xs
xsm
sm
md
lg

เปิดเครือข่ายโยงใยทุจริตสร้างรัฐสภาใหม่!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เกาะติดรายชื่อผู้เกี่ยวข้องและสร้างความเคลือบแคลงถึงความโปร่งใส ? ในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ “วัชระ เพชรทอง” เชื่อทำกันเป็นขบวนการ โดย ‘ช.’ รับงานทั้งจากบิ๊กทหาร และเสี่ยนักธุรกิจ ขณะที่ ‘ส.’ ตั้งเป้าหาเงิน 4 หมื่นล้านตั้งพรรคสีเขียว วงในระบุการขุดคุ้ยและเปิดโปงข้อมูลทุจริต ครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ไฟเขียว และหวังจะใช้อำนาจศาลฯเรียกหลักฐานสำคัญ เพื่อเอาผิดผู้บงการได้ ด้าน “วิลาศ จันทร์พิทักษ์” เผย “ชวรัตน์” โทร.เคลียร์ พร้อมท้า “อนุทิน” กล้าจริงให้ออกมาแฉกลับ มั่นใจไม่มีแผล!

กรณีทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ซึ่งผุดขึ้นมาในยุครัฐบาล คสช. ที่ประกาศนโยบายว่าจะปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังแต่กลับสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่ปรับเพิ่มงบประมาณในโครงการติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) อาคารรัฐสภาใหม่ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเป็น 8,000 ล้านบาทจากเดิมที่ตั้งไว้เพียง 3,000 ล้านบาทเท่านั้น

อีกทั้งมีการขยายระยะเวลาก่อสร้างให้ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ถึง 4 ครั้ง รวม 1,482 วัน จากเดิมที่กำหนดให้ก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 900 วัน ซึ่งการต่อสัญญารอบที่ 4 นั้น ส่งผลให้ซิโน-ไทย สามารถขยายเวลาก่อสร้างได้ถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2562 จากเดิมที่ต้องเสร็จใช้การได้ ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 2558 ทั้งนี้หากไม่ขยายเวลาให้ผู้รับเหมาต้องเสียค่าปรับวันละ 12 ล้านบาท จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่ากรณีนี้ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนโดยไม่ชอบหรือไม่ ที่สำคัญปฏิเสธไม่ได้ว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นั้นมีที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.

ที่ผ่านมานั้นหลายฝ่ายต่างจับตาการทำหน้าที่ของบรรดากรรมการที่กำกับดูแลการก่อสร้างโครงการ ไม่ว่าจะเป็น นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการเร่งรัดและติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และยังเป็นผู้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ชุดปัจจุบัน หลังจากที่ยกเลิกคณะกรรมการฯ เดิมทั้ง 4 ชุดที่ สนช.ตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
กล่าวได้ว่านายพรเพชรนั้นเป็นสายตรงของ “บิ๊กตู่” โดยก่อนหน้านี้เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงตุลาการ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินหนึ่งเดียวจากสายศาล ทำให้ได้รับความสนใจจากฝ่ายการเมืองและบิ๊กทหาร ในช่วงของการยึดอำนาจ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2549 นายพรเพชร ได้รับเลือกให้มาเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในสายของข้าราชการ ตุลาการ อัยการ ก่อนที่จะได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิก จึงไม่แปลกที่หลังการรัฐประหารในปี 2557 จะถูกดึงตัวมาเป็นที่ปรึกษาหัวหน้า คสช. หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ “กุนซือด้านกฎหมายประจำตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นั่นเอง กระทั่งต่อมาได้รับความไว้วางใจให้นั่งเก้าอี้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ทั้งนี้แม้ดูเหมือนว่านายพรเพชรจะมีตำแหน่งสูงสุดในการกำกับดูแลการก่อสร้างโครงการรัฐสภาใหม่ และลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง และเป็น “สายตรงบิ๊กตู่” หากแต่ในทางปฏิบัตินั้นเขาหาได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการตัดสินใจ ว่ากันว่าผู้ที่มีอำนาจ “สั่งซ้ายหันขวาหัน” ในโครงการนี้คือ สนช.“สายตรงป๋าป้อม” และเขาผู้นี้เป็นผู้คุมเกมใน สนช.แทบจะเบ็ดเสร็จ ยิ่งใหญ่ถึงขั้นที่สามารถ “ชี้นิ้วสั่ง” และ “ตะคอก” ประธาน สนช. ต่อหน้าที่ประชุมชนิดไม่ไว้หน้ากันเลยทีเดียว
นายชัชวาล อภิบาลศรี
คนต่อมาที่น่าจับตาอย่างยิ่งคือ นายชัชวาล อภิบาลศรี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และประธานคณะกรรมการเร่งรัดการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งทั้งบทบาทในสภาและที่มาที่ไปของเขาเรียกว่าไม่ธรรมดา ชัชวาลโลดแล่นในกลุ่มผู้มีอำนาจมาเป็นเวลาหลายสิบปี แม้จะไม่ได้ออกไปยืนเด่นอยู่หน้าฉาก แต่ในวงการรู้กันดีว่าคนคนนี้คือ “ล็อบบี้ยิสต์” ระดับซูเปอร์คอนเนกชัน เข้าได้ทุกวงการทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ เชี่ยวชาญเรื่องการค้าขายอาวุธยุทโธปกรณ์ ทำให้มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ “บิ๊กสีเขียว” ถึงขั้นได้รับความไว้วางใจให้นั่งเก้าอี้ ส.ว.หรือ สนช.ในทุก ๆ ครั้งที่มีการรัฐประหาร

