xs
xsm
sm
md
lg

“อนาคตใหม่”จัดหนัก ตั้งทีมสาวไส้โครงการคมนาคม 9 แสนล้าน !

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“อนาคตใหม่” จัดทีมตรวจสอบ รัฐบาล “บิ๊กตู่” ยกเมกะโปรเจกต์ให้กลุ่มทุน ส่ง “สุรเชษฐ์” จับตาโครงการคมนาคม มูลค่ารวมกว่า 9 แสนล้าน ที่กำลังจะอนุมัติก่อสร้างและต่อสัญญา ทั้งทางด่วน มอเตอร์เวย์ รถไฟฟ้า BTS รถไฟรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง ด้าน “พล.ท.พงศกร” กดดันให้ยกเลิก 400 คำสั่ง คสช.

ดุเดือดไม่น้อยทีเดียวสำหรับการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคการเมืองใหม่มาแรงอย่าง “พรรคอนาคตใหม่” ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งแม้ว่าขณะนี้การจัดตั้งคณะรัฐมนตรียังไม่แล้วเสร็จ แต่อนาคตใหม่ก็ไม่ปล่อยเวลาให้รัฐบาลได้หายใจโดยเริ่มจากการตรวจสอบเมกะโปรเจคต่างๆที่เป็นโครงการต่อเนื่อง รวมถึงการตรวจสอบในประเด็นที่เป็นปัญหาต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน อย่างเช่น ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ อีกด้วย ส่งผลให้เกิดเสียงชื่นชมต่อการทำงานของฝ่ายค้าน ดังที่ปรากฏในผลโพลซึ่งสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายพรรคอนาคตใหม่
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยถึงการจัดทีมของพรรคอนาคตใหม่ในการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ว่า พรรคอนาคตใหม่เลือกที่จะตั้งทีมตรวจสอบรัฐบาลโดยยึดประเด็นเป็นหลัก มากกว่าจะตั้งทีมตรวจสอบเป็นรายกระทรวงแบบที่เรียกว่า “ครม.เงา” เหมือนฝ่ายค้านที่ผ่านๆมา เนื่องจากเห็นว่าประเด็นปัญหาต่างๆนั้นมีความเกี่ยวพันกับหลายกระทรวงดังนั้นหากจัดทีมแบบ ครม.เงา การติดตามตรวจสอบอาจไม่ครอบคลุมทั่วถึง

โดยประเด็นหลักๆที่พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญในการตรวจสอบก็คือโครงการที่ไม่ชอบมาพากล มีข้อสงสัยว่าอาจมีการเอื้อประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม โครงการที่ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน มีผลกระทบต่อประชาชน มีการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือประเด็นที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

“ โครงการที่พรรคอนาคตใหม่กำลังตรวจสอบก็คือเมกะโปรเจคที่อนุมัติให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ในช่วงที่รัฐบาล คสช.กำลังจะหมดวาระ นอกจากนั้นยังมีโครงการด้านคมนาคมซึ่งกำลังจะต่อสัญญาและกำลังจะดำเนินการก่อสร้างอีกหลายโครงการ มูลค่ารวมกว่า 9 แสนล้านบาท ที่เราเตรียมจับตา ไม่ว่าจะเป็น สัมปทานทางด่วน โครงการมอเตอร์เวย์ รถไฟฟ้าบีทีเอส โครงการรถไฟรางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูง โดยหัวหน้าทีมที่ดูแลเรื่องนี้คือคุณสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ” ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายพรรคอนาคตใหม่ กล่าว
พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค หัวหน้าทีมด้านความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน พรรคอนาคตใหม่
ทั้งนี้แต่ละประเด็นที่พรรคอนาคตใหม่หยิบยกขึ้นมาตรวจสอบจะมี ส.ส.ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นเป็นหัวหน้าทีม อาทิ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นหัวหน้าทีมตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวกับการคมนาคม , นายพิจารณ์ เชาวพัฒนพงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าทีมด้านอุตสาหกรรมและดิจิตอล , น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นหัวหน้าทีมตรวจสอบโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) พร้อมทั้งจัดตั้งโครงการระเบียงชีวิตภาคตะวันออก หรือ Eastern Life Corridor (ELC) ซึ่งเป็นโครงการคู่ขนานกับโครงการ EEC ของรัฐ , นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รองหัวหน้าพรรค เป็นหัวหน้าทีมด้านปัญหาการเกษตรและที่ดินทำกิน , พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค หัวหน้าทีมด้านความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน

