xs
xsm
sm
md
lg

สเปกผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ โละ ‘ส่วยแลกเงิน’ จากงบพัฒนาแสนล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT แนะคน กทม.ที่มีสิทธิหย่อนบัตรเลือกตั้ง วันที่ 22 พ.ค.นี้ พิจารณาผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ที่เน้นปราบโกง ลดแรงกดดันไม่ต้องให้ข้าราชการ ‘ส่งส่วย’ ให้ผู้บริหารอีกต่อไป ระบุชัดมีข้อมูลการทุจริตของ กทม.ทั้งที่ ‘ป.ป.ช.-ป.ป.ท-ACT AI’ ชัดเจน โดยเฉพาะระบบ ‘ACT AI’ ตั้งแต่ปี 2558-2564 ส่อว่าจะมีการฮั้วประมูลทั้งหมด 2,111 โครงการ มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ แจงผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ต้องเร่งเข้ามาจัดการเชิง ‘ระบบ-โครงสร้าง’ ในการจัดสรรงบประมาณที่มีการจัดทำไว้ในหมวดอื่นๆ ถึง 4 หมื่นกว่าล้านบาท และงบผูกพันโครงการไหนควรโละทิ้งได้แล้ว เพราะความจริง กทม.มีงบประมาณในการบริหารกว่า 1 แสนล้านบาท!  

นับถอยหลังอีกไม่ถึง 10 วัน ก็จะถึงวันที่ 22 พ.ค.2565  ซึ่งเป็นวันที่คน กทม.จะได้มีโอกาสหย่อนบัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หลังว่างเว้นมาเกือบ 10 ปี และเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งยิ่งจะทำให้การหาเสียงเข้มข้นขึ้น แต่คน กทม.จะต้องไม่ลืมว่าปัญหาใหญ่ของประเทศไทย ไม่เว้นแม้กระทั่งกทม.ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยก็มีข่าวทุจริตคอร์รัปชันปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

โดยคน กทม.อาจจะใช้นโยบาย ‘ปราบคอร์รัปชัน’ เป็นหนึ่งปัจจัยในการพิจารณาเลือกผู้ว่าฯ กทม.ก็น่าจะเกิดประโยชน์กับคน กทม.ได้เช่นกัน  


ดร.มานะ นิมิตมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ระบุว่า อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ และคน กทม.ให้ความสนใจกับปัญหาคอร์รัปชันใน กทม. เพราะ กทม.มีปัญหาการโกง หรือการคอร์รัปชันเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในการฉุดรั้งการพัฒนาเมือง ที่สำคัญ กทม.คือเหมืองหลวงของประเทศไทย หากควบคุมการคอร์รัปชันที่นี่ไม่ได้ ก็อย่าหวังจะเอาชนะคอร์รัปชันในประเทศไทยได้เช่นกัน

“กทม.เป็นแหล่งคอร์รัปชันที่ใหญ่ที่สุด เพราะที่นี่คือศูนย์กลางของอำนาจ ศูนย์กลางการศึกษา ศูนย์กลางของเทคโนโลยี มีเงิน มีผลประโยชน์มากมาย หมุนเวียนอยู่ ซึ่ง กทม.ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งคนมีการศึกษา คนมีฐานะดีกว่าทุกจังหวัดของประเทศไทย” อย่างไรก็ดี หากคน กทม.ตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯ กทม.ที่ไม่เก่ง ไม่ได้ตั้งใจทำงานเพื่อบ้านเมือง หรือทำงานไม่ได้จุดนี้จะเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นว่าเรากำลังตัดสินใจพลาด! โดยเลือกผู้ว่าฯ กทม.ที่จะมาใช้อำนาจแทนประชาชนเพียงแค่การหาเสียง แบบฉาบฉวยเท่านั้นหรือไม่?

