xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กโจ๊ก' ยังไม่สิ้นหวังคืน สตช. เชื่อสิ้นยุค 'เขา' เราไปได้ !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


จับตา 'บิ๊กโจ๊ก' แม้จะถูกปลดชื่อออกจาก อนุฯ ก.ตร.ไปแล้ว แต่เชื่อว่าเขาจะยังมีโอกาสหวนคืนสู่วงการสีกากีได้อีก หากหลุดพ้นวิบากกรรม 1-2 ปี ขณะที่โจทก์ก็จบวาระเช่นกัน ด้านคนใน สตช.แบ่ง 2 ขั้ว ขั้วหนุนบิ๊กโจ๊ก มองว่าถูกกระทำ แต่ขั้วไม่เอาเกิดอาการสะใจที่ถูกปลดพ้นวงการตำรวจ วงในเชื่อ 'บิ๊กป้อม' อยากส่งบิ๊กโจ๊กคืน สตช.เพื่อทำงานที่ถนัดก่อนวางมือจากรัฐบาลบิ๊กตู่ ถึงวันนี้ 'บิ๊กโจ๊ก' รู้ดีที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้นถึงถูกเขี่ยพ้นวงการ!

ในที่สุด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ 'บิ๊กโจ๊ก' ดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการสีกากี ที่มีความหวังว่าจะมีโอกาสหวนกลับสู่วงการตำรวจอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่บิ๊กตู่ใช้อำนาจหัวหน้า คสช.และมาตรา 44 ให้พ้นจากการเป็นตำรวจเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา เพราะไปมีชื่อปรากฏเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (อนุฯ ก.ตร.) เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบ ลงนามโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา

แต่แล้วชื่อของ 'บิ๊กโจ๊ก' ก็ถูกปลดออกจากการเป็นอนุกรรมการชุดนี้ไปอย่างรวดเร็ว หลังคำสั่งดังกล่าวถูกเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ โดยบิ๊กป้อมได้เรียกประชุม ก.ตร. เพื่อพิจารณาเรื่องของบิ๊กโจ๊กโดยตรง ทั้งที่กำหนดเดิมจะมีการประชุม ก.ตร.ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้

เหตุผลสั้นๆ และเข้าใจง่ายในการปลดชื่อบิ๊กโจ๊กออกไปก็เพราะบิ๊กโจ๊กมีหน้าที่ในตำแหน่งใหม่ คือ ที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้ไม่มีเวลา และไม่สะดวกต่อการเข้าร่วมประชุม

ตรงนี้จึงเท่ากับเป็นการตัดเส้นทางการคืนสู่วงการตำรวจของบิ๊กโจ๊กไปได้สำเร็จ !

แม้จะมีกระแสในวงการตำรวจบอกว่าอนุฯ ก.ตร.ชุดนี้ไม่ได้มีบทบาทสำคัญหรือให้คุณให้โทษต่อตำแหน่งของคนในวงการตำรวจก็ตาม เพราะสิทธิ์ขาดจะอยู่ที่ ก.ตร.ชุดใหญ่ที่มีบิ๊กป้อมเป็นประธาน จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเท่านั้น

แต่การปลดบิ๊กโจ๊กออกไปจากอนุฯ ก.ตร. ก็เท่ากับเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ไม่ให้เข้ามามีอำนาจหรือบทบาทใดๆ ในวงการตำรวจอีกต่อไป !

แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับบิ๊กโจ๊กในขณะนี้นั้น คนในแวดวงตำรวจมีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่ได้รับการสนับสนุน และทำงานเป็นมือเป็นไม้ให้กับบิ๊กโจ๊ก ก็จะรู้สึกว่าบิ๊กโจ๊กถูกกระทำ เพราะที่ผ่านมาตำรวจกลุ่มนี้เชื่อว่าบิ๊กโจ๊กเป็นคนทำงานเก่ง ขยัน และทุ่มเทให้กับงาน พร้อมที่จะลุยงานในทุกๆ พื้นที่ ขอเพียงแค่ 'นาย' บอกหรือสั่งมาว่าต้องการอะไร อย่างไร

“ถ้าได้บิ๊กโจ๊กมาเป็นอนุฯ ก.ตร. ก็จะเป็นผลดีกับวงการตำรวจ เพราะบิ๊กโจ๊กเป็นคนมีความรู้ ความสามารถ มีมุมมองที่น่าสนใจ กล้าพูดกล้าเสนอแนะในที่ประชุมแบบตรงไปตรงมา

