xs
xsm
sm
md
lg

รัฐปลดล็อกช่วยคนปลูกป่าไม้มีค่า ใช้ค้ำประกันเงินกู้ได้ !

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ก.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมปลดล็อกให้สามารถปลูกไม้มีค่าในพื้นที่ ส.ป.ก. และใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ เร่งดันกฎหมาย 5 ฉบับ แก้ปัญหาคนกับป่า “พล.อ.สุรศักดิ์” เผย จัดสรรที่ป่าให้ประชาชนทำกินแล้วกว่า 4.6 ล้านไร่ คิดเป็น 30% ของพื้นที่เป้าหมาย วางเป้าจัดตั้งป่าชุมชนกว่า 2 หมื่นหมู่บ้าน มั่นใจอีก 20 ปีข้างหน้า ไทยมีพื้นที่ป่าถึง 55% ของประเทศ ยันดำเนินคดีกับ บ.ไทยอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแล้ว

กล่าวได้ว่าปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเป็นเรื่องที่ทุกรัฐบาลพยายามหาทางแก้ไขมาตลอด โดยในยุคของ “บิ๊กเต่า” พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีมาตรการยึดคืนพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยเฉพาะจากกลุ่มทุนที่บุกรุกป่าเพื่อทำธุรกิจและปลูกพืชเศรษฐกิจ
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พล.อ.สุรศักดิ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามจับกุมและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ซึ่งพบว่าการบุกรุกป่าดังกล่าวจะมีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบใน 2 ลักษณะด้วยกัน คือ การออกเอกสารปลอม และเอกสารที่ออกโดยมิชอบ โดยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งที่เจตนาและไม่เจตนา ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นพื้นที่ของรัฐก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าโฉนดที่เอกชนถือครองนั้นได้มาโดยไม่ถูกต้อง ทั้งพิสูจน์จากภาพถ่ายทางอากาศและร่องรอยการทำกิน หากเอกชนไม่ยอมรับก็ต้องดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อดำเนินการเพิกถอนต่อไป ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา
โดยขณะนี้มีหลายแห่งที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น กรณีบริษัทไทยอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ซึ่งได้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าย่านยาว และป่าเขาวง จ.กระบี่ เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน อยู่ระหว่างดำเนินคดี, กรณีการบุกรุกป่าภูขี้เถ้า จ.เลย ของกลุ่มทุนเพื่อปลูกยางพารา ได้ดำเนินการเพิกถอนโฉนดแล้ว, กรณีบริษัท ซี.พี.เค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของนายเปรมชัย กรรณสูต ที่บุกรุกป่าภูเรือ จ.เลย พื้นที่กว่า 6,200 ไร่นั้น ถูกตั้งเป็นคดีพิเศษและอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว ส่วนกรณีโรงแรมอนันตรา ซึ่งบุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง ได้ดำเนินการเพิกถอนโฉนดเสร็จเรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างการรื้อถอนออกจากพื้นที่
“ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ สามารถยึดพื้นที่ป่าคืนมาได้ถึง 1 ล้านไร่ ซึ่งเป็นผลงานที่เจ้าหน้าที่ทุกคนภาคภูมิใจ” พล.อ.สุรศักดิ์กล่าว

นอกจากการยึดคืนผืนป่าแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ยังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าด้วยการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย 5 ฉบับ เพื่อให้คนสามารถอยู่และใช้ประโยชน์จากป่า รวมทั้งเปิดทางให้มีการปลูกป่าเศรษฐกิจเพื่อลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า
ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือการแก้ไข พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 7 เพื่อให้ประชาชนสามารถปลูกและตัดไม้หวงห้าม เช่น สัก พะยูง ในที่ดินของตนเองได้อย่างถูกกฎหมาย และยังสามารถนำต้นไม้ที่ปลูกไปค้ำประกันเงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้ด้วย โดยขณะนี้พระราชบัญญัติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแล้ว คาดว่าจะสามารถออกมาบังคับใช้ได้ในเดือน เม.ย. 2562 นี้ ส่วนการใช้ไม้หวงห้ามเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกันเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์อื่นๆ นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการประเมินว่าต้นไม้แต่ละชนิดจะตีราคาอย่างไร หากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก็สามารถใช้ไม้หวงห้ามในการค้ำประกันเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ได้เช่นกัน
ทั้งนี้ จากปัจจุบันที่มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถปลูกไม้มีค่าบนที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นโฉนด, น.ส.3, น.ส.3ก., น.ส.3 ข, ใบจอง, น.ส.2, ส.ค.1 แล้วในอนาคตอันใกล้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ก็กำลังพิจารณาให้ประชาชนสามารถปลูกไม้มีค่าบนที่ดิน ส.ป.ก.(ที่ดินที่ได้รับการประกาศให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และอนุญาตให้ประชาชนเข้าทำกิน) ที่ ส.ท.ก. (ที่ในเขตป่าสงวนและป่าเสื่อมโทรมซึ่งประชาชนได้รับสิทธิทำกิน) ด้วย