“ถ้าเราได้ผู้ว่าฯ ที่ต้องการพัฒนา กทม.และมุ่งมั่นเข้ามาแก้ปัญหาคอร์รัปชันก็จะแก้ปัญหาได้ เพราะผู้ว่าฯ มีอำนาจตามกฎหมายและมีอิทธิพลมากกับการเปลี่ยนแปลง กทม.โดยเข้ามาจัดการกับระบบและโครงสร้างการบริหารงานให้มีความโปร่งใสก็จะทำให้คนที่ทุจริตไม่กล้าทำ”

เลขาธิการ ACT ระบุว่า การให้ความสำคัญและเชื่อมั่นกับผู้ว่าฯ กทม.ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาได้ เพราะว่าผู้บริหารสูงสุดจะเป็นแบบอย่างที่ดีได้ และในทางกลับกัน ถ้าได้ผู้ว่าฯ ที่มีความโปร่งใสจะช่วยลดแรงกดดันต่อผู้ใต้บังคับบัญชา หรือข้าราชการใน กทม.อย่างมาก

“ข้าราชการ กทม.ที่กำลังทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องจะได้ลดแรงกดดันเพราะเขารู้ว่าไม่ต้องส่งส่วยให้เจ้านายแล้ว ไม่ต้องวิ่งเต้นเส้นสาย ไม่ต้องเลียแข้งเลียขา จะทำให้ข้าราชการมีเวลาในการทำหน้าที่ของตัวเองให้มากขึ้น”

ที่สำคัญหากมีการทุจริต เรียกผลประโยชน์ เกิดขึ้นเชื่อว่าจะอยู่ในระดับเพียงพอสำหรับเขาและครอบครัว ไม่ต้องเผื่อแผ่หรือส่งส่วยให้ข้างบนอีกต่อไป

ดร.มานะ นิมิตมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT
ขณะเดียวกัน หากคน กทม.ได้ผู้ว่าฯ ที่มีนโยบายปราบโกงเข้ามากำหนดนโยบาย เปลี่ยนแปลงระบบและโครงสร้างการทำงานกันใหม่ เพราะระบบในปัจจุบันมีการรวมศูนย์ข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณของ กทม.ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทั้งที่ กทม.มีงบประมาณมากถึง 8 หมื่นล้านบาทต่อปี และยังได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลอีกปีละหมื่นกว่าล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จ กทม.มีงบประมาณเกือบแสนล้านบาท แต่ข้อมูลที่คน กทม.รับรู้จะอยู่แค่ 8 หมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้น

ที่น่าสนใจ และคน กทม.ต้องติดตามคืองบประมาณของ กทม.ที่เกี่ยวกับการลงทุนหมื่นกว่าล้านบาท แล้วไปจัดงบทำงานจัดซื้อจัดจ้างไว้ในหมวดอื่นๆ อีก 4 หมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งประเด็นนี้มันแปลก และแหวกแนวมากๆ ในการจัดทำบัญชีงบประมาณของ กทม.

“ปกติการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับการลงทุน จะต้องผ่านสภา กทม.ซึ่งจะต้องมีการเขียนโครงการ งบประมาณไว้ชัดเจนแต่พอมีการจัดงบประมาณไปไว้ในหมวดอื่นๆ จึงมีข้อสงสัยเกิดขึ้นว่า ได้ผ่านการกลั่นกรองจากสภา กทม.หรือไม่ มีการเขียนโครงการถูกต้องตามระเบียบกระทรวงการคลังหรือไม่ ถูกต้องตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างหรือไม่อย่างไร”

ตรงนี้จึงเป็นภารกิจหนึ่งที่ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่จะต้องเข้าไปสะสาง และทำให้ถูกต้อง!

