xs
xsm
sm
md
lg

สารพัดวิธีแจกเงินเลือกตั้ง ใบสั่ง!ผู้รับเหมาจ่ายผู้สมัครอีสาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


จับตา 'กระสุน' เลือกตั้งสะพัด อดีต ส.ส.เกรด A หิ้วถุงแดงที่บรรจุพันธบัตรเป็นค่ามัดจำ เบื้องต้นห้ามเบิกเกิน 10 ล้านบาท ขณะที่ค่าตัวอยู่ที่ 40-50 ล้านบาท ส่วนผู้สมัครภาคอีสาน รับเดือนละ 5 แสนบาท พร้อมใบสั่งให้ไปรับกับ 'ผู้รับเหมา' แทนรับจาก 'บิ๊กรัฐบาล' ด้านภูมิใจไทย เก๋สุด ใช้สูตรเก็บเลขทะเบียนบัตร 1 ใบต่อ 1 แต้มแลก 20บาทต่อยอดเงินก้นถุงรายละ 1 แสนบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทำกิจกรรม ส่วนเงินก้อนโตของทุกพรรคจะสะพัดช่วงเลือกตั้ง

เกมการเมืองแบบเก่าๆ กลับมาแล้ว 'เงิน-อำนาจ'   กำลังเป็นยุทธวิธีสำคัญในการลงแข่งขันในสนามการเมืองซึ่งบรรดาอดีต ส.ส.ที่คร่ำหวอดทางการเมือง ต่างเชื่อกันว่า 'เสียงปี่เสียงกลอง' และ 'กระสุน' ต่างๆ  ต้องลงสู่พื้นที่เลือกตั้งได้แล้ว

เป้าหมายเพื่อบล็อกหัวคะแนน และประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพราะต้องไม่ลืมว่าหลังการยึดอำนาจของ คสช.เมื่อ 22 พ.ค. 2557 บรรดานักการเมืองได้ห่างหายจากพื้นที่ไปมาก เป็นผลให้บรรดาหัวคะแนนที่เคยทำงานให้อาจเปลี่ยนใจไปสนับสนุนนักการเมืองและพรรคการเมืองอื่นๆ ได้เช่นกัน

“เวลานี้เป็นจังหวะที่เหมาะที่สุด เพราะยังไม่มีการเปิดตัว ยังไม่มีการเปิดรับสมัคร ส.ส. พวกเราทุกคนก็รู้อยู่ว่าควรทำอะไรแค่ไหน ที่จะไม่ถูก กกต.หรือราชการจับได้” แหล่งข่าวจากพรรคการเมือง บอก

ดังนั้น เงินที่สะพัดอยู่ในขณะนี้จึงมีทั้งที่อยู่ในระบบ เงินนอกระบบ และเงินจากต่างประเทศ โดยเงินเหล่านี้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่การ 'ดูดอดีต ส.ส.' ทั้งดูดไปและดูดกลับ เงินก้นถุงเพื่อใช้ในการทำกิจกรรม และเงินจากการทำแต้มที่มีหลักฐานแค่สำเนา หรือ เลขที่บัตรประชาชนที่เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลไว้แล้ว

ส่วนใครจะได้มากหรือน้อย แต่ละพรรคการเมืองต่างก็มีหลักเกณฑ์ที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก!

โดยเฉพาะเม็ดเงินที่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของการดูดอดีต ส.ส. เป็นที่เล่าขานกันในวงการการเมืองของผู้ถูกดูดและผู้ทำหน้าที่ในการดูดว่า กลุ่มแรกอดีต ส.ส.เกรด A มีจุดเริ่มต้นมาจากบรรดากรรมาธิการต่างๆ ที่เคยทำงานร่วมกันในสภาผู้แทนราษฎร และเป็นก๊วนกอล์ฟ ก๊วนไพ่ มานัดสังสรรค์ทานข้าวกัน พูดคุยหารือ แลกเปลี่ยนปัญหาสำคัญที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อให้รู้ว่าอดีต ส.ส.คนใดมีความจำเป็นต้องใช้ 'ปัจจัย' บ้าง