ขณะที่ตำรวจอีกฟากหนึ่งจะรู้สึกว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะบิ๊กโจ๊กจะสนับสนุนคนที่เป็นพรรคเป็นพวกของตัวเองเท่านั้น และยังทำงานข้ามหัวผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะบัญชีโยกย้ายตำรวจในเดือนมีนาคม 2562 สะท้อนให้เห็นว่า บิ๊กโจ๊กทำงานผิดพลาด มีการย้ายคนข้ามห้วยจากใต้ขึ้นเหนือ และบางคนมีตำแหน่งลดลงซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

“ไปดูบัญชีโยกย้ายเดือนมีนาคม นรต.รุ่น 47 ซึ่งเป็นรุ่นโจ๊ก ก้าวกระโดดในตำแหน่งดีๆ ทั้งนั้น ไม่แบ่งปันให้คนอื่น ปกติจะมีการแบ่งโควตา ทั้งของระดับ ผบ.ตร. ผบช. และผู้ใหญ่ต่างๆ แต่กลับพบว่าต้องเป็นตั๋วบิ๊กโจ๊กเท่านั้น จึงจะได้ตำแหน่งตามต้องการ”

แหล่งข่าวระบุอีกว่า ในยุคที่บิ๊กโจ๊กคุมบัญชีโยกย้าย มีกระแสข่าวลือเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งสะพัดมาก และใครมีตั๋วบิ๊กโจ๊ก ก็จะติดโผในการแต่งตั้งและสมหวังกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะตำรวจก็รู้ว่าบิ๊กโจ๊ก เป็นคนของ 'นาย' ที่จะให้คุณให้โทษได้
ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลให้บรรดาตำรวจต่างๆ วิ่งเข้ามาหาบิ๊กโจ๊ก ยิ่งใครเข้าถึงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอการได้ดิบได้ดี ก็เท่ากับเป็นการสร้างบารมีให้กับบิ๊กโจ๊กเพิ่มมากขึ้น

“ถ้าจะบอกว่ายุคไหนๆ ก็มีซื้อขายตำแหน่ง ไม่ใช่มีแค่ยุคโจ๊กที่มีข่าวลือเรื่องนี้ แต่ตำรวจจำนวนหนึ่งก็รู้สึกสะใจ ที่โจ๊กหลุดไปจากวงการตำรวจได้ ก็เพราะไปข้ามหัวและเหยียบตาปลา ผู้ใหญ่หลายคน เพราะเขาก็มีลูกน้องเหมือนกัน แต่ลูกน้องเขาไม่ได้กันเลย ใครจะไม่โกรธ”

แหล่งข่าวบอกอีกว่า แม้สังคมจะมีความเคลือบแคลงใจว่าบิ๊กโจ๊กทำอะไรผิดพลาด และผิดพลาดอย่างไร หรือมีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร ทุกอย่างก็ไม่มีความกระจ่างชัดเพราะในคำสั่งบิ๊กตู่ที่ใช้ ม.44 ให้หลุดจากวงการตำรวจไปเป็นข้าราชการพลเรือน ก็ไม่ได้มีบอกความผิดประการใดไว้ แต่คนในวงการตำรวจโดยเฉพาะระดับบิ๊กตำรวจจะรู้กันว่าเกิดอะไรขึ้นกับบิ๊กโจ๊ก 

“ถ้าจำกันได้ หลังมีคำสั่งย้ายโจ๊กไปแล้ว บิ๊กป้อม พูดไว้ช่วงที่ไปประชุม ก.ตร.น่าจะประมาณ 19 เม.ย.ว่าเรื่องโจ๊กจบแล้ว จะไม่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับโจ๊ก จะไปตรวจสอบอะไร เรื่องอะไร ไม่มีการตั้งคณะกรรมการ ไม่มีแล้วจบแล้ว ส่วนสาเหตุที่โอนย้าย ถ้าอยากรู้ก็ให้ไปถามโจ๊กดูเอง”

อย่างไรก็ดี สิ่งที่นายตำรวจระดับนายพลได้มีการพูดคุยและหารือกันเชื่อว่าเหตุผลที่บิ๊กโจ๊ก ถูกย้ายครั้งนี้จึงน่าจะเป็นเรื่องของการที่บิ๊กโจ๊กมีอำนาจมากเกินไป และใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะความเชื่อว่า 'นาย' ตัวเองสามารถปกป้องได้ในทุกๆ เรื่อง จึงทำให้ไม่เหลือพื้นที่ให้กับบิ๊กตำรวจคนอื่นๆ