“งบ 40,000 ล้านบาทที่อยู่ในหมวดอื่นๆ เขาเอาไปจัดซื้อจัดจ้างอะไรบ้างก็ไม่มีข้อมูลชัดเจน ที่เห็นๆ ก็ไปทำเรื่องคลอง ทำสวน วนๆ อยู่ตรงนั้น เราเห็นแต่เพียงว่าบางส่วนใช้งบกลาง บางส่วนไปจัดซื้อที่เขต บางส่วนจัดซื้อที่หน่วยงาน เราจึงเห็นงบลงทุนเพียง 1 หมื่นกว่าล้าน ส่วนอีก 3-4 เท่า ไปอยู่ที่งบอื่นๆ เพราะถ้าเป็นงบลงทุนจะไปอยู่ที่สำนักโยธา สำนักระบายน้ำเป็นหลัก”

ไม่เพียงเท่านั้น กทม.ยังมีงบผูกพันจำนวนมาก ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ต้องทำให้ชัดเจนว่ายังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่ที่จะต้องมีโครงการนั้นๆ ด้วยการทำเป็นงบผูกพันไว้

“งบผูกพัน เช่น โครงการว่ายน้ำเป็น ซึ่ง กทม.ไปทำสัญญากับเอกชน และจ่ายเงินค่าเช่าสระ ค่าครูฝึกสอนเป็นประจำทุกเดือน ทุกปี และทำกันมาหลายปีติดต่อกันแล้วซึ่งเราไม่มีข้อมูลว่ามีจำนวนเด็กเข้าไปเรียนมากน้อยแค่ไหน หรือลดลงไปแล้ว และ กทม.มีการจ่ายเงินเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าไหร่ ซึ่งโครงการนี้ควรโปร่งใส ไม่ใช่ทำเป็นงบผูกพันก็จ่ายกันไปเรื่อยๆ”

รวมไปถึงโครงการอื่นๆ ควรจะมีรายละเอียดว่างบผูกพันยังมีโครงการอะไรอีก เช่นโครงการทันสมอง โครงการเกษตรชุมชน
ยังคงมีอยู่หรือไม่ที่มีการจ่ายเงินออกไป เพราะต้องไม่ลืมว่าโครงการเงินอุดหนุนต่างๆ หลายกระทรวงหลายหน่วยงานมีการทุจริตเกิดขึ้น เช่น เงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม เงินอุดหนุนจากภาครัฐเพื่อโครงการอาหารกลางวัน เพื่อเด็ก คนยากไร้ คนพิการ เป็นต้น ก็มีข่าวเรื่องการทุจริตเงินอุดหนุนเหล่านี้เช่นกัน


ดร.มานะ นิมิตมงคล ย้ำว่า ปัจจุบันหากย้อนไปดูสถิติในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา มีข้อมูลที่ กทม.ถูกร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 12 คดี ร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท).อีก 748 เรื่อง รวม 760 เรื่อง ขณะที่ กทม.ให้ข้อมูลว่าปี 2564 กทม.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากคน กทม.เรื่องของความทุกข์ร้อน 64,000 เรื่อง ซึ่ง ACT อยากได้ข้อมูลเช่นกันว่าความทุกข์ร้อนของประชาชนจำนวนดังกล่าวเกิดจากอะไร

ประเด็นที่น่าสนใจสุด เมื่อไปดูเครื่องมือสู้โกงจากระบบ ‘ACT AI’ ภาคประชาชนที่ได้มีการตรวจสอบข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม.ในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา พบโครงการที่ส่อว่าจะมีการฮั้วประมูลทั้งหมด 2,111 โครงการ มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยข้อมูลตรงนี้สำคัญมากและเป็นเรื่องที่เราต้องติดตามทำความจริงให้กระจ่าง ซึ่งเรายังไม่ได้มีการดึงข้อมูลออกมาจากระบบ ACT  AI ทำให้ประมาณการไม่ได้ว่าเป็นวงเงินที่มีการฮั้วกันเท่าไหร่ และสัดส่วนการลงทุนเล็ก กลาง ใหญ่ อย่างไรบ้าง