รู้แล้ว ก็ต้องชวนพร้อมเสนอตัวเลขให้ ส่วนใครจะได้เท่าไรก็เป็นแค่ตัวเลขเท่านั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับคนนี้มีโอกาสถูกดูดกลับหรือไม่ การันตีว่า สอบได้ 100% เช่นพื้นที่ภาคตะวันออก ชัวร์ 100% บางคนก็ได้กันถึง 40-50 ล้านบาท

กลุ่มที่ 2 จะเป็นอดีต ส.ส.ที่ไม่ถึงเกรด A ไม่มีการการันตีว่าจะสอบได้ 100% พวกนี้จะทำธุรกิจและต้องการได้งานก็จะมีการดูดเข้ามาก่อน กลุ่มนี้พรรคไม่ต้องจ่ายมากอาจจะอยู่ที่ 3-10 ล้านเท่านั้น

กลุ่มที่ 3 จะเป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ แต่อยากมีตำแหน่ง ก็จะมีการไปดูดมาไว้ก่อน ด้วยการเสนอตำแหน่งต่างๆ ให้หากพรรคได้เป็นรัฐบาล

“บรรดาอดีต ส.ส. เกรด A ที่กำลังถูกดูดไปมีเงื่อนไขสำคัญคือจะต้องฝังตัวอยู่ในพรรคเดิม และห้ามแสดงตัว ห้ามถ่ายรูปจนกว่าจะมีคำสั่งให้ลาออกจึงค่อยประกาศตัวว่าจะไม่อยู่พรรคเดิมแล้ว

แหล่งข่าวอธิบายว่า วิธีการทำแบบนี้จะทำให้พรรคที่อดีต ส.ส.สังกัดอยู่เดิมนั้น หาตัวผู้สมัครใหม่ไม่ทัน และไม่สามารถดูดกลับมาได้ ส่วนถ้าหาผู้สมัครใหม่ได้ทันก่อน 90 วันตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็เป็นการยากที่จะชนะเลือกตั้งในพื้นที่ เพราะคนเดิมได้หาเสียงและลงพื้นที่พบปะประชาชนไว้ก่อนแล้ว

วิธีการนี้มีประสิทธิภาพที่สุด เราจะชนะในพื้นที่ 100% เพราะสามารถตัดคู่แข่งขันไปได้ และไม่ต้องเหนื่อยมาก ที่คุยๆ กันไว้คาดว่าจะเปิดตัวชัดเจนประมาณต้นพฤศจิกายนนี้”

อย่างไรก็ดีมีข่าวสะพัดในวงการอดีตนักการเมืองว่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไปเริ่มมีการจ่ายและแจกกันแล้ว กลุ่มที่ดูจะคลาสสิกที่สุด น่าจะเป็นบรรดาอดีต ส.ส.เกรด A ที่นัดพบปะสังสรรค์ และมีการแจกถุงขนมสีแดงที่ดูเหมือนเป็นถุงขนมไหว้พระจันทร์ ในนั้นบรรจุธนบัตรหลักล้านมอบให้กับเพื่อนสมาชิกที่จะเข้าสู่สนามการเมืองไว้สำหรับใช้จ่ายในสนามเลือกตั้งกันแล้ว

“นัดกินข้าวทุกครั้ง ได้ถุงขนมทุกครั้งวิธีการก็คือกินอาหารเสร็จ ก็ขับรถมารับถุงขนมที่จุดจอดรถตามที่บอกกันไว้ แต่ถ้าใครมีปัญหาทยอยเบิกได้ไม่เกิน 10 ล้าน ส่วนที่เหลือจะได้ช่วงเลือกตั้ง

วิธีการดังกล่าว จะเป็นกลุ่มอดีต ส.ส.เกรด A ที่นัดเจอกันในสถานที่สำคัญๆ ใน กทม. และเมื่อรับถุงขนมไปแล้ว นักการเมืองกลุ่มนี้จะไปใช้ทำกิจกรรมทางการเมืองหรือไปทำอย่างอื่น จะไม่มีการติดตามผล เพราะกลุ่มคนเหล่านี้จะมีหัวหน้ามุ้งการันตีกับหัวหน้าพรรค และผู้อยู่เบื้องหลังพรรคอยู่แล้ว