สำหรับโครงการที่พรรคอนาคตใหม่กำลังตรวจสอบอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ โครงการที่อนุมัติให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ไปแล้ว อาทิ โครงการนำสายเคเบิลลงดิน มูลค่า 20,000 ล้านบาท ที่รัฐให้สัมปทานกับบริษัท ทรู คอร์เปอเรชั่น จำกัด , โครงการยืดหนี้ให้แก่กลุ่มทุนโทรคมนาคม มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้กลุ่มทุนโทรคมนาคมได้ประโยชน์ , การให้สัมปทานร้านค้าปลอดภาษีใน 4 สนามบิน แก่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชันแนล ส่วนโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งพรรคอนาคตใหม่เตรียมจับตา ได้แก่ โครงการขยายสัมปทานทางด่วน มูลค่ากว่า 424,756 ล้านบาท ให้แก่บริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด , โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ให้แก่กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ , โครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ-โคราช มูลค่ากว่า 180,000 ล้านบาท
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ด้าน พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค หัวหน้าทีมด้านความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน พรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า เนื่องจากปัญหาการคุกคามประชาชนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยของประชาชนไทยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุนของต่างประเทศ ซึ่งจากการติดตามตรวจสอบในขณะนี้พบว่ามีปัญหาการคุกคามและละเมิดสิทธิของประชาชนอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นกรณีลอบทำร้าย“จ่านิว” หรือนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักกิจกรรมทางการเมือง ที่ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นเงื่อนไขว่าจะให้ความคุ้มครองหากจ่านิวเลิกเคลื่อนไวทางการเมือง อันถือเป็นการละเมิดสิทธิอย่างชัดเจน หรือกรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไปกดดันข่มขู่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่ จ.สกลนคร ซึ่งทำกิจกรรมทางการเมือง การที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นถือเป็นสัญญาณที่อันตรายอย่างยิ่ง

นอกจากประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ทีมของ พล.ท.พงศกร กำลังติดตามตรวจสอบก็คือคำสั่งของ คสช. ที่เป็นผลพวงที่เกิดจาก มาตรา 44 ซึ่งมีถึง 450 คำสั่ง แต่ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งมีฐานะเป็นทั้งหัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี ได้ยกเลิกไปเพียง 50 คำสั่งเท่านั้น อีกทั้งยังใช้อำนาจตามมาตรา 44 ขยายงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)เพื่อวางฐานอำนาจทหารหลังหมดยุค คสช. ซึ่งเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบและอาจนำไปสู่แรงกดดันที่รอวันระเบิด แม้ว่าล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์จะออกคำสั่ง คสช.ฉบับสุดท้าย เพื่อยกเลิกคำสั่ง คสช.ทั้งหมด เหลือไว้เพียงบางฉบับที่มีระยะเวลากำหนดไว้และเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่งจะยกเลิกด้วยตัวเองก็ตาม แต่ยังไม่อาจวางใจได้ตราบใดที่ยังไม่มีคำสั่งยกเลิกออกมา

“ เราจะตรวจสอบและกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยกเลิก 400 คำสั่งของ คสช. เพราะหากไม่มีการยกเลิกย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างแน่นอน เรื่องนี้จึงเป็นอำนาจที่ไม่อาจยอมรับได้” พล.ท.พงศกร กล่าว

นับแต่นี้คงต้องจับตาดูต่อไปว่าการทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบของฝ่ายค้านอย่าง “พรรคอนาคตใหม่” จะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มากน้อยเพียงใด

///////////////////
นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นหัวหน้าทีมตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวกับการคมนาคม
โครงการคมนาคมที่กำลังจะเกิด ซึ่ง “อนาคตใหม่” จับตา