อีกทั้งยังมีการยกร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกในการพิจารณาจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชน ซึ่งขณะนี้กฎหมายดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว อยู่ระหว่างรอการพิจารณาโปรดเกล้าฯ ก่อนที่จะบังคับใช้ต่อไป โดยกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้มีคณะกรรมการที่ทำหน้าที่พิจารณาว่าจะอนุญาตให้ประชาชนอยู่อาศัยตรงไหนได้บ้าง และอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด โดยพื้นที่ป่าที่จะจัดสรรให้แก่ประชาชน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 ได้แก่ ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในลุ่มน้ำชั้นที่ 3-5 ที่อยู่มาก่อนมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 อนุญาตให้ใช้ประโยชน์อยู่อาศัยและทำกินแบบแปลงรวม คราวละไม่น้อยกว่า 5 ปี แต่ไม่เกิน 30 ปี
กลุ่มที่ 2 ได้แก่ ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่อยู่ในลุ่มน้ำชั้นที่ 3-5 หลังมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 อนุญาตให้อยู่อาศัยและทำกินแบบแปลงรวม โดยต้องปลูกป่าเศรษฐกิจอย่างน้อยร้อยละ 50 ของพื้นที่ และต้องดูแลรักษาไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติม
กลุ่มที่ 3 ได้แก่ ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1-2 ก่อนมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ให้เจ้าหน้าที่จัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น ควบคุมการใช้ที่ดินภายใต้การอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ห้ามบุกรุกและขยายพื้นที่, ให้ประชาชนปลูกป่า 3 อย่างร้อยละ 20 ของพื้นที่
กลุ่มที่ 4 ได้แก่ ชุมชนที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ทั้งก่อนและหลังมติ ครม.วันที่ 30 มิถุนายน 2541 ให้สำรวจการครอบครองที่ดิน และตรวจสอบและบริหารจัดการพื้นที่ หากพบว่าเป็นพื้นที่ล่อแหลมคุกคามต่อระบบนิเวศ ให้ย้ายราษฎรออกไปอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม แต่หากไม่เป็นพื้นที่ล่อแหลมคุกคามต่อระบบนิเวศ ให้พิจารณาผลสำรวจการครอบครองที่ดินและพิจารณาตามความจำเป็นเพื่อการดำรงชีพ
กลุ่มที่ 5 ได้แก่ ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน ให้สามารถอยู่อาศัยได้โดยถูกกฎหมายแต่ยังถือว่าเป็นพื้นที่ของรัฐ โดยจะจัดสรรพื้นที่ป่าให้เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ฟื้นฟู
“การจัดสรรพื้นที่ป่าให้ประชาชนใช้ประโยชน์นั้นคืบหน้าไปประมาณ 20-30% โดยขณะนี้พื้นที่ป่าที่จัดสรรให้ประชาชนอยู่อย่างถูกกฎหมายกว่า 4.6 ล้านไร่ แบ่งเป็น ป่าสงวน 300-400 ไร่ ป่าอนุรักษ์ 4.5 ล้านไร่ ป่าชายเลน ประมาณกว่า 1 แสนไร่ ซึ่งเชื่อว่าหากกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกมาบังคับใช้แล้วการดำเนินการจะคืบหน้าอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าสิ้นปี 2563 จะคืบหน้าไปถึง 80%” พล.อ.สุรศักดิ์ระบุ

กฎหมายอีกฉบับที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขก็คือ พ.ร.บ.ป่าชุมชน ซึ่ง พล.อ.สุรศักดิ์ ระบุว่าเป็นกฎหมายที่มีความพยายามแก้ไขมายาวนานถึง 28 ปี เพื่อให้ชาวบ้านที่อยู่กับป่ามาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายช่วยดูแลรักษาป่าแลกกับการอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่า เช่น เก็บพืชผักจากป่าไปกินและขายได้ โดยขณะนี้พระราชบัญญัติดังกล่าวผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว และรอประกาศเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้
“เรามีเป้าหมายป่าชุมชนทั้งสิ้น 21,850 หมู่บ้าน พื้นที่รวมประมาณ 19.1 ล้านไร่ โดยขณะนี้เราจัดตั้งไปแล้ว 13,000 หมู่บ้าน” รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุ
นอกจากนั้นยังมีกฎหมายอีก 2 ฉบับ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขคือ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่ออนุญาตให้คนที่อยู่กับป่ามาก่อนสามารถอยู่ในพื้นที่ป่าได้และช่วยดูแลรักษาป่าได้
รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า การปฏิรูปพื้นที่ป่าครั้งนี้จะนำไปสู่ความสมบูรณ์ของป่าไม้อันเป็นประโยชน์แก่ลูกหลานไทยในอนาคต ทั้งจากนโยบายในการยึดคืนผืนป่า การแก้ไขกฎหมายให้คนอยู่กับป่าได้ และการแก้ไขกฎหมายให้ประชาชนสามารถปลูกไม้หวงห้ามในที่ดินส่วนตัวได้ จะส่งผลให้พื้นที่ป่าโดยรวมของประเทศไทยเพิ่มขึ้นทั้งจากป่าธรรมชาติและป่าปลูก ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์อยู่ 102.48 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 32% ของพื้นที่ทั้งประเทศ ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ หากมีไม้จากป่าปลูกเข้ามาเพิ่มก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์ป่าไม้ของไทยดียิ่งขึ้นไปอีก โดยรัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์ชาติใน 20 ปีข้างหน้า ว่าในปี 2580 ประเทศไทยจะมีพื้นที่ป่าโดยรวมทั้งป่าธรรมชาติและป่าปลูกไม่น้อยกว่า 55% ของพื้นที่ทั้งประเทศ


กำลังโหลดความคิดเห็น...