xs
xsm
sm
md
lg

ตะลึง!!ยอดขายทัวร์กลุ่มปิดสูงกว่าพันล้าน แปรสภาพเป็น”ทัวร์เติมเงิน”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พบยอดขายทัวร์กลุ่มปิดสูงกว่าพันล้านบาท แถมมีพิรุธโอนออกไปสู่บัญชีอื่นทันที ด้าน ปปง.ตามติดเส้นทางการเงิน ด้านลูกทัวร์นับหมื่นรายช้ำไร้ทางเลือกได้เงินคืน รับสภาพด้วยเงื่อนไขหักยอดโอน+เพิ่มเงินใหม่ แถมมีขอเก็บเพิ่มหน้างานและระหว่างเดินทาง บางทริปอ้างเพิ่มวันให้เก็บเพิ่ม สุดท้ายไม่เพิ่ม ฮอกไกโดเจอข้าวกล่อง+ฟรีเดย์ จำใจต้องเที่ยวล้างหนี้ รายที่ดำเนินคดีร้องทั้งตำรวจท้องที่ กองปราบฯ ยัน DSI ล่าสุดกทท.พักใช้ใบอนุญาต

สถานการณ์ของทัวร์กลุ่มปิดที่อยู่ในสถานะขาดสภาพคล่อง จนทำให้ลูกทัวร์มากกว่าหมื่นคนระส่ำระสายกันไปตาม ๆ กันนั้น แม้จะมีโปรแกรมทัวร์ออกได้ในหลายเส้นทาง เช่น ฮอกไกโด รัสเซีย อลาสก้า จอร์เจีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์และแอฟริกาใต้ โดยกลุ่มที่ออกเดินทางได้นั้น ประเมินว่ายังเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่ากลุ่มที่ยังไม่สามารถเดินทางได้

ลูกทัวร์ของบริษัททัวร์ดังกล่าวเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้เป็นเรื่องของลูกทัวร์เก่าล้วน ๆ เพราะคงไม่มีใครกล้าเข้ามาเป็นลูกค้าใหม่ เพราะชื่อเสียงที่เสียเป็นที่รับรู้กันในวงกว้าง และลูกค้าเก่าก็แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ยังต้องการเดินทางกับบริษัททัวร์รายนี้ต่อ และอีกกลุ่มเลือกที่จะดำเนินคดีกับผู้บริหารของบริษัททัวร์รายนี้

กลุ่มที่ต้องการเดินทางต่อนั้นไม่ใช่เพราะมั่นใจหรือศรัทธาในตัวบริษัทนี้ เพราะโปรแกรมทัวร์เดิมที่เคยจองซื้อไว้ไม่สามารถออกเดินทางได้ และหากต้องการขอเงินคืนก็เป็นที่รับรู้กันดีว่า อาจต้องรออีก 8-9 เดือนหรืออาจเกินกว่านั้น แถมมีแนวโน้มว่าทางบริษัทอาจไม่มีเงินคืน ดังนั้นจึงเลือกใช้วิธีแปลงเอาเงินค่าทัวร์เดิมที่บริษัทค้างเปลี่ยนมาเป็นทริปเดินทางใหม่แทนการใช้หนี้

เที่ยวล้างหนี้

“ถือว่าลูกทัวร์อยู่ในสภาวะจำยอม แม้จะทราบดีว่าหากต้องการเดินทางเพื่อเป็นการล้างหนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้างส่วนใหญ่ก็ยอม ดีกว่าไม่ได้คืนมาเลยสักบาท”

เนื่องจากปัญหาของบริษัททัวร์รายนี้คือเรื่องของวีซ่าที่เคยถูกปฏิเสธจากทางสถานทูตมา 500-600 คน การแก้ปัญหาของทางบริษัทจึงเปิดโปรแกรมไปในประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า เช่น รัสเซียและจอร์เจีย ในเส้นทางยุโรป เพื่อให้ลูกค้าเดิมที่เคยจองประเทศแถบยุโรปที่ต้องใช้วีซ่า เปลี่ยนมาเที่ยวในประเทศที่ไม่ต้องมีวีซ่าแทน และยังมีเส้นทางในเอเชียให้เลือก