“ย้อนไป 7 ปี จะประมาณปี 2558 จนถึงปัจจุบันเรามีข้อมูล ส่วนก่อนหน้านั้นยังไม่มีข้อมูล ส่วนข้อมูลทั้งหมด 2,111 โครงการที่ส่อว่ามีการฮั้วประมูลนั้นใช้เกณฑ์ในการพิจารณาว่าฮั้วหรือไม่ฮั้ว จาก ป.ป.ท เป็นผู้กำหนดไว้

สำหรับรูปแบบในการคอร์รัปชันใน กทม.นั้น ดร.มานะ แบ่งออกเป็น 4 ประเภทที่คน กทม.ต้องเผชิญ ประกอบด้วย

1.รีดไถประชาชน พ่อค้าแม่ค้า นักธุรกิจ เช่น รีดไถค่าออกใบอนุญาตอนุมัติในการสร้างและต่อเติมบ้าน อาคาร ร้านค้า อาคารพาณิชย์ หมู่บ้านจัดสรร คอนโดฯ

2.เรียกรับส่วยสินบนจากผู้ประกอบการแลกกับการทำผิดหรือจ่ายภาษีเข้ารัฐน้อยลง เช่น เรียกเงินใต้โต๊ะจากคนค้าขายแลกกับการจ่ายภาษีป้ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่ำกว่าความเป็นจริง

3.โกงเงินหลวงในการจัดซื้อจัดจ้างและการให้สิทธิสัมปทานแก่เอกชน เช่น คดีรถและเรือดับเพลิง กรณีอุโมงค์ไฟลานคนเมือง 39 ล้านบาท กรณีอื้อฉาว เช่น สัมปทานรถไฟฟ้า ค่าดูแลสวนสาธารณะ การจัดอีเวนต์โดยส่วนกลางหรือสำนักงานเขต

4.ใช้อำนาจในทางมิชอบ เช่น กรณีปล่อยให้มีตลาดนัดเถื่อน เช่น กรณีป้าทุบรถที่เขตสวนหลวง คดีลักลอบทิ้งขยะที่ศูนย์กำจัดขยะหนองแขม กรณีปล่อยให้เอกชนสร้างคอนโดฯ หรูแต่เปิดใช้ไม่ได้ที่ซอยอโศก และซอยร่วมฤดี


เลขาธิการ ACT บอกว่า สิ่งที่ ACT คาดหวังจากผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ในการเข้าไปแก้ปัญหาเชิงระบบและโครงสร้างในการใช้งบประมาณ กทม.ให้มีความชัดเจน โปร่งใสตรวจสอบง่าย และมองเห็นประโยชน์ในการใช้งบประมาณชัดเจนในการลงทุนแต่ละโครงการมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลหรือไม่อย่างไร

“กทม.มีงบกว่า 8 หมื่นล้าน ยังมีงบอุดหนุนจากรัฐบาลอีกหมื่นกว่าล้าน มีผลประโยชน์จากการให้เอกชนเช่าที่ดิน ทรัพย์สิน และสัมปทานจำนวนมาก มีอำนาจในการออกใบอนุญาตปีละจำนวนมาก จึงเอื้อต่อการคอร์รัปชันทั้งในส่วนกลางและสำนักงานเขต มีผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุด ไปจนถึงข้าราชการและระดับปฏิบัติ จนมีการพูดติดปากและรู้กันในวงการว่า ‘ส่วยแลกเงิน’...”

ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันใน กทม.ที่ดีที่สุดนอกจากจะได้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ที่มีนโยบายปราบโกง เพื่อลด ละ เลิก ไม่ให้ข้าราชการต้อง ‘ส่งส่วย’ อีกต่อไปแล้ว ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่จะต้องเร่งจัดการเชิงระบบให้มีความโปร่งใสด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดำเนินการ ก็น่าจะลดภาพโกงกินใน กทม.ไปได้บ้าง!

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่





กำลังโหลดความคิดเห็น