xs
xsm
sm
md
lg

รอ'นาย'เคาะนายกฯเพื่อไทย จับตาล้มcommitment 'หญิงหน่อย'!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วงในชี้ 'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' ขึ้นบัญชีนายกฯ ลำดับที่ 1 เป็นเรื่องจริง ที่ 'นายใหญ่-นายหญิง' เห็นชอบ เชื่อชัชชาติ จะดึงคนรุ่นใหม่-คนชั้นกลาง จากพรรคอนาคตใหม่ เทให้เพื่อไทย เดิมจะชี้ขาดวันที่ 12 ม.ค.นี้ อาจต้องเปลี่ยนแปลง รอประกาศกฤษฎีกาเลือกตั้ง แจง 'ชัชชาติ' มีจุดเด่นแถมยังเป็นเทคโนแครตที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และมีการวางแผนดึงมือดีเป็นทีมที่ปรึกษาฟื้นฟูเศรษฐกิจไว้พร้อม แต่ทั้งสองยังถือเป็นคู่ชิงที่สำคัญ แค่รอ 'นายใหญ่-นายหญิง' เคาะวินาทีสุดท้ายกระแสใครทำให้ชนะเลือกตั้งได้ แกนนำห่วงหาก 'หญิงหน่อย' ไม่ได้! เจ้าของพรรคจะแก้ปัญหาcommitment ได้อย่างไร !
( จากซ้าย )พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ใครจะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะส่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ขึ้นบัญชีนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ถึงวันนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่เป็นไปได้และเป็นไม่ได้ในเวลาเดียวกัน แม้ว่าจะมีข่าวออกมาภายหลังว่าแกนนำพรรคได้มีการตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าจะส่งชื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นลำดับแรก โดยจะมีชื่อของ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายชัชชาติ เป็นรายชื่อลำดับที่ 2 และ 3 ต่อไป

แต่ในความเป็นจริง ชื่อของนายชัชชาติ ที่ปรากฏออกมานั้น เป็นเพราะบรรดาแกนนำได้มีการจุดประกายขึ้นมาเพื่อเช็กกระแสภายใต้ความเห็นชอบของ 'นายใหญ่-นายหญิง' แล้วเช่นกัน โดยก่อนที่จะปล่อยกระแสนี้ออกมานั้นได้มีการนำโพลภายในพรรคที่ทำการสำรวจ หากเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ จะได้ประมาณ 190 เสียง แต่ถ้าเป็นนายชัชชาติ จะได้ประมาณ 220 เสียง รวมทั้งความเห็นของแกนนำ ผสมผสานกับสถานการณ์การเมืองมาวิเคราะห์และเชื่อว่าการได้นายชัชชาติ จะทำให้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสชนะการเลือกตั้งได้มากกว่าคุณหญิงสุดารัตน์

ชัชชาติ จะดึงคะแนนเสียงกลุ่มคนรุ่นใหม่ และคนชนชั้นกลาง ที่หันไปสนับสนุนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคอนาคตใหม่มาให้พรรคเพื่อไทยได้ เพราะถ้าประเมินกันให้ดีพรรคอนาคตใหม่ ขณะนี้เปลี่ยนไปมาก ทั้งปัญหาภายในพรรคกันเองและยังถูกโจมตีจากขั้ว คสช.ได้ง่าย”
 

อีกทั้งแกนนำพรรคยังสะท้อนให้นายใหญ่ นายหญิง ได้เห็นว่าการที่พรรคจะชูคุณหญิงสุดารัตน์ เพียงคนเดียวจะทำให้พรรคอื่นๆ จ้องโจมตีได้ง่าย ว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีตัวเด่นนอกจากคุณหญิงสุดารัตน์ เพียงคนเดียว ซึ่งจริงๆ คนที่จะมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปต้องมีจุดเด่นทางด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก

“ไม่ใช่แค่พรรคอื่นโจมตีเท่านั้น แต่พรรคเพื่อไทยจะต้องทำให้ประชาชนมีความหวังในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเป็นความทุกข์ของประชาชนไม่ใช่เพียงรากหญ้าเท่านั้นที่เจอวิกฤต คนชั้นกลางก็ได้รับผลกระทบกันแล้ว จึงต้องหาคนที่พอจะเป็นสัญลักษณ์ ให้ประชาชนได้มั่นใจด้วย”

ก่อนหน้านี้ มีการเสนอชื่อนายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีคลังในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ให้มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เพราะมีความรู้ความสามารถที่พรรคเชื่อว่าจะช่วยแก้วิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นได้ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ

อย่างไรก็ดี ชื่อของนายชัชชาติ จะติดโผพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอดแม้จะไม่ได้เข้ามาในพรรคเพื่อไทยในช่วงที่รัฐบาล คสช.เข้ามาบริหารประเทศ แต่เขาก็ได้มีการติดต่อประสานพูดคุยและสัมพันธภาพที่ดีกับแกนนำและสมาชิกพรรคเพื่อไทยมาตลอด รวมไปถึงกับนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

