xs
xsm
sm
md
lg

“ร่วม-ไม่ร่วม” พปชร.มีเดิมพัน! “อภิสิทธิ์” กับ “เฉลิมชัย+10” ใครเป็นฝ่ายไป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


งานนี้มีเดิมพัน! จับตาพรรคประชาธิปัตย์ระหว่าง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ 4 นิวเดม” กับ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน และสมาชิกอีก 10 กว่าคน” ใครจะเป็นฝ่ายโบกมือลาเก้าอี้ ส.ส.กับเลขาธิการพรรค วงในชี้ ปชป.ร่วมรัฐบาล พปชร.หนุน “บิ๊กตู่” แน่นอน แค่รอ พปชร.จัดการภายใน ระบุข่าวตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วยุบสภาเป็นแค่เสียงขู่ บวกกับการใช้อำนาจ “บิ๊กแดง” อาจทำให้รัฐบาลเดินหน้าได้เร็วขึ้น ชี้หลัง 4 มิ.ย.ได้เลือกนายกฯ

ความแตกแยกภายในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กำลังเข้าสู่โหมดที่จะต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น กับการเดินหน้านำพรรค ปชป.ไปสู่การเป็นฝ่ายค้านอิสระเพียงประการเดียว

ที่แน่ๆ ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจเลือกเดินเส้นทางใดก็ตามจะเกิดการสูญเสียขึ้นในพรรคแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าพรรคจะเลือกเดินเส้นทางไหน

แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า เวลานี้สมาชิกพรรคได้มีการพูดคุยและประเมินกันว่า ถ้าพรรคเข้าร่วมรัฐบาล พปชร. พรรคจะต้องเสียนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค และกลุ่ม “นิวเดม” หรือกลุ่มประชาธิปัตย์ยุคใหม่ประมาณ 4 คน ประกอบด้วย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม หลานชายนายอภิสิทธิ์, นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ลูกชายของ กิตติ ธนากิจอำนวย มหาเศรษฐีหมื่นล้านด้านอสังหาริมทรัพย์แห่งบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด, นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ลูกชายนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ปัจจุบันเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชป. และ นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัลย์ หรือหมอเอ้ก

แต่ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจไม่เข้าร่วมรัฐบาล ไปเป็น “ฝ่ายค้านอิสระ” เชื่อว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป.จะลาออกจากเลขาฯ และลาออกจากสมาชิกพรรค ปชป. โดยจะมีสมาชิกที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้และอาจมีที่ได้ ส.ส.จะร่วมลาออกไปด้วย ว่ากันว่าประมาณ 10 กว่าคนขึ้นไป

“จริงๆ เลขาฯ ได้ประกาศชัดในงานปราศรัยเมื่อ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่อำเภอปราณบุรี เรื่องจะเสนอให้พรรคเข้าร่วมกับรัฐบาลพลังประชารัฐ แต่เมื่อมาเป็นเลขาฯ พรรคก็เคารพมติกรรมการบริหารพรรค แต่ต้องไม่ลืมว่าก่อนที่นายเฉลิมชัย ตัดสินใจมาเป็นเลขาฯ คู่นายจุรินทร์ ทั้ง 2 คนมีเงื่อนไขอะไรต่อกัน”

โดยก่อนที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จะลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แทนนายอภิสิทธิ์ ได้ไปทาบทามนายเฉลิมชัยด้วยตัวเอง ในวันนั้นนายเฉลิมชัยได้ยื่นเงื่อนไขในเรื่องการร่วมรัฐบาล พปชร.ให้กับนายจุรินทร์ไว้แล้ว และถ้าไม่ตกลง นายเฉลิมชัยก็จะไม่มาเป็นเลขาฯ แต่ปรากฏว่านายจุรินทร์ตอบตกลงตามเงื่อนไข

“ก่อนที่จะตกลงกัน เชื่อว่าหัวหน้าจุรินทร์ได้หารือผู้ใหญ่ของพรรคฯ ที่ให้การสนับสนุนอยู่แล้ว ก็แปลว่าผู้ใหญ่ยอมตกลงตามเงื่อนไข เพราะหากจุรินทร์ไม่ไปทาบทามและไม่รับปาก มีการพูดกันว่านายเฉลิมชัย กำลังจะพากลุ่มของตัวเองย้ายไปอยู่ภูมิใจไทยอยู่แล้ว แต่เมื่อประชาธิปัตย์ยังให้โอกาสและรับเงื่อนไขทั้งๆ ที่นายเฉลิมชัยไม่ได้เป็น ส.ส.เพราะไม่ได้รับเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงทำให้นายเฉลิมชัยตัดสินใจมาช่วยขับเคลื่อนประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง”
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
และหากผู้ใหญ่ของพรรคผิดคำสัญญา เป็นผลให้นายเฉลิมชัยและกลุ่มสมาชิกตัดสินใจลาออก จะมากล่าวโจมตีไม่ได้ เพราะนายเฉลิมชัยได้ยื่นเงื่อนไขให้เป็นที่รับรู้กันในพรรคอยู่แล้ว

