xs
xsm
sm
md
lg

"ประจวบ เอฟซี" มาถึงตรงนี้ได้ไง? / แมวดำ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คอลัมน์ “สกอร์บอร์ด” โดย “แมวดำ”

ก่อนฤดูกาล 2018 ของฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก จะเริ่มขึ้น มีการประกาศชัดว่า 5 ทีมจากท้ายตารางคือผู้สมควรตกชั้นสู่ "ไทยลีก 2" ฤดูกาล 2019 งานนี้ 3 ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นอย่าง ชัยนาท ฮอร์นบิล (แชมป์), แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี (รองแชมป์) และ พีที ประจวบ เอฟซี (อันดับ 3) เลยได้รับเกียรติให้ได้เป็น 3 ตัวเต็งสู่การตกชั้นทันที แต่เอาเข้าจริงพอผ่านการแข่งขันไปได้ 12 นัด ทีมที่ผลงานดีตอนอยู่ลีกรองอย่าง แอร์ฟอร์ซ ที่แม้จะเซ่นสังเวยด้วยการเปลี่ยนกุนซือจาก สะสม พบประเสริฐ มาเป็น แอนดรูว์ ออร์ด อดีตโค้ชที่มีส่วนในการเปิดโอกาสให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ลงสนามที่ บีอีซี เทโร จนมีวันนี้ ก็ยังจมบ๊วย มี 5 คะแนน ส่วน "นกใหญ่" ชัยนาท เองที่แม้จะเริ่มฟื้นหนีจากรองบ๊วยไปอยู่อันดับ 15 มี 12 แต้มเท่า บีจี แต่ก็ยังอยู่ในโซนตกชั้นอยู่ดี

ทว่าทีมที่ว่ากันว่าน่าจะเต็งตกชั้นสุดขีดอย่าง "ต่อพิฆาต" ประจวบ เอฟซี กลับโดดไปอยู่อันดับ 3 ของตารางคะแนน มี 22 แต้ม จากผลงานชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 4 ยิงได้ 26 ประตู สูงสุดใน 18 ทีม เท่ากับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด แถมยังสร้างปรากฎการณ์เก่งในบ้าน ลงหวดกันที่สนามสามอ่าว สเตเดี้ยม 6 นัด ชนะถึง 5 เสมอนัดเดียว โดยชนะทีมใหญ่อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 6-1 จน "โค้ชแบน" ธชตวัน ศรีปาน ต้องประกาศลาออกทันที แถมล่าสุดยังดับซ่า สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 4-2 ทั้งที่นัดก่อน "กว่างโซ้ง" เพิ่งยัดเยียดความปราชัยนัดแรกให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แท้ๆ

พอมานั่งดูประวัติทีมก็เหลือเชื่อ ทีมนี้เพิ่งก่อตั้งกันเมื่อ 2550 ลงประเดิมในยุคโปรวินเชียลลีก ก่อนมีการปรับโครงสร้างลีก ได้เล่นในดิวิชั่น 2 โซนภาคกลางและภาคตะวันออก ปี 2552 และโดนย้ายไปอยู่โซนภาคใต้ปี 2553 แต่ผู้บริหารทีมไม่ต้องการแข่งขันในโซนเดิมมากกว่า จึงขอถอนทีม และกลับมาใหม่ในปี 2554 ได้เล่นโซนภาคกลางและตะวันออกเหมือนเดิม และปี 2556 ได้อันดับ 2 เข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ไม่ได้เลื่อนชั้น กระทั่งปี 2557 ถูกโยกมาสู่โซนภาคใต้อีกครั้ง คราวนี้แว่วๆ ว่าจะถอนทีมอีก เพราะไม่อยากเดินทางลงใต้ เนื่องจากมองว่าไกลกว่าโซนเดิมที่เคยเล่น ทว่าสุดท้ายก็ยอม และกลายเป็นแชมป์โซนนี้ เลื่อนชั้นสู่ ดิวิชั่น 1 (ไทยลีก 2) และใช้เวลาอีก 3 ปี ก็เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ

ผลงานของ ประจวบ เอฟซี ภายใต้ "โค้ชวัง" ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ที่มารับไม้ต่อจาก ดุสิต เฉลิมแสน ด้วยนักเตะที่น่าจะเป็นแค่อะไหล่หรือตัวสำรองของทีมอื่นอย่าง อมร ธรรมนาม, อดุลย์ หมื่นสมาน, ซีเกต หมาดปูเต๊ะ, สมภพ นิลวงศ์, จิตปัญญา ทิสุด, วันเฉลิม ยิ่งยง, อดิศักดิ์ กานู ฯลฯ มาร่วมทีมกับ โจนาธาน รีส กองหน้าต่างชาติดาวซัลโว ไทยลีก 2 ที่ยืมจาก นครปฐม ยูไนเต็ด ซึ่งถูกลดชั้นไปเล่นไทยลีก 4 และคว้าตัว โลนซานา ดุมบูย่า กองหน้ากินีที่เกิดในฝรั่งเศส มาร่วมประสานงานกัน

จากผู้เล่นที่ไม่เป็นที่ต้องการจากทีมอื่น กลับเป็นส่วนผสมที่ลงตัว โดยเฉพาะยามลงสนามต่อหน้าแฟนบอลที่สามอ่าว สเตเดี้ยม อันมีความจุแค่ 5 พันคน แต่แม้กระทั่งนัดกลางสัปดาห์ที่ทีมอื่นมักจะบ่นว่าแฟนบอลน้อย แต่นัดที่เพิ่งเอาชนะ เชียงราย ยูไนเต็ด ก็ยังมีแฟนเข้ามาถึงกว่า 4 พันคน โดยนักเตะอย่าง รีส กลายเป็นดาวซัลโวประจำทีม ยิงสูงสุด 8 ประตู ส่วน ดุมบูย่า ก็ซัดไป 8 ประตู แถม อมร ธรรมนาม มิดฟิล์ดที่จะมีอายุครบ 35 ปี เดือนตุลาคมนี้ ก็ยังซัดไปถึง 6 ประตูแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาไม่มีทีมเล่นจนต้องไปขายป๊อปคอร์น

ซึ่งตัว "โค้ชวัง" เองสรุปง่ายๆ ว่านักฟุตบอลที่ตัวเองมีอยู่นั้นเทียบกับทีมอื่นชื่อเสียงความเป็นสตาร์แม้เป็นรอง แต่ฝีเท้า และประสบการณ์มันไม่ใช่ ที่สำคัญการที่ทุกคนช่วยเล่น ช่วยวิ่ง ช่วยไล่ มันกลายเป็นความบันเทิงที่ได้ใจแฟนฟุตบอล พร้อมส่งคืนสู่นักฟุตบอลด้วยเสียงเชียร์จึงทำให้ทีมมาไกลถึงจุดนี้ได้ จุดที่เล่นฟุตบอลให้สนุก เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นคุณค่าของตัวเองนั่นแหละ...


กำลังโหลดความคิดเห็น...