“เมื่อ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ชัชชาติ ก็เลือกที่จะไปทำงานเป็นCEO ของบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อยู่ในเครือ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่มีนายอนันต์ อัศวโภคิน เพื่อนรักของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ก่อตั้งและถือหุ้นใหญ่”

นายชัชชาติ ได้เสริมเขี้ยวเล็บด้านเศรษฐกิจที่คิวเฮ้าส์ จากผู้เชี่ยวชาญในฐานะวิศวกร และอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งแม้จะผ่านการเป็นรัฐมนตรีคมนาคมมาแล้วก็ตาม แต่การที่เข้าไปเป็น CEO ที่คิวเฮ้าส์ ได้ทำให้เข้าใจกลไกทางเศรษฐกิจ และแสดงฝีมือในฐานะนักบริหารในการตัดสินใจได้เต็มที่

“ภาพของชัชชาติ จึงโดดเด่นกว่าคุณหญิง ซึ่งไม่ใช่เป็นนักการเมืองรุ่นเก่า ทำการเมืองแบบเก่าๆ แต่ชัชชาติเป็นเทคโนแครตที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เป็นนักบริหาร เป็นนักพัฒนา ซึ่งในปัจจุบันเรากำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ ประเทศต้องได้นักเศรษฐศาสตร์มหภาค นักการเงิน การคลัง มาบริหารประเทศมากกว่าได้นักการตลาด+MBA และต้องเลือกทีมที่ปรึกษาที่พร้อมจะคิดค้นนวัตกรรมที่จะแก้วิกฤตเศรษฐกิจได้”

แหล่งข่าวระบุว่า นายชัชชาติ เป็นนักบริหารที่รู้จักเลือกใช้คน ซึ่งรัฐบาลบิ๊กตู่ ก็รู้และมองเห็นจึงได้มีการชักชวนนายชัชชาติ มาเป็นคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน แต่ในที่สุดนายชัชชาติก็ได้ปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าโดยส่วนตัวไม่ได้มีความเข้าใจในแนวคิดและหลักการของยุทธศาสตร์ชาติอย่างแท้จริง และยังติดภาระงานประจำที่เป็นพนักงานเต็มเวลาของบริษัทมหาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาระด้านครอบครัว จึงไม่สามารถทำหน้าที่กรรมการจัดทำยุทธศาตร์ชาติได้ จึงขอไม่รับตำแหน่งดังกล่าว

“การปฏิเสธ ก็ถือเป็นการเลือกข้างชัดเจน ซึ่งชัชชาติก็วางตัวดีมาตลอด ว่าไปแล้วเขาคือบุคคลที่มีภาพลักษณ์ดีที่สุดคนหนึ่งในพรรคเพื่อไทย จึงเป็นตัวเลือกในการที่จะนำพาเพื่อไทยได้ ซึ่งก็ต้องไม่ลืมว่าชัชชาติก็เป็นคนที่อ่านการเมืองขาด แต่จะพูดหรือไม่พูดเท่านั้น

ดูเหมือนว่าการจุดกระแสว่าพรรคเพื่อไทยเสนอนายชัชชาติ ขึ้นเป็นบัญชีนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ได้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนว่าสังคมยังให้ความเชื่อมั่นในตัวนายชัชชาติ ที่จะเป็นตัวเลือกหรือเป็นคู่ชิงกับพรรคการเมืองอื่นได้อย่างดี จะว่าไปแล้วตัวคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ถือเป็นจุดอ่อนและข้อด้อย ก็คือ คนส่วนใหญ่ในพรรคจะไม่ค่อยชอบเพราะมองว่าเป็นคนไม่น่าไว้วางใจและไม่จริงใจที่พร้อมจะแทงคนรอบข้างได้ตลอด จึงไม่ได้รับความร่วมมือจากคนในพรรค เป็นผลให้ขาดบารมีในการสั่งการในพรรค ส่วนคนข้างนอกก็มองว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนอมินีหรือเป็นสายตรงของพรรคเพื่อไทยที่มีภาพลักษณ์ของการทุจริตคอร์รัปชัน

ส่วนนายชัชชาติ นั้นไม่ได้มีภาพลักษณ์ของนักการเมือง แม้จะเคยเป็นรัฐมนตรีแต่ก็ยังสามารถรักษาเนื้อรักษาตัวในฐานะรัฐมนตรีน้ำดีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไว้ได้ และความสามารถที่มีอยู่ในตัวของนายชัชชาติจึงดูเป็นภาพของนักบริหาร ที่จะสามารถเลือกใช้คนเก่งๆ เข้ามาเป็นที่ปรึกษาได้ง่าย

“ถึงจะไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์มหภาค นักการเงิน การคลัง แต่ความเป็นนักบริหารที่รู้จักใช้คน ฟังที่ปรึกษา และกล้าที่จะตัดสินใจ ก็จะสามารถแก้วิกฤตเศรษฐกิจได้ การจะหาคนเก่งด้านเศรษฐกิจมาช่วยก็ไม่ยาก ก็มีการคุยกันไว้ มือดีๆ เยอะที่ไม่อยากยุ่งกับการเมือง แต่ถ้ามาเป็นแค่ที่ปรึกษาคนเหล่านี้ก็ยินดี และมีการพูดคุยกันแล้วว่าจะมีการหานวัตกรรมทางการเงินเข้ามาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างไร”