แหล่งข่าวบอกอีกว่า หากนายเฉลิมชัยลาออกจริง คนที่ถูกหมายตาให้มาเป็นเลขาธิการพรรคแทนก็จะเป็น “นายนิพนธ์ บุญญามณี” เพราะทั้งนายเฉลิมชัย และนายนิพนธ์ จะเป็นคนที่มีความคล่องตัว มีประสบการณ์หรือเขี้ยวเล็บทางการเมืองที่ไม่ต่างกัน

“ในพรรคประเมินกันว่าคนที่จะเป็นฝ่ายต้องลาออก คือ นายอภิสิทธิ์ และนิวเดม เพราะจริงๆ พรรคประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐมีการคุยกันรู้เรื่อง คือ ได้ 7 ตำแหน่ง เพียงแต่ว่าเกิดปัญหาขึ้นมาก็ตรงที่มีการขอคืนกระทรวงเกษตรฯ และให้พลังงานมาแทน แต่นโยบายพรรคเน้นแก้ปัญหาสินค้าเกษตรจึงอยากได้ทั้งเกษตรฯ และพาณิชย์ทั้ง 2 กระทรวง”

แต่ในที่สุดก็จะสามารถเจรจากันลงตัวซึ่งผู้ใหญ่ภายในพรรคประชาธิปัตย์คาดว่าจะมีการประชุมเลือกนายกรัฐมนตรีได้หลังวันที่ 4 มิถุนายนนี้

ส่วนนายอภิสิทธิ์นั้นพรรคเชื่อว่าจะลาออกแน่นอน เพราะนายอภิสิทธิ์เป็นนักการเมืองที่มีความซื่อสัตย์ เป็นคนรักษาสัจจะ และมีอุดมการณ์ชัดเจน เมื่อประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาลก็ต้องเลือกเดินออกมาด้วยการลาออกจาก ส.ส. แต่ยังคงเป็นสมาชิกพรรคและทำงานให้แก่พรรค

“อภิสิทธิ์จะมีความสง่างาม เพราะไม่ได้ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ แต่เป็นสัจจะของคนเป็นนักการเมืองที่หายากในยุคนี้ และเมื่อลาออกก็ยังทำงานให้พรรคเพราะพรรคมีสภาที่ปรึกษาซึ่งเป็นแหล่งรวมของอดีตหัวหน้าและเลขาธิการพรรคมานั่งทำงานที่นี่ คอยเป็นพี่เลี้ยงให้พรรค”

สำหรับกลุ่มนิวเดมก็ยังคงอยู่ เพียงแต่ว่าจะมีสมาชิกบางคนลาออกไปซึ่งไม่ได้ทำให้พรรคเสียหายหรือด้อยลงแต่ประการใด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ด้านสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กลุ่มหนึ่งเชื่อว่า การที่นายอภิสิทธิ์ถอยออกไปในวันนี้จะทำให้เขามีโอกาสกลับเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้งหนึ่ง เพราะพรรคมีกฎระเบียบมีวาระดำรงตำแหน่ง และหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง มีการยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่ คาดกันว่านายจุรินทร์อาจไม่สามารถนำพาพรรคได้ ก็อาจมีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ถึงเวลานั้นชื่อของนายอภิสิทธิ์จะถูกเสนอเข้ามาชิงหัวหน้าพรรคอีกครั้งหนึ่ง

ขณะเดียวกัน มีกระแสข่าวออกมาว่าจะมีการยุบสภาเกิดขึ้นหากประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วมรัฐบาล โดย พปชร.จะตั้งรัฐบาลไปก่อน ด้วยการใช้เสียง ส.ว.หนุนในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี และบริหารงานภายใต้เสียงข้างน้อยเพียง 200 เสียงเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะเลือกยุบสภา

“เรื่องยุบสภาน่าจะเป็นการขู่ แต่การตั้งรัฐบาลถ้ายังมีเสียงปริมน้ำ หรือน้อยมากๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน”

อย่างไรก็ดี แกนนำ ส.ส.ขั้วพลังประชารัฐ และเพื่อไทย มีการวิเคราะห์ตรงกันว่า เรื่องยุบสภาไม่มีทางเป็นไปได้

เหตุผลก็คือหากยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ มีการวิเคราะห์และประเมินผลจากข้อมูลที่พรรคมีการสำรวจ เชื่อว่าตัวเลข ส.ส.พลังประชารัฐ จะลดลงและคาดว่าจะไม่เกิน 60 คน ส่วนประชาธิปตย์จะไม่เหลือแค่ 30 ที่นั่ง แต่พรรคที่จะได้มากยังจะเป็นเพื่อไทย อนาคตใหม่ ขั้วนี้จะเกิน 270 ที่นั่ง