สำหรับการเข้ามาเป็น สนช.ของ “ชัชวาล” ครั้งนี้ มาในสาย “ป๋าป้อม” มีบทบาทอย่างสูงในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานของ สนช. และยังถูกวางตัวให้ทำหน้าที่เป็น “กุนซือ” ของประธาน สนช. โดยไม่ต้องทำหน้าที่คณะกรรมาธิการสามัญชุดใด ๆ เหมือน สนช.คนอื่น

แต่เขาจะเกี่ยวข้องกับไอ้โม่งที่ถูกเล่าลือว่าเป็นมือไม้ในการหาทุนรอนเพื่อให้ “นาย ส.” ตั้งพรรคและผลักดันนายกฯ คนนอกชื่อประยุทธ์ หรือจะมีส่วนในการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทซิโน-ไทย ของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่มีท่าทีสนับสนุน บิ๊กตู่ กลับเข้ามาเป็นนายกฯ หรือไม่ ? ยังเป็นแค่เสียงลือในรัฐสภาและแวดวงการเมืองเท่านั้น
(ซ้าย )นางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล, นายสรศักดิ์ เพียรเวช
นางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถูกจับตาตั้งแต่ครั้งที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แทนนายจเร พันธุ์เปรื่อง ในช่วงปลายปี 2558 หลังจาก คสช.มีคำสั่งตามมาตรา 44 ย้ายให้นายจเรไปเป็นที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกรณีการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า ซึ่งบางฝ่ายมองว่านายจเรถูกกลั่นแกล้งเพราะไม่ยอมขยายเวลาก่อสร้างให้บริษัทซิโน-ไทย โดยนางสายทิพย์ยังได้รับมอบหมายให้ดูแลการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และตรวจสอบเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งทันทีที่นางสายทิพย์ได้รับการแต่งตั้งดังกล่าว ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ร่วมลงนามขยายระยะเวลาสัญญาจ้าง โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ให้แก่บริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ขณะที่หลังจากการตรวจสอบกลับพบว่านายจเรไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา ซึ่งนายจเรก็ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม

นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คนปัจจุบัน เป็นหนึ่งในคนที่ถูกจับตา เขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแทน นางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล ที่เกษียณอายุราชการ ช่วงปลายปี 2559 ขณะที่ นางจันทร์เพ็ญ อานามวัฒน์ รองเลขาธิการสภา ซึ่งอาวุโสอันดับหนึ่ง ขอสละสิทธิ์ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ต้องเข้ามารับหน้าเสื่อในช่วงที่ข่าวการทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่กำลังคุกรุ่น
นายวัชระ เพชรทอง
อย่างไรก็ดีในช่วงกลางปี 2560 นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้นายสรศักดิ์ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อกรณีการแต่งตั้ง น.ส. สุนทร รักเมือง อดีตผู้อำนวยการกองคลังรัฐสภา ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทั้งที่กำลังถูกตรวจสอบเกี่ยวกับกรณีพัวพันการทุจริตนับสิบโครงการ

ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งติดตามตรวจสอบกรณีการทุจริตในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ได้ออกมาเรียกร้องให้นายพรเพชร ในฐานะประธาน สนช. คืนตำแหน่งให้นายจเร และหากมีการคืนตำแหน่งดังกล่าวก็ย่อมส่งผลกระทบต่อนายสรศักดิ์ ทั้งนี้นายวัชระยังตั้งข้อสังเกตว่าการก่อสร้างรัฐสภาและการสอบการทุจริตที่อยู่ในความดูแลของนายสรศักดิ์ เลขาฯ สภาคนปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ล่าช้าแต่ยังพบความไม่ชอบมาพากลในโครงการติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ซึ่งมีความพยายามจะจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีคัดเลือก 3 บริษัท แต่ข้าราชการฝ่ายพัสดุ 18 คนลงชื่อถึงนายสรศักดิ์ขอให้ใช้วิธีเชิญชวนทั่วไปซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้แก่บริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน ICT อย่างกว้างขวาง นอกจากผู้ใหญ่ในสภาฯจะไม่สนใจคำท้วงติงของฝ่ายพัสดุแล้ว "ช."ยังสั่งให้นายสรศักดิ์ตั้งกรรมการสอบสวนข้าราชการทั้ง 18 คน ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการอีกด้วย

น.ส.สุนทร รักเมือง ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการจัดจ้างผู้ออกแบบระบบไอซีทีโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกรณีที่มีการปรับเพิ่มงบประมาณจาก 3,000 ล้านบาท เป็น 8,000 ล้านบาท นอกจากนั้น น.ส.สุนทรยังได้รับแต่งตั้งให้เป็น 1 ใน 9 รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย

ทั้งนี้การแต่งตั้งให้ น.ส.สุนทร ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการจัดจ้างฯ ในโครงการดังกล่าวทำให้เกิดความเคลือบแคลงเรื่องความโปร่งใสเนื่องจากเมื่อครั้งที่ น.ส.สุนทร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองคลัง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เธอและนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น วัชระชัยย์ นาควัชระชัยท์) เลขาธิการสภาผู้แทนฯ ในขณะนั้น ถูกสอบเรื่องการทุจริตโครงการของสภาฯ ในหลายโครงการ อาทิ โครงการจัดซื้อนาฬิกาดิจิตอล โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ลานอนุสาวรีย์ ร.7 จึงไม่เหมาะที่จะมาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการจัดจ้างฯ ทั้งนี้นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ติดตามตรวจสอบการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่อย่างต่อเนื่อง ตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่มีการผลักดันให้นางสาวสุนทรมาทำหน้าที่ดังกล่าวนั้นน่าจะมีความเชื่อมโยงกับการเบิกจ่ายเงินในโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ภายใต้อิทธิพลของกลุ่ม สนช.และตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการนี้หรือไม่?
นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์
นายนำพล เงินนำโชค ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ และประธานการประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของปริมาณมูลดินที่เหลือทั้งหมดจากการขุดเพื่อก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ในคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่) ถือเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาทำงานการเมืองในยุครัฐบาล คสช. มีประวัติเป็นกรรมการในหลายบริษัท และมีเสียงเล่าลือกันว่าเป็นคนที่บริษัทซิโน-ไทยส่งมาประสานงาน ส่วนจะจริงหรือไม่นั้นไม่มีใครยืนยันได้ แต่เมื่อปลายปี 2560 นายนำพลเคยมีกรณีแฝงตัวเข้าไปถ่ายคลิปในการแถลงข่าวเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ของนายวัชะ เพชรทอง จนเกิดการกระทบกระทั่งกับนายวัชระมาแล้ว

นายศิรัส ตามสกุล เลขานุการประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งก็คือเลขาฯ ส่วนตัว หรือหน้าห้องของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นั่นเอง นายศิรัสมีชื่อถูกพาดพิงกับปัญหาการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่เนื่องจากมีข่าวเล่าลือว่าเขาเป็นลูกเขยนายพรเพชร ซึ่งผันตัวจากงานภาคเอกชนมาทำงานการเมือง เคยดำรงตำแหน่งกรรมการ บริษัท อกริเพียว โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) โดยนายศิรัสถูกตั้งข้อสังเกตถึงการเร่งรัดโครงการนี้อย่างมาก อีกทั้งยังถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติกลายเป็นสภาครอบครัว