โปรแกรมแก้ปัญหาแบบนี้จะมีเงื่อนไขกำหนด เช่น เปิดให้นำเอาสลิปที่โอนเงินกับบริษัทนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายเดินทางได้จำนวนหนึ่ง แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มและค่าทิปอีกจำนวนหนึ่ง ยกตัวอย่างทริปฮอกไกโด ที่เดินทางไปเมื่อ 9-13 มิถุนายน 2562 ของเดิมเคยเสนอขายที่ราคา 21,900 บาท หากต้องการให้เดินทางได้ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 8,100 บาท ดังนั้นราคาทัวร์ฮอกไกโดจะเป็น 30,000 บาท และยังมีการเรียกเก็บค่าทิปคนขับรถและไกด์อีก 5,000 บาท

เป็นอันว่าเบ็ดเสร็จทัวร์ฮอกไกโดรอบนี้เบ็ดเสร็จอยู่ที่ 35,000 บาท เดินทางเดือนมิถุนายน ขณะที่ราคาทัวร์ฮอกไกโด 5 วัน 3 คืนของบริษัททัวร์ทั่วไปอยู่ที่ 21,000-24,000 บาท ราคาที่ระดับ 35,000 บาทนั้นควรจะเป็นช่วงไฮซีซั่นตั้งแต่พฤศจิกายนเป็นต้นไป จึงถือว่าราคาใหม่นี้แพง

คนที่ไปก็ทราบดีว่าราคาที่ไปนั้นแพงกว่าราคาตลาด แต่ทุกคนก็จำใจเดินทาง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีกว่าการขอเงินคืนจากทางบริษัท แม้ว่าจะต้องยอมจ่ายเพิ่มในราคาที่สูงกว่าตลาดก็ตาม
ราคาทัวร์ฮอกไกโด ที่ปรับขึ้น
เส้นใหญ่ได้ออกก่อน

สำหรับโปรแกรมการเดินทางที่ออกได้นั้น เกิดขึ้นจาก 2 ทางคือทางแรกออกโดยตัวบริษัททัวร์เองที่เจรจาขอเพิ่มเงินจากลูกทัวร์จนสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้ อีกทางหนึ่งคือการผ่านลูกทัวร์กลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันในนาม”กลุ่มนางฟ้า” ซึ่งจะเป็นคนที่เข้าเจรจากับผู้บริหารของบริษัทเพื่อให้ปล่อยเงินของลูกทัวร์ที่ยังไม่ได้เดินทางมาบวกกับเงินเรียกเก็บเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งเพื่อออกทัวร์ เสมือนกับการใช้หนี้ให้กับลูกทัวร์ทางหนึ่ง

ทัวร์ที่ออกเดินทางได้นั้นจะต้องผ่านการต่อรองกันระหว่างลูกทัวร์กับผู้บริหารบริษัทที่มีอำนาจเต็มอยู่เพียงคนเดียว มีทั้งการเพิ่มเงินในราคาที่ไม่ขาดทุน อีกแบบหนึ่งคือออกแบบจำยอม เกิดจากลูกทัวร์ในกลุ่มนั้นมีอำนาจต่อรองสูงจนเจ้าของบริษัทต้องยอม เช่น มีข้าราชการระดับสูงอยู่ในกลุ่มนั้น หรือมีผู้รู้ทางกฎหมายร่วมกรุ๊ปด้วย แบบนี้ส่วนใหญ่เจ้าของทัวร์มักจะยอม

พูดง่าย ๆ คือ ถ้ากลุ่มไหนมีเส้นก็ได้เดินทาง อาจเพิ่มเงินบ้างมากน้อยแล้วแต่ตกลง หรือมีข้อแม้บางอย่างของการเจรจา แต่ถ้าเป็นกลุ่มทั่วไปที่ไม่มีเส้นหรือไม่มีใครในกลุ่มนั้นใหญ่พอก็ต้องรอต่อไป

อย่างกลุ่ม Incentive ที่ว่าต้องจ่ายเงินเยอะกว่าปกติ เพื่อให้ทัวร์ได้ออกนั้น แม้ผู้บริหารทัวร์จะออกมายืนยันว่าออกเดินทางได้แน่นอน ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะได้ออก ขึ้นอยู่กับการประสานงานของทางเจ้าของทัวร์ด้วย มีหลายกรุ๊ปของ Incentive ที่จ่ายเงินเพิ่มครบ เอกสารครบ แต่ถูกเลื่อนไปก็มีหลายทริป

สำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปยุโรป สหรัฐฯ แคนาดา ที่ต้องใช้วีซ่า ทางบริษัททัวร์กำหนดให้ลูกทัวร์ต้องไปขอวีซ่าเอง หมายถึงออกค่าใช้จ่ายเอง มีหลายทริปที่ลูกทัวร์ขอวีซ่าแล้วกำหนดการเดินทางเลื่อนไปเรื่อย ๆ จนบางครั้งวีซ่าหมดอายุ