ด้านผู้สมัครในพื้นที่อีสาน บอกว่า เวลานี้บางพรรคมีเงินให้กับผู้สมัครใช้ทำกิจกรรมในพื้นที่กันแล้ว ผู้สมัครบางคนได้เดือนละ 5 แสนบาท บางคนได้เดือนละ 1 แสนบาท ก็จะนำไปใช้ประชุมหัวคะแนน พบปะลูกบ้าน มีของติดไม้ติดมือไปเยี่ยมเยียนกัน มีงานบุญอะไรผู้สมัครก็ต้องปรากฏตัวในงาน เพื่อต้องการให้ประชาชนจดจำไว้

ผู้สมัครบางคนที่สังกัดพรรคพลังประชารัฐซึ่งอยู่ในศูนย์กลางอำนาจก็จะได้รับการสนับสนุนจากทางราชการทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด อดีตแม่ทัพภาค ผู้บังคับการตำรวจในพื้นที่ ให้ไปร่วมออกงานที่เป็นทางการของหน่วยราชการในพื้นที่ พร้อมถ่ายรูปคู่กับหัวหน้าหน่วยราชการด้วย

“ผู้สมัครคนนี้ได้เปรียบมาก เพราะชาวบ้านก็จะรู้ว่าผู้สมัครคนนี้ อยู่พรรคนี้ ทางราชการสนับสนุน ถือเป็นการเปิดตัวและแนะนำผู้สมัครไปในตัว ซึ่งวิธีการแบบนี้ไม่ว่ายุคไหน พรรคการเมืองใดมีอำนาจก็จะทำเช่นเดียวกัน”

ส่วนเรื่องเงินสนับสนุนที่พรรคให้ในการทำกิจกรรมทางการเมืองทุกๆ เดือนหลายคนอาจจะคิดว่า 'บิ๊กทหาร' หรือผู้มีอำนาจในรัฐบาลขณะนี้เป็นคนจ่าย แต่ในความเป็นจริงที่พวกเราได้รับนั้นจะบอกเพียงว่าให้ผู้สมัครคนนี้ไปรับจากใคร ที่ไหน อย่างไร

“เขาให้ไปรับกับนักธุรกิจรับเหมารายหนึ่ง เป็นคนจ่ายให้เพื่อไปใช้ทำกิจกรรม ซึ่งผู้สมัครในหลายจังหวัดในพื้นที่อีสาน ก็เป็นแบบเดียวกันคือไปรับกับนักธุรกิจ แต่จะใช้เท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ก็อยู่ที่เราบริหารและจัดสรรให้หัวคะแนนเอง”

แหล่งข่าวเล่าอีกว่า ในกลุ่มผู้สมัคร ส.ส. มีการพูดคุยและชื่นชมวิธีคิดของพรรคภูมิใจไทย ที่ให้ผู้สมัครไปทำกิจกรรมในพื้นที่ ซึ่งเรียกกันว่า 'การทำแต้ม' ใครทำแต้มได้มากก็มีโอกาสได้เป็นผู้สมัครของพรรค ส่วนใครทำได้น้อยก็หมดโอกาสได้ลงสมัครแน่นอน

วิธีการก็คือ ผู้สมัคร ส.ส. จะได้เงินตั้งต้นอยู่ที่ 1 แสนบาทเพื่อไปทำกิจกรรมก่อน แต่ถ้าใครสามารถต่อยอดจาก 1 แสนบาท ด้วยการไปหาฐานเสียงจะด้วยการใช้หัวคะแนน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้ากลุ่มกิจกรรมแม่บ้าน กลุ่ม อสม.ก็ตาม ไปเก็บสำเนาทะเบียนบ้าน หรือจะเป็นแค่เลขบัตรประชาชนก็ได้ ซึ่ง1 หมายเลข ก็คือ 1 แต้ม คูณด้วย 20 บาท ก็จะเป็นยอดที่ได้รับเพิ่มเป็นรายเดือน และทุกๆ เดือนตลอดไป โดยไม่ต้องมีการเซ็นลายมือชื่อรับรองใดๆ ทั้งสิ้น

“ถ้าได้เลขบัตรประชาชนมา 20,000 คูณด้วย 20 ก็จะได้รับเดือนละ 4 แสนบาท เดือนต่อไปได้เพิ่มมาอีก 300 ก็จะเป็น 23,000 คูณ 20 ก็จะได้ 460,000 บาท แต่ถ้าได้แต้มสูงถึง 50,000 แต้ม คูณ 20 ก็ได้เดือนละ 1 ล้านบาท แต่รับรองได้ว่าผู้สมัครจะใช้บัตรประชาชนคนเดิมมาตบตาพรรคไม่ได้ เพราะพรรคมีระบบคอมพิวเตอร์จัดเก็บและตรวจสอบถ้าเลขทะเบียนซ้ำกันก็จะตีกลับทันที”