นอกจากฝ่ายสภาที่มีหน้าที่กำกับดูแลการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่แล้ว ฟากฝั่งเอกชนอย่างบริษัทซิโน-ไทย ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างก็ถูกจับตาไม่แพ้กัน เนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ทายาทรุ่นที่สองของ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC นั้นมิใช่เป็นเพียงนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เป็นผู้บริหารที่เปลี่ยนโฉมหน้าซิโน-ไทยฯ จนกลายเป็นบริษัทก่อสร้างที่มีศักยภาพเทียบเท่าบริษัทชั้นนำของประเทศเท่านั้น หากแต่นายอนุทินยังสวมหมวกอีกใบในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งที่ผ่านมาเขาให้สัมภาษณ์เปิดทางว่าไม่มีปัญหาหากการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีนายกฯ คนนอก ขณะที่วงในนั้นเป็นที่รู้กันว่าภูมิใจไทยเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่จับมือสนับสนุนพรรคสีเขียว ซึ่งวางแผนให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ โดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้ง
( จากซ้าย) ชวรัตน์ ชาญวีรกูลม, นายอนุทิน ชาญวีรกูล
ดังนั้นเมื่อบริษัทซิโน-ไทยชนะการประมูล ได้รับเลือกให้ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ อีกทั้งยังมีการขยายเวลาการก่อสร้างให้ถึง 4 ครั้ง จึงถูกมองว่าได้รับสิทธิพิเศษเพราะความสัมพันธ์ทางการเมืองหรือไม่?

อีกคนที่ต้องกล่าวถึงคือ “ปู่จิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาของนายอนุทิน สิงห์ตัวจริงแห่ง “ซิโน-ไทย” และอดีตหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย เขาได้รับฉายาว่า “มิสเตอร์คอนเนกชัน” ยืนหยัดอยู่ในอาณาจักรธุรกิจการเมืองยาวนานครึ่งศตวรรษ จึงมีความสนิทสนมกับบรรดานักการเมือง และมีเครือข่ายธุรกิจแน่นปึ้ก และด้วยความเก๋าเกม เกรงว่าจะซ้ำรอยกรณีซุกหุ้นแบบนายทักษิณ ชินวัตร ก่อนลงเล่นการเมืองนายชวรัตน์จึงจ้างนิติบุคคลเข้ามาบริหารบริษัทซิโน-ไทยแทน แม้ในช่วงที่มีข้อครหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ นายชวรัตน์จะไม่ได้ออกหน้าแต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเขาใช้ความเป็นผู้ใหญ่ช่วยเจรจาอยู่บ่อยครั้ง

ขณะเดียวกัน นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ซึ่งเกาะติดตรวจสอบการทุจริตในการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่อย่างต่อเนื่อง ระบุว่า โครงการดังกล่าวมีการคอร์รัปชันสูงมาก เฉพาะในส่วนของโครงการ ICT ก็คอร์รัปชั่นกันถึง 150% แล้ว งานนี้ทำกันเป็นขบวนการ และแน่นอนว่ามีผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป้าหมายคือการหาทุนรอนเพื่อจัดตั้งพรรคการเมือง

เชื่อว่าคุณ ช. ทำงานให้กับทั้งบิ๊กทหาร และเสี่ยนักธุรกิจ เพราะโครงการนี้ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ขณะที่นาย ส. ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตั้งพรรคสีเขียว ก็ตั้งเป้าว่าจะหาเงิน 4 หมื่นล้านมาทำพรรค โครงการนี้จึงถือเป็นแหล่งขุมทรัพย์ ส่วนการที่ สนช.จะฟ้องผมเพราะไม่พอใจที่ออกมาเปิดโปงเรื่องการทุจริตในครั้งนี้ ก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาล ความจริงจะได้ปรากฏ” นายวัชระกล่าว

โดยการดำเนินการของนายวัชระ ครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ไฟเขียว เพราะต้องการหลักฐานที่เป็นเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่งที่จะสามารถเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ โดยจะต้องใช้อำนาจศาลในการเรียกเอกสารที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างดี และเรื่องนี้อาจทำให้ ‘ส.’ คนสำคัญอยู่ในภาวะลำบากแน่

ด้าน นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ บอกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ฝากข้อความผ่านนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์มาบอกตนว่าให้เลิกแฉเรื่องการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ไม่เช่นนั้นจะแฉกลับ ตนจึงบอกฝากกลับไปว่าขอให้แฉเลย เพราะตนไม่มีแผล ไม่เคยรับเงินใครแม้แต่บาทเดียว ส่วนนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล นั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตน เพียงแต่โทร. บอกว่าอยากให้ นายพีระ นาควิมล ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ บริษัท ซิโน-ไทยฯ เข้ามาชี้แจงทำความเข้าใจ แต่ตนปฏิเสธไป เพราะมองว่านายพีระควรชี้แจงต่อสาธารณชนจะเป็นประโยชน์กว่า!



กำลังโหลดความคิดเห็น...