“อนาคตใหม่จะกวาด กทม.หัวเมืองเกือบทุกแห่ง ภาคใต้จะได้เขต อ.เมืองฯ ส่วนเพื่อไทยจะยึดเหนือและอีสานได้เหมือนเดิม ขั้วนี้ตัวเลขที่คาดการณ์จะเกิน 270ที่นั่ง”

ขณะที่ “บิ๊กตู่” จะเป็นฝ่ายที่เหนื่อยที่สุด เพราะรัฐบาลต่อไปไม่มีอำนาจเต็มหรืออำนาจเบ็ดเสร็จ เหมือนสมัยที่บิ๊กตู่ยังมีมาตรา 44 ที่จะใช้ในการจัดการใดๆ เพราะหลังการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลแล้วอำนาจต่างๆ จะกระจายไปสู่โหมดการเมือง เป็นผลให้การสั่งการจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเหมือนเช่นที่ยังมีมาตรา 44 อยู่ในมือ

“บิ๊กตู่เป็นรัฐบาลมาถึง 5 ปี มี ม.44 ในมือ มีนโยบายใช้เงินลงไปจำนวนมาก พปชร.ยังไม่สามารถชนะเพื่อไทยได้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แล้วจะหวังในช่วงรัฐบาลบิ๊กตู่ 2 ก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก ยกเว้นแต่ว่ารัฐบาลต่อไปสร้างผลงานได้ดี ประชาชนสนับสนุนจึงจะเป็นโอกาสได้ ส.ส.มากขึ้น”

อีกทั้งสงครามไซเบอร์จะถูกนำมาใช้ จะมีความพยายามโจมตีให้เบื่อกองทัพ และที่ผ่านมา พปชร.ได้คะแนนขึ้นมาเป็นผลจากฮ่องกงเอฟเฟกต์ เและยังมีภาพความกลัวพรรคเพื่อไทยในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันจะหวนคืนมา คนจึงเทคะแนนเลือกบิ๊กตู่

นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งต้องใช้เงิน ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกพรรคต้องคิด!
“บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก
ที่สำคัญสุดคือ ปัญหาเศรษฐกิจที่คนไทยกำลังเผชิญ ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ รากหญ้าลำบาก แรงงานตกงานเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเด็กจบใหม่ ไม่มีงานทำ สิ่งเหล่านี้ทำให้คนคาดหวังว่า รัฐบาลหลังเลือกตั้งจะมาช่วยแก้ปัญหาเพื่อให้สามารถลืมตาอ้าปากได้ หากบริหารไม่ทันไรแล้วยุบสภา เชื่อว่าปัญหาเศรษฐกิจจะถูกขยายวงทันที

ดังนั้น กระแสข่าวว่าจะเลือกยุบสภาจึงเป็นเรื่องที่ขั้วพลังประชารัฐเชื่อว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะพรรคพลังประชารัฐ ก็ได้เตรียมยุทธศาสตร์ในการแก้ไขประเด็นปัญหาต่างๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลและร่วมรัฐบาลไว้พร้อมแล้ว และรู้ว่าหากเกิดปัญหาขึ้นจะมีวิธีการจัดการอย่างไรเพื่อให้รัฐบาลบิ๊กตู่อยู่ได้นานที่สุด


“เรื่องของงูเห่าก็เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง และถือเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แล้วไปซื้องูเห่า เพื่อให้บริหารงานต่อไปได้ เป็นเรื่องที่บิ๊กตู่เชื่อว่าไม่สง่างามเช่นกัน”

ส่วนกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพียง 10 นาที ก็เป็นภาพสะท้อนทางการเมืองได้เป็นอย่างดี และอาจเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์จัดการปัญหาภายในพลังประชารัฐได้เช่นกัน เพราะความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลเป็นเพราะการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีภายใน พปชร.ไม่ลงตัว เป็นผลให้การเจรจากับพรรคร่วมก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเก้าอี้รัฐมนตรีไปด้วย จนเป็นเหตุให้ต้องมีการนับหนึ่งเพื่อเจรจากันใหม่

“บิ๊กแดงอาจจะเป็นคนที่ต้องไปประสานงานกับกลุ่มหรือคนที่คุยไม่รู้เรื่อง การได้บิ๊กแดงไปคุย ก็จะทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้น แต่เชื่อว่าจะไม่ไปคุยกับประชาธิปัตย์ เพราะประชาธิปัตย์ไม่มีแผลจึงไม่ต้องกลัว”

ขณะที่การจับมือจัดตั้งรัฐบาล พปชร.ที่มีบิ๊กตู่ เป็นนายกฯ ยังคงเดินหน้าต่อไป ซึ่งเชื่อว่าจะสำเร็จได้หลังวันที่ 4 มิถุนายน และสามารถอยู่ยาวได้หรือไม่? ต้องติดตามเป็นระยะๆ เพราะรัฐบาลต่อไปจะเป็นอำนาจทางการเมืองล้วนๆ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้!



กำลังโหลดความคิดเห็น...