xs
xsm
sm
md
lg

“ฝ่ายค้าน”ขานรับแนวทางศรีสุวรรณ เตรียมหารือ 7 พรรคยื่นถอดถอน ป.ป.ช.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ศรีสุวรรณ” เร่งยื่นหนังสือถึง 7 พรรคฝ่านค้าน หวังใช้เสียง 1 ใน 5 ของรัฐสภายื่นถอดถอน ป.ป.ช. ด้านฝ่ายค้านขานรับ เตรียมหารือพรรคร่วมเพื่อกำหนดท่าที ขณะที่ “ศ.ดร.ธีรภัทธ์” หนุนปลด ป.ป.ช. ชี้ต้องแก้ รธน.เพื่อให้กระบวนการสรรหาองค์กรอิสระปลอดอิทธิพล ก่อนการเมืองไทยเละทั้งระบบ

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อยทีเดียวสำหรับการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ซึ่งมีหน้าที่ไต่สวนและวินิจฉัยการกระทำผิดและทุจริตต่อหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์กรอิสระ และหน่วยงานด้านยุติธรรม โดยเฉพาะข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดของนักการเมืองที่อยู่ภายใต้ขั้วอำนาจของ คสช. และหน่วยงานที่ คสช.แต่งตั้งขึ้น ซึ่งแม้จะถูกยื่นเรื่องไปยัง ป.ป.ช. มากมายแต่ดูเหมือนจะไม่มีความคืบหน้า หรือหากมีการพิจารณา มติที่ออกมาก็ค่อนข้างเป็นประโยชน์ต่อฝั่งขั้วอำนาจ คสช. จนเกิดกระแสความไม่ไว้วางใจในการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย
ล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ซึ่งเคยล่ารายชื่อเพื่อยื่นถอดถอน ป.ป.ช. แต่การดำเนินการโดยช่องทางนี้ดูจะเป็นไปด้วยความล่าช้า เขาจึงเตรียมที่จะใช้ช่องทางของรัฐสภาในการถอดถอน ป.ป.ช. โดยนายศรีสุวรรณ เปิดเผยว่า ตนกำลังทำหนังสือถึงหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรค ซึ่งประกอบด้วย เพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ประชาชาติ เพื่อชาติ ปวงชนชาวไทย และเศรษฐกิจใหม่ เพื่อเสนอให้พรรคร่วมฝ่ายค้านใช้อำนาจตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ ในการยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาให้เสนอต่อศาลฏีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อพิจารณาถอดถอน ป.ป.ช.

โดย รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 236 ระบุว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภา จํานวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา สามารถเข้าชื่อกล่าวหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรณีทุจริตต่อหน้าที่หรือปฏิบัติโดยมิชอบ โดยยื่นต่อประธานรัฐสภาพร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทําตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์เพื่อไต่สวนหาข้อเท็จจริง

“ ผมว่าทุกฝ่ายต้องร่วมกันในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ต้องยอมรับว่า ป.ป.ช.มีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมาก ที่ผ่านมาผมยื่นเรื่องไปไม่ต่ำกว่า 50 เรื่อง แต่ ป.ป.ช.ไม่ขยับทำอะไรเลย ช่องทางหนึ่งผมก็รวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อยื่นถอดถอน ป.ป.ช.อยู่ แต่คงต้องใช้เวลา ผมจึงใช้อีกช่องทางหนึ่งคือเสนอให้พรรคร่วมฝ่ายค้านซึ่งมี 246 เสียง เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาเพื่อดำเนินการถอดถอน ป.ป.ช. ซึ่งมาตรา 236 ระบุว่าใช้เสียง 1 ใน 5 ของรัฐสภา คือแค่ 140 ก็ยื่นเรื่องได้แล้ว ดังนั้นหากฝ่ายค้านจะดำเนินการก็สามารถทำได้ทันที” นายศรีสุวรรณ ระบุ
นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย
ด้าน นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า หากนายศรีสุวรรณยื่นเรื่องดังกล่าวมา พรรคเพื่อไทยในฐานะตัวแทนของประชาชนก็จะส่งให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคพิจารณา หากสามารถทำได้ก็จะหารือกันใน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อกำหนดบทบาทต่อไป ปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้สังคมมองว่า ป.ป.ช.ไม่เป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตรงนี้อาจสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเมืองได้

