xs
xsm
sm
md
lg

ชำแหละ!! 4 ทีมอังกฤษรอบ 16 ทีม "ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ทราบผลจับสลากประกบคู่ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาท์ 16 ทีมสุดท้ายกันไปแล้ว ดังนั้นเราจะลองมาดู 4 ตัวแทนจากอังกฤษที่เข้ารอบกันมาแบบพร้อมหน้าพร้อมตาว่าหนทางของแต่ละทีมนั้นหนักหนาสาหัสแค่ไหนเห็นจะมีก็แต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ดูจะงานเบาที่สุด

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS ชาลเก้ 04
แน่นอนทุกคนมองว่า แมนฯซิตี้ โชคดีที่เจองานเบาที่สุดในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่้อเทียบกับอีก 3 ทีมที่เหลือที่มาจากเกาะอังกฤษด้วยกัน เพราะสถานการณ์ของ ชาลเก้ 04 ในเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน แพ้ไปแล้ว 8 จาก 15 นัดแรกรั้งที่ 13 เข้ารอบน็อกเอาท์มาได้ เพราะอยู่กลุ่มอ่อนที่สุด กุนซือได้แก่ โดเมนิโก้ เตเดสโก้ แข้งของ "ราชันสีน้ำเงิน" ชุดนี้ที่ชื่อคุ้นหูประกอบไปด้วย มาติย่า นาสตาซิช ที่จะได้เจอกับทีมเก่า, ฟรังโก ดิ ซานโต, นาบิล เบนทาเล็บ, เซบาสเตียน รูดี้, บาบ้า ราห์มาน และ นัลโด้ ขณะที่นักเตะของ "เรือใบสีฟ้า" ที่จะได้เจอกับทีมเก่าก็คือ เลรอย ซาเน่ หลังเคยกระชากลากเลื้อยระหว่างปี 2014-16

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
ถือเป็นงานหินของ แมนฯยูไนเต็ด เพราะใน พรีเมียร์ ลีก รั้งที่ 6 เจอกับ เปแอสเช จ่าฝูงของ ลีก เอิง ที่ยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ นำโดย 3 แนวรุกระดับพระกาฬอย่าง เนย์มาร์, เอดินสัน คาวานี่ และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ดังนั้นอยู่ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ "ผีแดง" จะเปิดตำราบทไหนมารับมือ เพราะหากมองในแง่ดีก็มีประสบการณ์มากกว่า อีกทั้งการเตะฟุตบอลแบบน็อกเอาท์เหย้า-เยือนน่าจะเข้ากับแผนที่เน้นเกมรับจอดรถบัสเป็นหลัก ขณะที่นักเตะของฝั่งยอดทีมอังกฤษแชมป์ยุโรป 3 สมัยมองไม่ออกเลยว่าจะมีใครมาเป็นทีเด็ดยิงพาทีมเข้ารอบได้ ดังนั้นงานนี้สาวก "เรด เดวิลส์" ลุ้นเหนื่อยเหมือนเดิม

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ VS โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
ต้องบอกว่าปีนี้ ดอร์ทมุนด์ มาดีเหลือเกินภายใต้การคุมทัพของ ลูเซียง ฟาฟร์ โดยรั้งจ่าฝูง บุนเดสลีกา เยอรมัน และยังไม่แพ้ใครเมื่อพ้น 15 นัด ซึ่งการมาเจอกับ สเปอร์ส ในเกมนี้ถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยง เพราะว่าเน้นเกมรุกทั้งคู่ ย้อนไปปีที่แล้วทั้งคู่เจอกันในรอบแบ่งกลุ่ม "ไก่เดือยทอง" ทำได้ดีกว่าเปิดบ้านชนะ 3-1 ก่อนบุกย้ำแค้น 2-1 แน่นอนว่าเจอกันในปีนี้รูปโฉมของ "เสือเหลือง" ก็เปลี่ยนไป ขณะที่ทีมอังกฤษยังไม่เปรี้ยงเหมือนปีที่ผ่านๆ มา ดังนั้นถือเป็นคู่ที่เบียดกันสุดๆ

ลิเวอร์พูล VS บาเยิร์น มิวนิค
ปิดท้ายที่คู่ระดับ 5 ดาวของรอบนี้เป็นการปะทะกันของอดีตแชมป์ 5 สมัยด้วยกันทั้งคู่ แต่โมเมนตัมตอนนี้ต้องยกให้ ลิเวอร์พูล ที่เข้าถึงรอบชิงเมื่อปีที่แล้วปีนี้ก็ยังทำได้ดีภายใต้แนวรุกชุดเดิมที่สุดแสนจะดุดันนำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แบบยังไม่แพ้ใครเมื่อพ้น 17 นัด ตรงกันข้ามกับ บาเยิร์น ที่ดูจะดร็อปลงไป หลังเปลี่ยนถ่ายสู่ยุคกุนซืออย่าง นิโก้ โควัก รั้งอันดับ 3 ใน บุนเดสลีกา เยอรมัน นักเตะของ "เสือใต้" หลายต่อหลายคนก็เริ่มโรยราคล้ายๆ กับทีมชาติเยอรมนีที่ตกลงไปในช่วงที่ผ่านมา ดูแล้วน่าจะแลกกันมันหยด เพราะ เจอร์เกน คล็อปป์ นายใหญ่ "หงส์แดง" ก็เคยคุม ดอร์ทมุนด์ ปะทะกันมาแล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น...