xs
sm
md
lg

โหมโรงศึก “พรีเมียร์ ลีก” บิ๊กแมตช์ “เรือ” อัดเกมรุก ลุ้นเจาะ “ปืนโต” ยุคใหม่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

จะได้เห็นฝีมือ อูไน เอเมอรี่
เอเยนซี - มีคำกล่าวที่ว่า "ป้องกันแชมป์ยากกว่าคว้าแชมป์" ซึ่ง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้บังเหียนของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังจะได้สัมผัสสิ่งนี้ในศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาลใหม่ 2018-19 ที่ได้ฤกษ์เตะนัดแรกระหว่างวันที่ 10-12 สิงหาคมนี้

หลังจากฤดูกาล 2017-18 ที่ แมนฯซิตี้ ช็อปกระหน่ำจนถูกแซวว่าซื้อแบ๊กในราคากองหน้า ซัมเมอร์นี้ เป๊ป คว้าแบบเป็นน้ำเป็นเนื้อมาแค่คนเดียวคือ ริยาด มาห์เรซ ปีกเลือดแอลจีเรียจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ ซึ่งก็ได้ลงกระชากลากเลื้อยไปแล้วในเกม เอฟเอ คอมมูนิตี้ ชิลด์ ที่ชนะ เชลซี 2-0 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา

แน่นอนอย่างที่จั่วหัวไปแล้วว่าโจทย์ของ แมนฯซิตี้ ยากขึ้น เพราะนอกจากป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ที่ปีที่ผ่านมาทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง 19 แต้ม ยังต้องไปแก้มือในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายพ่าย ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 1-5

นัดแรก แมนฯซิตี้ ถือว่างานหนักทีเดียวต้องออกไปเยือน อาร์เซนอล เตะวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคมนี้ แต่ว่าเรื่องขุมกำลังถือว่าได้เปรียบทีมอื่นพอสมควร เพราะในขณะที่สโมสรต่างๆ มีปัญหาเรื่องความฟิต แต่ "เรือใบสีฟ้า" นั้นมีตัวเลือกค่อนข้างเยอะ

เกมนี้ เป๊ป คงมาในระบบถนัด 4-3-3 โดย 11 ตัวผู้เล่นที่คาดนั้นคงจะเปลี่ยนจากชุดที่ชนะ เชลซี คว้าโล่เอาฤกษ์เอาชัย 3 ตำแหน่งไล่ตั้งแต่ เอแดร์สัน มือกาวตัวจริงจะลงมาแทน เคลาดิโอ บราโว่, แวงซองต์ กอมปานี่ ยืนกองหลังกับ อายเมอริก ลาปอร์ต และ เควิน เดอ บรอยน์ ปั้นเกมแทน ฟิล โฟเดน

ตัวปั้นเกม มาห์เรซ น่าจะเป็นตัวเลือกแทน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ส่วนกองหน้า กาเบรียล เชซุส นั้นฟิตเต็มร้อยแล้ว แต่คงสำรอง เซร์คิโอ อกูเอโร ที่เหมา 2 ประตูในแมตช์ที่ชนะ เชลซี จะประสานงานแดนหน้ากับ เลรอย ซาเน่ ชายที่ถูก เยอรมนี เมินหนีบไป เวิลด์ คัพ 2018

ข้ามมาดู อาร์เซนอล ที่ถือว่าเป็นปีที่น่าจับตามอง หลังจากหมดยุค อาร์แซน เวนเกอร์ ที่คุมมา 22 ปีหรือระหว่างปี 1996-2018 โดยเป็น อูไน เอเมอรี่ อดีตนายใหญ่ของ บาเลนเซีย, เซบียา และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เข้ามารับช่วงแทน ผลงานที่เด่นสุดๆ ของกุนซือวัย 46 ปีคือพาถิ่น รามอน ซานเชซ ปิซฆวน เป็นแชมป์ ยูโรปา ลีก 3 ปีติด

อาร์เซนอล คงจะเน้นระบบกองหน้าคนเดียวคือ ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง โดยมี 3 คนช่วยปั้นเกมคือ เมซุต โอซิล, อารอน แรมซี่ย์ และ เฮนริกห์ มคิทาร์ยาน แน่นอนดูแล้วคล้ายกับของ เวนเกอร์ แต่จะต่างตรงที่ตัวรับจะใช้ถึง 6 คนเลยทีเดียว

เกมรับของ อาร์เซนอล ยุค เอเมอรี่ น่าจะแน่นขึ้น เริ่มตั้งแต่ผู้รักษาประตู แบรนด์ เลโน่ ย้ายจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เข้ามาเป็นมือ 1 ด้วยค่าตัว 22.5 ล้านปอนด์ กองหลัง 3 คนนำโดย โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ที่ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัว 17.6 ล้านปอนด์ ประสานงานกับ ชโคดราน มุสตาฟี่ และ นาโช มอนเรอัล

ส่วนวิงแบ๊กของ อาร์เซนอล เกมนี้เป็น สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ ที่เซ็นมาแบบฟรีๆ โดยน่าจะได้รับโอกาสประจำการกราบขวาก่อน เฮคตอร์ เบลเยริน ส่วนด้านซ้ายเป็น เซอัด โคลาซินัก ปิดท้ายที่มิดฟิลด์ตัวรับจะเป็นหน้าที่ของ กรานิต ชาก้า เพียงแค่คนเดียว

นอกจากที่กล่าวไปแล้วซัมเมอร์นี้ อาร์เซนอล เป็นทีมที่เสริมเยอะหลายตำแหน่งที่เหลือก็มี ลูคัส ตอร์เรร่า กองกลางทีมชาติอุรุกวัยชุดเข้ารอบ 8 เวิลด์ คัพ 2018 รวมถึงกองกลางดาวรุ่ง มัตเตโอ กูเอ็นดูซี่ ดังนั้นหาก เอเมอรี่ ผสมทีมได้อย่างกลมกล่อมก็ถือว่าเป็นอีกทีมที่น่ากลัวในฤดูกาลใหม่นี้
จับตาดู อาร์เซนอล ยุคใหม่
มาห์เรซ จะได้ลากเลื้อยต่อไป
แมนฯซิตี้ เอาฤกษ์เอาชัยได้โล่การกุศล
โปรแกรม พรีเมียร์ ลีก สัปดาห์แรก


กำลังโหลดความคิดเห็น...