ต้องทำใจแม้ได้เดินทาง

ขณะนี้ปัญหาของทัวร์เจ้านี้เยอะมาก หลากหลายรูปแบบ มากกว่า 80% ยังไม่สามารถเดินทางได้ ส่วนทริปที่ได้เดินทางแล้วก็ใช่ว่าจะไร้ปัญหา บางกรุ๊ปเจอขอให้จ่ายเงินเพิ่มที่สนามบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากข้อตกลงเดิม

ทราบมาว่าทริปฮอกไกโดที่ได้เดินทางไปแล้วนั้น ต้องทานข้าวกล่อง 1 มื้อ และมีฟรีเดย์อีก 1 วัน นั่นคือทัวร์ไม่ดูแลเรื่องอาหารระหว่างวัน ลูกทัวร์ต้องหารับประทานเอง หรือทริปยุโรปพักนอกเมือง เที่ยวได้ไม่ครบตามโปรแกรม ส่วนทริปอลาสกา เจ้าของทัวร์เสนอเพิ่มวันให้อีก 2 วันแลกกับเงิน 1 หมื่นบาทที่ต้องจากเพิ่มจากเดิม เมื่อจ่ายเรียบร้อยปรากฏว่าต้องเดินทางกลับตามโปรแกรมเดิม คือไม่ได้เพิ่มอีก 2 วัน แต่เงินจ่ายไปแล้ว แถมระหว่างทริปยังมีการขอให้เงินให้ช่วยกันบริจาคอีกรายละ 1 หมื่นหรือ 2 หมื่นบาท

เมื่อคุณอยู่ที่สนามบินแล้วหรืออยู่ระหว่างเดินทางในต่างประเทศ เจ้าของบริษัทขอค่าใช้จ่ายเพิ่มมีหรือที่คุณจะไม่จ่าย ทุกคนก็กลัวหากถูกปล่อยทิ้งในต่างประเทศแล้วจะทำอย่างไร
ตัวอย่างโปรแกรมใหม่ที่เปิดให้หักค่าทัวร์เดิม+จ่ายเพิ่ม เพื่อออกเดินทาง
กทท.เคลียร์บ้างแล้ว

สำหรับกลุ่มที่เลือกเส้นทางดำเนินคดีกับทางบริษัททัวร์รายนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ได้ใช้สิทธิเดินทางท่องเที่ยวไปแล้ว และเหลือทริปที่ค้างอยู่ในวงเงินอีกไม่มาก ก็ดำเนินการร้องเรียนไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งที่กรมการท่องเที่ยว(กทท.) สถานีตำรวจส่วนใหญ่จะไปที่สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก บางส่วนร้องกองปราบปราม รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ

“ส่วนใหญ่ที่มาร้องเรียนที่กรมการท่องเที่ยวมักเป็นลูกทัวร์ที่ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่ร่วมเดินทางกับทางบริษัททัวร์รายนั้นอีก ตอนนี้มีราว 200 คน” แหล่งข่าวจากกรมการท่องเที่ยวกล่าว

ทางกรมฯ ได้สอบข้อเท็จจริงเรียกทางเจ้าของบริษัททัวร์ให้มารับทราบและชดใช้ค่าเสียหาย ตอนนี้ได้เงินคืนไปแล้ว 10 กว่ารายเป็นเงินราว 3-4 ล้านบาท และจะทยอยตรวจสอบให้กับผู้เสียหายทุกราย ซึ่งพฤติกรรมของบริษัททัวร์รายนี้เข้าข่ายความผิดในหลายเรื่อง แต่ตอนนี้ถือว่าผิดตามมาตรา 40 พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ 2551 ที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียน

แค่พักใช้ใบอนุญาต-หวั่นกระทบหนัก

ที่ผ่านมาทาง กทท. พยายามบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เสียหายอยู่ วิธีหนึ่งคือเจรจาให้เจ้าของบริษัททัวร์คืนเงิน เพราะเราทราบว่าผู้ที่ประสงค์จะเดินทางต่อนั้นเพื่อต้องการล้างหนี้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเจ้าของทัวร์รายนี้ไม่มีเงินพอที่จะคืนเงินให้ลูกค้าได้ทั้งหมด