1.โครงการขยายสัมปทานทางด่วน มูลค่ากว่า 424,756 ล้านบาท ที่รัฐบาลจะยกให้กับบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด ซึ่งโดยปกติแล้วในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นั้นรัฐบาลสามารถให้เอกชนร่วมลงทุนแล้วแบ่งรายได้จนได้รับรายได้อย่างเหมาะสม แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น คือการมอบสัมปทานทางด่วนเพื่อชดเชยค่าปรับจากคดีความที่ถูกตัดสินว่าแพ้ มูลค่า 4,300 ล้านบาท และมีความพยายามจะรวมมูลค่าความเสียหายจากข้อพิพาทอื่นๆ ที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินเข้ามาด้วย เท่ากับว่าบริษัททางด่วนกรุงเทพจะได้รับสิทธิ์จากการขยายสัมปทาน ร่วมกับสิทธิในสัมปทานใหม่ในการก่อสร้างทางด่วน Double deck รวมมูลค่ากว่า 420,000 ล้านบาท อีกทั้งยังมีการเร่งรัดกระบวนการอย่างผิดปกติ ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวได้มีการบรรจุเป็นญัตติด่วนเพื่ออภิปรายในสภาแล้วโดยผู้เสนอเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลเอง

2.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่อนุมัติให้แก่กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งประเด็นนี้เป็นญัตติด่วนเข้าสภาไปแล้วเช่นกัน โดยหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าโครงการนี้มีการประมูลแบบไม่ปกติ เนื่องจากมีความพยายามพ่วงสิ่งต่างๆเข้าไป เช่น แผนการพัฒนาที่ดินรอบสถานี ซึ่งทำให้ภาพรวมกลายเป็นโครงการพัฒนาที่ดิน มากกว่าโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง อีกทั้งใน TOR ยังไม่มีการพูดถึงการวางเส้นทางที่ชัดเจน แต่กลับพุดถึงเรื่องของการพัฒนาที่ดินเป็นหลัก นอกจากนั้นรัฐยังต้องออกเงินช่วยเหลือถึง 117,227 ล้านบาท ขณะที่สื่อหลายๆสำนักได้เสนอข่าวการกว้านซื้อที่ดินรอบสถานีโดยกลุ่ม CP เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านมิอาจนิ่งนอนใจ

นอกจากนี้ในการประมูลยังมีการยื่นเงื่อนไขข้อเสนอนอก TOR หรือที่เรียกกันว่าข้อเสนอ “ซองที่ 4” ที่ควรจะเป็นการเสนอผลประโยชน์อื่นให้แก่รัฐ แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วกลับเป็นการยื่นขอผลประโยชน์ของฝั่งผู้ประมูล แต่เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวหลุดออกมาสู่สาธารณะเสียก่อนเงื่อนไขนี้จึงถูกยับยั้งไป ทั้งนี้พรรคอนาคตใหม่และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อชะลอโครงการและดำเนินการตรวจสอบประเด็นความน่าสงสัยต่างๆ

3.โครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-โคราช มูลค่ากว่า 180,000 ล้านบาท เป็นโครงการที่ขัดกับตรรกะของการพัฒนาเป็นอย่างมาก เนื่องจากแม้เส้นทางระหว่างกรุงเทพ-โคราชจะมีความสำคัญ แต่การอนุมัติทั้งโครงการรถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ และรถไฟความเร็วสูง ในเส้นทางดังกล่าวพร้อมๆกันจะเป็นการดำเนินโครงการที่ซ้ำซ้อน แทนที่จะกระจายออกไปในเส้นทางอื่นๆ หรือปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในเมือง หรือพัฒนาระบบขนส่งในด้านอื่นๆ เช่น รถไฟรางคู่ หรือระบบรถเมล์ในเมืองโคราช ให้เพียงพอก่อน อีกทั้งการก่อสร้างหลายๆโครงการพร้อมกันจะเป็นการแย่งผู้โดยสารในเส้นทางเดียวกัน ทำให้รถไฟความเร็วสูงเส้นทางนี้ถูกใช้น้อยกว่าระบบอื่น และรัฐต้องนำงบประมาณไปสนับสนุนทุกปี โดยคาดว่าโครงการนี้จะประสบปัญหาขาดทุนมากกว่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงเสียอีก อีกทั้งการยกโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-โคราชให้จีนโดยไม่มีการประมูลยังถือเป็นการล็อคสเป็คว่าจะต้องใช้ระบบการเดินรถจากประเทศจีนเท่านั้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...