แหล่งข่าวบอกว่า วิธีการนี้จะเป็นการตรวจสอบผู้สมัครด้วยว่า ได้มีการลงพื้นที่พบปะชาวบ้านจริงหรือไม่ ขณะที่พรรคก็จะใช้การทำแต้ม เป็นกลไกในการคัดเลือกว่าจะให้ส่งผู้สมัครคนนั้นลงแข่งขันหรือไม่ โดยยึดหลักว่าถ้าต่ำกว่า 1 หมื่นแต้มจะไม่ส่งลงสมัครแน่นอน

“ผู้สมัครที่ทำได้ดี ก็จะได้ค่าหัว บวกค่าแรงเพิ่ม เช่นเพิ่มค่าหัวให้ 200 บวกค่าแรงให้ 20 ซึ่งไม่ใช่ว่าจะได้ทุกคน ผู้สมัครจึงต้องมีการลงทุนก่อนด้วย และต้องมีวิธีคุยให้ชาวบ้านที่เป็นเจ้าของบัตรประชาชน เข้าใจ อย่าลืมเราและพรรคเรา ซึ่งผู้สมัครที่ไม่ลืมจะตอบแทนอย่างไรก็ต้องทำให้เนียนไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง เรื่องการหาเสียงและแจกเงิน”

ขณะเดียวกันแหล่งข่าวยืนยันว่า ช่องทางการรับเงินของผู้สมัคร ส.ส.เพื่อนำไปใช้ในการทำกิจกรรมทางการเมืองนั้น บางพรรคก็เลือกจ่ายกันในงานวันเกิดแกนนำคนสำคัญของพรรค โดยใช้เวลาช่วงเช้าประชุมพรรค ส่วนช่วงบ่ายก็เป็นการแจกจ่ายกัน ส่วนอดีต ส.ส.เพื่อไทยหลายคนก็มาคุยให้กับเพื่อนผู้สมัครพรรคการเมืองอื่นว่าได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อพบอดีตผู้นำพรรคต่างก็ได้เงินติดไม้ติดมือกันกลับมาทุกคน

“พวกเราไปพบนายใหญ่ก็ได้สัญญาณกันมาว่าต้องสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าเงินในระบบถูกบล็อกก็คงต้องรอเงินจากต่างประเทศกันแล้ว เพราะพรรคพลังประชารัฐมีทั้งเงิน ทั้งอำนาจ ตอนนี้ก็สะพัดกันมากแล้ว”

โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน บรรดาผู้สมัครบางคนเรียกประชุมหัวคะแนนและลูกบ้านกันแล้ว ทุกครั้งก็จะมีการแจกข้าวสาร แจกไข่ไก่ และสิ่งของอื่นๆ เงินพวกนี้ก็ได้มาจากพรรค

“ผู้สมัครทุกคน ก็เรียกหัวคะแนน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งพวกนี้ผู้สมัครคนไหนเรียกก็จะไป พูดง่ายๆ ก็รับกันทุกทาง ก็ต้องหาช่องทางให้อยู่กับเราคนเดียว ตอนนี้ผู้สมัครทุกพรรคต่างก็คิดหาวิธีเหมือนกัน”

อีกทั้งในช่วงนี้จะมีงานบุญต่างๆ ที่คนอีสานให้ความสำคัญ การจะช่วงชิงให้ชาวบ้านมาสนับสนุนก็ต้องออกไปพบปะกัน ทั้งงานทำบุญออกพรรษา งานกฐินตามวัดต่างๆ กิจกรรมของสถาบันการศึกษา โรงเรียนต่างๆ รวมไปถึงงานเทศกาลปีใหม่ ทุกงานก็ต้องใส่ซอง มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ซึ่งเรื่องนี้ผู้นำของทุกพรรคเข้าใจดี ส่งผลให้พรรคการเมืองต่างๆ รีบปล่อยกระสุนเลือกตั้งให้ผู้สมัครได้แจกจ่ายกันแล้ว!

กำลังโหลดความคิดเห็น...