รับให้แน่นในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า เราต้องรับต่ำ เพียงแต่เราต้องรับให้เป็น แต่ละแดนควรเพรสซิ่งคู่แข่งอย่างไร ที่สำคัญ เราจะพยายามบอกเด็กว่า เมื่อได้บอลแล้ว ควรทำอะไร และเมื่อเสียบอลแล้ว ควรทำอะไร ก็เดี๋ยวเราจะมีการซ้อมประมาณ 2-3 ระบบ เพื่อให้เด็กทำความเข้าใจมากขึ้น"

ขณะเดียวกันมีการรายงานว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำโดย "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ยืนยันร่วมมือกับผู้สนับสนุนเตรียมเงินอัดฉีดให้นักฟุตบอลทีมชาติไทยทุกคนในเกมนี้หากสามารถเก็บชัยเหนือบาห์เรนได้ จะให้อัดฉีดลูกละ 5 ล้านบาท แต่ย้ำว่าต้องเก็บชัยชนะให้ได้เท่านั้น

ส่วน บาห์เรน ของกุนซือมิโลสลาฟ ซูคัป เทรนเนอร์ชาวเช็ก กุมบังเหียนทีมมาตั้งแต่ปี 2016 เกมล่าสุดดวลแข้งกับเจ้าภาพแบบน่าชนะ แต่พลาดท่าโดนจุดโทษแบบน่ากังขาช่วงท้ายเกม ทำได้แค่เก็บผลเสมอไป 1-1 แต่ผลงานโดยรวมในช่วงหลังถือว่าทำได้ดี อุ่นเครื่องกับทีมในเอเชียด้วยกัน 8 เกมหลังสุด ชนะถึง 4 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 2 นัด

เกมนี้บรรดาตัวหลักยังอยู่กันพร้อมหน้าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ นำทัพมาโดย โมฮาเหม็ด อัล โรไมฮี กับ อัลดุลลา ยูซูฟ เฮลัล 2 ดาวยิงตัวเก่ง รวมไปถึง 2 ปราการหลังจอมแกร่ง อย่าง ฮาหมัด อัล ชัมซาน และวาลีก อัล ฮายาม โดยมี อับดุลวาฮับ อาลี และคามิล อัล อัสวาด เป็นตัวหลักในแดนกลาง

มิโลสลาฟ ซูคัป หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติบาห์เรน เผยว่า "เกมกับไทยไม่น่าจะใช้เกมที่ง่าย เพราะเขามีการเปลี่ยนแปลงโค้ช มันทำให้พวกเขาน่ากลัวกว่าเดิม แต่เราทุกคนจะลงไปเล่นเกมนี้เพื่อชนะเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อเสมอ เพราะความผิดพลาดจากผู้ตัดสินในเกมนัดเปิดสนามกับ ยูเออี ทำให้พวกเราไม่ได้สามแต้มตามที่เราน่าจะได้รับ"

"ตอนนี้เราโฟกัสที่เกมกับไทยเต็มที่ เราจะพยายามเต็มที่ เพื่อเก็บสามคะแนนแรกให้ได้ในศึกชิงแชมป์เอเชีย ตอนนี้นักเตะทุกคนพร้อมเต็มที่ ที่จะลงสนามเพื่อไปเอาชัยชนะกลับมา"

สถิติการเจอกันของทั้งสองทีมก่อนหน้านี้ ด้วยแข้งกันมาทั้งหมด 9 ครั้ง ทีมชาติไทยเคยเอาชนะ บาห์เรน ได้แค่ครั้งเดียว ซึ่งต้องย้อนกลับไปเมื่อ 39 ปีที่แล้ว ในทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่องเพรสซิเดนต์ คัพ ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่ง "ช้างศึก" เฉือนชนะไป 1-0 แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา ไทย ทำได้ดีสุดเพียงแค่เสมอ 5 นัด และบาห์เรน ชนะ 3 นัด โดยเกมล่าสุดที่เจอกันคือในปี 2015 เป็นเกมอุ่นเครื่องที่ราชมังคลากีฬาสถาน จบลงที่ผลเสมอ 1-1

รายชื่อ 11 ตัวจริงทีมชาติไทยที่คาดว่าจะลงสนาม ในระบบ 3-5-2 ประกอบด้วย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, อดิศร พรหมรักษ์, พรรษา เหมวิบูลย์, สุพรรณ ทองสงค์, ธีราทร บุญมาทัน, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ทริสตอง โด, ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศักดิ์ ไกรษร


กำลังโหลดความคิดเห็น...