แกนนำพรรคเพื่อไทย เล่าว่า การจุดกระแสนายชัชชาตินั้น เป็นเพราะโรดแมปเลือกตั้งเดิมจะมีการประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้งในวันที่ 2 ม.ค. 62 โดย กกต.จะมีการออกประกาศกำหนดวันรับสมัคร ส.ส.ในวันที่ 4 ม.ค. 62 โดยในวันที่ 14-18 ม.ค. 62 จะเปิดรับสมัคร ส.ส.และให้แจ้งชื่อผู้ที่พรรคจะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีไปพร้อมกัน พร้อมจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 62

“เดิมพรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมและประกาศผู้ที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมตรีของพรรค ในวันที่ 12 มกราคมนี้ ว่าจะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ หรือ นายชัชชาติ แล้วค่อยเสนอในบัญชีรายชื่อในวันที่ 14-18 มกราคม แต่เมื่อยังไม่มีการประกาศเลือกตั้งคงต้องปล่อยให้เป็นธรรมชาติคือคลุมเครือกันไป”

แต่ใช่ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ จะมีแต้มต่อน้อยกว่านายชัชชาติ เพราะความเป็นจริงคุณหญิงสุดารัตน์ ก็ยังมีข้อได้เปรียบที่มีความใกล้ชิดและผูกพันกับนายทักษิณ มาตั้งแต่พรรคพลังธรรม และออกมาร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย จนมาเป็นพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ซึ่งโพลในการสำรวจของหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงของพรรคเพื่อไทยเอง ชี้ชัดๆ ว่าคนทั่วประเทศจะรู้จักคุณหญิงสุดารัตน์ มากกว่านายชัชชาติ เพียงแต่ว่าคนรุ่นใหม่และคนชั้นกลางปฏิเสธที่จะเลือกคุณหญิงสุดารัตน์

“คุณหญิงหน่อย และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แม้จะจับมือกันได้ ออกไปช่วยกันหาเสียงแต่ก็ยังไม่สามารถทำให้พรรคชนะเลือกตั้งได้ เพราะยังมีคนรุ่นใหม่และคนชั้นกลาง ยังปฏิเสธ ซึ่งนายใหญ่ก็เห็นจุดนี้ จึงเห็นด้วยที่จะดันชัชชาติขึ้นมาเป็นตัวช่วยคุณหญิงหน่อย เพราะคะแนนคนรุ่นใหม่ชัดเจนมากที่สนับสนุนชัชชาติ”

โดยนายชัชชาติ จะเป็นตัวปลุกกระแสคนกรุงเทพฯ ได้อย่างดี และเมื่อร่วมมือกับคุณหญิงสุดารัตน์ ก็อาจจะทำให้พรรคเพื่อไทยกวาดที่นั่ง ส.ส.ใน กทม.ได้ประมาณ10-20ที่นั่ง จาก 30 ที่นั่ง ที่เหลือเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ และต้องทำให้พรรคพลังประชารัฐไม่ได้ที่นั่งใน กทม.แม้แต่ที่เดียว

แหล่งข่าวบอกว่า เมื่อพรรคในเครือชินวัตร มีพรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักษาชาติ จึงเท่ากับว่าจะมีตัวเลือกในการเสนอบัญชีนายกรัฐมนตรีถึง 6 คน ส่วนตัวจริงผู้ที่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะเป็นใครนั้น จะต้องเข้าใจกระบวนการตัดสินใจของนายใหญ่ และนายหญิง ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่สุด

ใครจะได้เป็นหรือไม่ได้เป็นอยู่ที่นายใหญ่และนายหญิง เคาะลงมา โดยจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ จะมีการฟาดงวงฟาดงากันบ้างก็ไม่เป็นไร แต่สุดท้ายกระบวนการตัดสินใจอยู่ที่ ณ สถานการณ์ในเวลานั้นใครได้รับความนิยมสูงสุดและทำให้พรรคชนะได้ คนนั้นก็จะถูกหยิบขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี”

แต่สิ่งที่แกนนำในพรรคเพื่อไทยแสดงความเป็นห่วงที่สุดก็คือ ถ้าสถานการณ์สุกงอม ณ เวลานั้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เหนือกว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ทั้งนายใหญ่ และนายหญิง จะแก้ปัญหาสิ่งที่ตัวเองให้คำมั่นสัญญากับคุณหญิงสุดารัตน์ ได้อย่างไร

อะไรคือcommitment และจะแก้ปัญหาcommitment ได้อย่างไร และคุณหญิงสุดารัตน์ จะยอมรับได้หรือไม่หากไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริง... จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม!



กำลังโหลดความคิดเห็น...