xs
xsm
sm
md
lg

อดีต ป.ป.ช.ชี้ “คดีสนามฟุตซอล” จุดจบไม่ต่างจากคดีคลองด่าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“วิชา มหาคุณ” ชี้ถ้าอัยการส่งฟ้องคดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอล 3 ส.ส.พลังประชารัฐต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เชื่อความผิดถึงขั้นติดคุกเช่นเดียวกับคดีคลองด่าน ด้าน “รศ.อัษฎางค์” ระบุใช้เวลาไม่เกิน 4 เดือน วงในเผย มีการดึงเรื่องหวั่นกระทบคะแนนเสียงเลือกตั้ง ขณะที่ “ผอ.ACT” ติง หากตัดสินไม่ชอบ ประชาชนอาจออกมาขับไล่ซ้ำรอย “ทักษิณ”

จัดตั้งรัฐบาลได้เพียงไม่กี่วัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล อันได้แก่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย ส.ส.นครราชสีมา อีก 2 คน ที่ว่ากันว่าล้วนเป็นคนในตระกูลรัตนเศรษฐ ก็ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดในคดีโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในพื้นที่เขตการศึกษาที่ 2 จ.นครราชสีมา ซึ่งกรณีนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลไม่น้อยทีเดียว

หลายคนอยากรู้ว่าจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป จะมีการใช้กลไกอำนาจเป่าคดีให้เงียบหายไปกับสายลมเหมือนกับกรณี “นาฬิกาเพื่อน” ของ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ หรือไม่
ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะอดีตกรรมการ ป.ป.ช.
ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะอดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีดังกล่าว ว่า หลังจากที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้วจะส่งเรื่องไปยังอัยการเพื่อพิจารณาส่งฟ้อง และเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นนักการเมือง ดังนั้นหากอัยการเห็นว่าข้อมูลหลักฐานสมควรส่งฟ้องก็จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณา ซึ่งถ้าอัยการส่งฟ้องแล้ว ส.ส.ที่ถูกกล่าวหาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ

“ถ้าศาลตัดสินว่ามีความผิดก็ต้องดูว่าเป็นความผิดที่เข้าข่ายกฎหมายใด เช่น กฎหมายฮั้วประมูล , พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต โทษที่ได้รับก็เป็นไปตามกฎหมายนั้นๆ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นฐานความผิดเดียวกับคดีคลองด่านและคดีเรือดับเพลิง ที่มีคนติดคุก” อดีต ป.ป.ช. ระบุ

สำหรับคดี “ทุจริตจัดซื้อที่ดินและโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน”นั้น ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก นายวัฒนา อัศวเหม รมช.มหาดไทย เป็นเวลา 3 ปี อีกทั้งยังพิพากษาจำคุกผู้บริหารบริษัทต่างๆที่เกี่ยวข้องอีก 6 คนด้วย ส่วนคดีคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย เป็นเวลา 12 ปี และ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. จำคุก 10 ปี
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ
อย่างไรก็ดี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ป.ป.ช.ยังไม่ได้มีการแถลงเกี่ยวกับคดีทุจริตในการก่อสร้างสนามฟุตซอลจึงไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ

ทั้งนี้คดีทุจริตในการก่อสร้างสนามฟุตซอลมีผู้ถูกชี้มูลความผิด 28 คน แบ่งเป็นนักการเมือง 3 คน ซึ่งปัจจุบันสังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดยเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน และ ส.ส.เขต 2 คน ส่วนที่เหลือ 25 คนเป็นข้าราชการระดับสูงในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ส่วนกลางและข้าราชการในพื้นที่ ซึ่งจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบความเชื่อมโยงการกระทำความผิดระหว่างนักการเมืองและข้าราชการในพื้นที่ โดยนำงบประมาณที่ได้จากการแปรญัตติของ ส.ส.ที่ระบุว่าเป็นค่าก่อสร้างซ่อมแซมอาคารเรียนที่ประสบอุบัติภัยไปก่อสร้างสนามฟุตซอลแทน ซึ่งเป็นการก่อสร้างโดยไม่จำเป็น
รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร อดีตคณบดีคณะรัฐ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเกรงว่า ป.ป.ช.ซึ่งแต่งตั้งโดย คสช.อาจจะไม่กล้าดำเนินการกับนักการเมืองพรรคพลังประชารัฐ เหมือนกับกรณีของ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ ที่ไม่ได้แสดงบัญชีนาฬิกาหรูนั้น รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร อดีตคณบดีคณะรัฐ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มองว่า กรณีนี้น่าจะแตกต่างจากกรณีของ พล.อ.ประวิตรเนื่องจากคดีทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลนั้นมีหลักฐานโจ่งแจ้งชัดเจน จึงไม่น่าจะมีการช่วยเหลือให้พ้นผิดได้ ถ้าทำได้ก็แค่ทำให้คดีอ่อนลงเท่านั้น