“เราจะนำเรื่องที่คุณศรีสุวรรณเสนอมาพิจารณา และจะใช้ 240 กว่าเสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของประชาชน” โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว
พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย
ขณะที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ตอบรับแนวทางที่นายศรีสุวรรณเสนอ โดยระบุว่า เห็นด้วยกับการยื่นถอดถอน ป.ป.ช. เนื่องจากองค์กรดังกล่าวบกพร่องในการทำหน้าที่ มีการวินิจฉัยในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ให้ คสช.และเครือข่าย ไม่ว่าจะกรณีที่ ป.ป.ช.ระบุว่าทรัพย์สินที่รัฐมนตรียืมเพื่อนมาถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากผู้อื่นจึงไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในส่วนนี้ หรือกรณีที่หลายภาคส่วนยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการเอาผิดคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ ป.ป.ช.กลับเพิกเฉย ดังนั้นจึงไม่อาจไว้วางใจให้ ป.ป.ช.ทำหน้าที่ต่อไป เห็นควรยื่นถอดถอน ป.ป.ช.ออกจากตำแหน่งเพื่อไม่ให้บ้านเมืองเสียหายไปมากกว่านี้

“พรรคร่วมฝ่ายค้านคงจะดำเนินการตามที่คุณศรีสุวรรณเสนอ เนื่องจากหลายๆพรรคก็เห็นตรงกันว่า ป.ป.ช.ไม่ทำหน้าที่ อย่างกรณีที่บอกว่าของที่รัฐมนตรียืมเพื่อนมาไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้นก็น่าเกลียดเกิน และหากคุณศรีสุวรรณต้องการให้ช่วยประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในเรื่องนี้ผมก็พร้อมจะประสานให้” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุ
ศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตประธานสภาพัฒนาการเมือง และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นอกจากพรรคฝ่ายค้านที่ตอบรับเรื่องดังกล่าวแล้ว นักวิชการต่างก็เห็นด้วยกับการยื่นถอดถอน ป.ป.ช.เนื่องจากที่ผ่านมา ป.ป.ช.มีข้อครหาในการทำหน้าที่มากมาย ซึ่งความเห็นและคำวินิจฉัยต่างๆของ ป.ป.ช.จะนำมาซึ่งปัญหาและความเสียหายให้แก่ระบบรัฐสภา และเอื้อให้เกิดช่องว่างในการทุจริตประพฤติชอบ

ศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตประธานสภาพัฒนาการเมือง และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นว่า ทุกองค์กรที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญไทยจะต้องมีระบบการตรวจสอบถ่วงดุลอย่างเท่าเทียม ถ้าองค์กรอิสระไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. กกต. หรือแม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าทำหน้าที่ไม่ถูกต้องก็ต้องถูกตรวจสอบถอดถอน ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก อาทิ กรณีที่ ป.ป.ช.ระบุว่าทรัพย์สินซึ่งรัฐมนตรีได้มาจากผู้อื่นจึงไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งตรงนี้มีปัญหาตามมาแน่นอนเพราะในอนาคตนักการเมืองก็จะอ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่ยืมเพื่อนมาเพื่อหลบเลี่ยงการแสดงบัญชี ทั้งที่ความจริงทรัพย์สินที่ยืมเพื่อนมาต้องถือเป็นหนี้สินเพราะต้องส่งคืนเพื่อน โดยส่วนตัวจึงเห็นด้วยหากฝ่ายค้านจะยื่นถอดถอน ป.ป.ช.

ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายวิตกว่าหาก ป.ป.ช.ถูกถอดถอนจะเกิดปัญหาในการตรวจสอบการทุจริตของข้าราชการและนักการเมืองนั้น ศ.ดร.ธีรภัทร์ กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาเพราะมีกระบวนการสรรหา ป.ป.ช.อยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าห่วงคือกระบวนการสรรหาที่มีอยู่จะมีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือหรือไม่ เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ชุดปัจจุบันซึ่งมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็น ป.ป.ช.มาจากการแต่งตั้งของรัฐบาล คสช. อีกทั้งยังล้วนเป็นคนใกล้ชิดของ คสช. จึงมีความเป็นไปได้ว่า ป.ป.ช.ที่ ส.ว.ให้ความเห็นชอบจะมีปัญหาเรื่องความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน ดังนั้นควรที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้กระบวนการสรรหา ส.ว. และ ป.ป.ช.มีความอิสระจากอิทธิพลของนักการเมืองและผู้มีอำนาจ

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะ ถ้าไม่มีการแก้รัฐธรรม ป.ป.ช.ชุดใหม่ก็จะมีลักษณะไม่ต่างจาก ป.ป.ช.ปัจจุบัน และเกิดปัญหาเป็นงูกินหาง จริงๆแล้วเราควรแก้ทั้งระบบ ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ต้องมีการทบทวนแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการได้มาขององค์กรภายใต้รัฐธรรมนูญทั้งหมด ถ้าแก้ไม่ได้การเมืองทั้งระบบจะมีปัญหา ส่งผลกระทบต่อบ้านเมืองหนักกว่านี้ ดังนั้นจะปล่อยให้คุณศรีสุวรรณทำคนเดียวไม่ได้ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน” ศ.ดร.ธีรภัทร์ ระบุ


กำลังโหลดความคิดเห็น...