“จะมองว่าโจ๊กพยายามรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ตัวเองหรือ ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะความจริงบัญชีโยกย้ายที่บิ๊กตำรวจสั่งมา โจ๊กก็ทำให้ แต่ก็มีการพูด หรือปล่อยข่าวกันไปในทำนองว่า ตำรวจคนนี้เป็นตั๋วโจ๊ก และหลายคนที่โจ๊กก็พยายามเคลียร์อยู่ว่าที่จริงไม่ใช่คนของโจ๊ก แต่เป็นคนของบิ๊กตำรวจแต่ก็ยังไม่จบ”

โดยเฉพาะข่าวลือที่มีการนำนายตำรวจจากอีสานเข้ามาเป็นผู้กำกับในพื้นที่สำคัญๆ ก็ได้มีการชี้แจงแล้วว่านายตำรวจท่านนี้เป็นตั๋วของใครสั่งมา

ส่วนกรณีชื่อของบิ๊กโจ๊ก ไปปรากฏเป็นอนุฯ ก.ตร.นั้น แหล่งข่าว ระบุว่า เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่มีเจตนาที่ดี และต้องการให้บิ๊กโจ๊กกลับไปทำงานที่เขาถนัดและมีโอกาสที่จะสร้างผลงานให้กับรัฐบาลได้ โดยยังไม่มีการโยกย้ายกลับไปสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ไปเพียงแค่ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น และเมื่อมีโอกาสเหมาะสมก็อาจจะมีการพิจารณาย้ายกลับไปหรือไม่ก็ได้

แต่ด้วยจังหวะที่บิ๊กโจ๊กไปปรากฏตัวที่นครศรีธรรมราช และมีการปล่อยข้อมูลออกมาว่าบิ๊กโจ๊กจะโยกย้ายกลับไปสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคาดว่าจะได้ขยับขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมๆ กับมีการปล่อยประกาศคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ก.ตร.เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบตามมติที่ประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 5/2562 ที่มีชื่อบิ๊กโจ๊ก เป็นอนุฯ ก.ตร. ออกมา จึงทำให้สิ่งที่บิ๊กโจ๊กคาดหวังว่าจะได้กลับคืน สตช.ต้องสะดุดจบลงทันที

แหล่งข่าวบอกว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับบิ๊กโจ๊ก รวมไปถึงคำสั่งฉบับนี้ต้องถูกขัดขวางทันทีนั้น คนที่รู้ดีที่สุดคือ บิ๊กโจ๊ก ว่าเกิดอะไรขึ้น และจะมีโอกาสกลับคืนวงการตำรวจได้หรือไม่ และต้องทำอย่างไร เพราะขณะนี้บรรดาเพื่อนร่วมรุ่น หรือคนในวงการตำรวจก็ได้ประเมินจากสิ่งที่รับรู้กันมาแล้วเชื่อว่าโจทก์ของบิ๊กโจ๊ก มีใครบ้าง และจะแก้อย่างไร โจทก์จึงจะให้โอกาสคืนสู่ สตช.

“เราตั้งข้อสังเกตกันว่าที่บิ๊กป้อมเซ็นประกาศฉบับนี้ อาจจะเป็นการทิ้งทวน เพราะบรรดาคนในกองทัพ เชื่อว่าบิ๊กป้อมอาจจะไม่ไปต่อ เพราะสุขภาพไม่ค่อยดี จึงอยากจะส่งบิ๊กโจ๊กกลับไปทำงานในสิ่งที่ชอบและใช่สำหรับเขาไปก่อน แต่เมื่อถูกถอดชื่อไปแล้วก็ต้องรอดูว่า บิ๊กป้อมยังคงอยู่ร่วมรัฐบาลบิ๊กตู่ต่อไปหรือไม่ ถ้ายังอยู่บิ๊กโจ๊กก็ยังมีความหวังเช่นกัน”

ขณะเดียวกันบรรดาคนที่ถือว่าเป็นวงในของบิ๊กโจ๊ก ได้มีการพูดคุยและสรุปชัดเจนว่าบิ๊กโจ๊กยังไม่สิ้นหวังที่จะคืน สตช. แต่การจะกลับไปได้นั้น ต้องรอจังหวะและเวลาที่เหมาะสม อีก 1-2 ปี จึงจะพ้นวิบากกรรม เพราะบิ๊กโจ๊กยังมีอายุราชการอีก 12 ปี ส่วนโจทก์ที่ยืนยันไม่เอาโจ๊ก ก็น่าจะยุติบทบาทเพราะหมดวาระไปแล้ว

ส่วนบิ๊กโจ๊กจะมีโอกาสกลับคืนวงการตำรวจได้หรือไม่?...ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม!



กำลังโหลดความคิดเห็น...