ขณะนี้ทางกรมฯ ได้มีการพักใช้ใบอนุญาตของบริษัททัวร์รายดังกล่าวแล้ว มีระยะเวลา 30 วัน ครบกำหนด 11 กรกฎาคม 2562 นั่นหมายถึงการห้ามออกทัวร์ที่ดำเนินการโดยบริษัทนี้ เพื่อต้องการให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่บริษัทนี้สามารถใช้เครือข่ายอื่นเป็นผู้ออกการเดินทางนั้นสามารถทำได้

สำหรับลูกค้าของบริษัทนี้ หากท่านไม่มั่นใจในกรณีที่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่ม ก็อย่าจ่ายเงินเพิ่ม ส่วนเรื่องของกลุ่มนางฟ้านั้น ถ้าลูกทัวร์จะโอนเงินเพิ่มเพื่อให้ทัวร์ออกเดินทางได้ จะต้องดำเนินการผ่านบัญชีของตัวบริษัทเท่านั้น ไม่สามารถโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของกลุ่มนางฟ้าได้ เพราะไม่ใช่ผู้ได้รับใบอนุญาต และหากไม่มั่นใจควรเข้ามาทำเรื่องร้องเรียนที่กรมการท่องเที่ยว

ส่วนคดีที่แจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลหัวหมากตอนนี้มีได้สอบปากคำผู้เสียหายไปแล้ว 50-60 ราย ซึ่งในจำนวนนี้แต่ละรายจะมีผู้เสียหายพ่วงอีก 4-5 คน รวมแล้วน่าจะมีราว 200-300 ราย

เชื่อว่าผู้เสียหายที่มาแจ้งความนั้นน่าจะสัดส่วนที่น้อยมาก เพราะทุกคนยังหวังที่จะใช้วิธีการเที่ยวล้างหนี้แม้ต้องจ่ายเงินเพิ่มก็ยอม เชื่อว่าตรงนี้ทางเจ้าของบริษัททัวร์ก็ทราบดี จึงใช้วิธีการทยอยออกทัวร์เรื่อย ๆ พร้อมกับโพสต์เฟสบุ๊กในกลุ่มว่าตั้งใจแก้ปัญหา เพื่อให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องยังไม่กล้าดำเนินการอะไรมาก

อย่าลืมว่าบริษัททัวร์รายนี้ ผู้บริหารมีอำนาจตัดสินใจเพียงคนเดียว หากยึดใบอนุญาตลูกค้าที่เหลือย่อมไม่สามารถเดินทางเพื่อล้างหนี้ได้ เนื่องจากบริษัทไม่มีเงินที่จะมาใช้คืนลูกทัวร์ได้ทุกราย เช่นเดียวกับการจับกุมตัวมาดำเนินคดี จะทำให้ลูกค้าที่เหลือทั้งหมดเดือดร้อนและจะเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง
โพสต์ขอความเห็นใจจากเจ้าของบริษัททัวร์
ตามติดเส้นทางการเงิน

“ได้มีการเรียกตรวจสอบการขายโปรแกรมทัวร์ที่เจ้าของบริษัทได้เข้ามาชี้แจง โดยมีการขายถึงเดือนธันวาคม 2562 ประเมินว่ามี 1,000 โปรแกรม หากขายที่ราคาเฉลี่ยที่ 4 หมื่นบาท กับผู้เดินทางต่อทริป 25-30 คน บริษัทจะมีเงินเข้ามาเพราะต้องจ่ายเงินทันทีในวันจองเป็นเงินราว 1,000-1,200 ล้านบาท”แหล่งข่าวกล่าว

ทราบมาว่าขณะนี้ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ได้เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทนี้แล้วเช่นกัน เบื้องต้นพบว่ามีเงินที่โอนเข้ามาที่ธนาคารหนึ่งเพื่อชำระค่าทัวร์ยอดเฉียดพันล้านบาทและจะถูกโอนออกไปอีกบัญชีหนึ่งทันที ส่วนบัญชีอื่นอยู่ระหว่างการประสานงานกับทางธนาคาร

หากบริษัททัวร์รายนี้ดำเนินธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการขาดสภาพคล่อง จนไม่สามารถชำระเงินคืนลูกค้าที่ไม่ต้องการเดินทางได้ เพราะต้องจ่ายล่วงหน้าก่อนเดินทางราว 1 ปี ส่วนจะมีการนำไปลงทุนในด้านอื่นหรือไม่ตอนนี้กำลังติดตาม



กำลังโหลดความคิดเห็น...