“คดีนี้จะใช้เวลานานเท่าไหร่นั้นก็ขึ้นกับ ป.ป.ช. แต่ปกติขั้นตอนการพิจารณาจนถึงชั้นศาลจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน แต่เชื่อว่าทุกขั้นตอนก็สามารถดึงเรื่องได้ และเนื่องจากเป็นกรณีที่สังคมให้ความสนใจฝ่ายค้านก็อาจจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ” รศ.อัษฎางค์ กล่าว

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวในแวดวงการเมืองเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทราบว่ามีการดึงเรื่องในคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็นคดีโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล ที่ 3 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเข้าไปพัวพันและอยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช. หรือคดี 396 โรงพัก และ 163 แฟลตตำรวจ ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ในฐานะอดีตรองนายก ซึ่งถูก ป.ป.ช.ไต่สวน โดยชะลอการชี้มูลความผิดออกไปจนกว่าการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์จะแล้วเสร็จ ทั้งนี้เนื่องจากเกรงว่าคดีดังกล่าวจะส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรคพลังประชารัฐและรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จจึงมีการชี้มูลความผิด
ดร.มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) หรือ ACT
ทั้งนี้ ดร.มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) หรือ ACT แสดงความเห็นต่อการชี้มูลความผิด 3 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐในคดีโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล ว่า แม้จะมีข้อครหาว่าประธาน ป.ป.ช.ชุดนี้มีสัมพันธ์ส่วนตัวกับคนในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แต่ก็หวังว่า ป.ป.ช.จะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา โดยไม่เลือกปฏิบัติ กฎหมายเขียนอย่างไรก็จะปฏิบัติไปตามนั้น ไม่มีการตีความหรือสร้างกลไกเพื่อช่วยเหลือ ส.ส.ฝั่งรัฐบาล และหวังว่ากรณีนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจนักการเมืองทุจริตที่คิดจะทุจริตว่าแม้จะเป็นฝ่ายรัฐบาลก็ติดคุกได้

ด้าน รศ.อัษฎางค์ แสดงความเป็นห่วงว่า เนื่องจากสังคมไทยเป็นระบบอุปถัมป์ ผู้มีอำนาจเข้ามามีอิทธิพลในการพิจารณาคดี ที่ผ่านมาการดำเนินการในคดีทุจริตหรือคดีต่างๆของนักการจึงเป็นไปแบบ 2 มาตรฐาน หากเป็นฝ่ายรัฐบาลก็เบาหน่อย แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้านจะดำเนินการเต็มที่ ดังนั้นนักการเมืองจึงกล้าที่จะทุจริตเพราะโกงแล้วไม่ผิด ซี่งตรงนี้น่ากลัว ถ้าผู้บริหารประเทศไม่เป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นก็แก้ไม่ได้ ส่วนตัวมองว่าวิธีหนึ่งที่จะลดปัญหาคอร์รัปชั่นได้คือในการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ป.ป.ช.ควรจะสนใจและตรวจสอบที่มาของทรัพย์ด้วย ไม่ใช่แค่ดูว่ามีทรัพย์สินเท่าไหร่

ซึ่งสอดคล้องกับ ดร.มานะ ที่ชี้ว่า สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักก็คือหากผู้มีอำนาจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คนที่ทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ถูกลงโทษ นอกจากจะทำให้คนโกงได้ใจและมีการทุจริตคอร์รัปชั่นเพิ่มมากขึ้นซึ่งสร้างเสียหายให้แก่ประเทศแล้ว ความไม่เป็นธรรมในการพิจารณาคดียังนำไปสู่ปัญหาขัดแย้งแตกแยกในสังคม ซึ่งความไม่พอใจดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องเซนซิทีฟ เรื่องนี้ถือเป็นภาระหนักของ ป.ป.ช. เชื่อว่า ป.ป.ช.จะไม่เอาผลประโยชน์ส่วนตัวมาแลกกับศักดิ์ศรีขององค์กรอิสระ ขณะที่ผู้มีอำนาจก็ต้องไม่ลืมว่าในอดีตเคยมีกรณีของอดีตนายกฯทักษิณที่ทุจริตแต่ไม่ถูกตรวจสอบและดำเนินคดี ทำให้ประชาชนไม่พอใจ ออกมาประท้วงขับไล่ เกิดความวุ่นวายจนกระทั่งรัฐบาลอยู่ไม่ได้ คงไม่มีใครอยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย” ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ระบุ

จากนี้คงต้องติดตามต่อไปว่าคดีดังกล่าวจะจบลงอย่างไร สังคมจะยอมรับได้หรือไม่ และก็ได้แต่หวังว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะไม่เดินตามรอยอดีตนายกทักษิณ !


กำลังโหลดความคิดเห็น...