xs
xsm
sm
md
lg

ยุค “ป้อมหวานเจี๊ยบ” ขออะไรได้หมด สวนกระแสโดดป้องคดีฉาวร่ำไป!?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มองปรากฏการณ์สังคมที่เกิดขั้น เหตุใด ‘บิ๊กป้อม’ ถึงต้องโดดออกมาปกป้องและท้าทายกระแสต้านของสังคม โดยเฉพาะแฮชแท็ก ...#เราไม่เอาศรีวราห์ ในคดีเปรมชัย กรรณสูต ‘ฆ่าเสือดำ’ ที่เกิดการต่อต้านหลายรูปแบบเพื่อจี้เอาคนผิดมาลงโทษ หรือคดี ‘น้องเมย’ สังเวยระบบ ‘ธำรงวินัย’ ตามด้วยเรื่องอุ้ม ‘หลานชายบิ๊กตู่’ เข้าเป็นนายทหารกองทัพภาคที่ 3 อ้างมี ‘อำนาจ’ บรรจุใครก็ได้ หรือข่าวซื้อขายตำแหน่งผ่าน ‘โจ๊ก หวานเจี๊ยบ’ พร้อมเสียงบ่นสังคมจ้องโจมตีคนนามสกุล ‘วงษ์สุวรรณ’ คดีที่ ‘พัชรวาท วงษ์สุวรรณ’ น้องชายร่ำรวยผิดปกติแต่มานั่งเป็น กมธ.ป.ป.ช. จับตาเข้าสู่ยุค ‘ป้อมหวานเจี๊ยบ’ ขออะไรได้หมด!

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 'บิ๊กป้อม' พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ แม้จะถูกโจมตีว่า เขาคือ 'จุดอ่อน' ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งในเรื่องพัวพันผลประโยชน์การทุจริตคอร์รัปชัน การแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม โดยเลือกที่จะผลักดันเฉพาะพวกพ้องน้องพี่ในสายบูรพาพยัคฆ์ให้ขึ้นมากุมอำนาจในกองทัพ และยังแผ่อำนาจอิทธิพลส่งเสริมให้ 'น้อง ๆ' เข้าไปนั่งในเกือบทุกองค์กรของรัฐโดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมไปถึงในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลาย ๆ เรื่องก็ 'พี่ใหญ่' หรือ Big Brother ของน้อง ๆ คนนี้แหละที่ออกมาแอ่นอกรับจนตัวเองต้องตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนในสังคมเช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขั้นและเป็นที่จับตาของสังคม กรณีคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวก 3 คน ที่ตกเป็นข่าวฮื้อฉาวในการเข้าไปล่าสัตว์และสังหารชีวิตเสือดำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ที่ผู้คนในสังคมให้ความสนใจมากว่าคดีนี้จะสามารถเอาผิดกับนายเปรมชัย ได้หรือไม่ ? และอำนาจ เงิน รวมทั้งสายสัมพันธ์ที่นายเปรมชัยมีอยู่จะเป็นจุดสำคัญให้คดีนี้กลายเป็นคดีตัวอย่างให้ 'คนรวย' ยึดเป็นกีฬาล่าสัตว์ได้ตามใจชอบหรือไม่?

ขณะที่โลกออนไลน์ออกมาถล่มต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ ทั้งนักวิชาการ ศิลปินดารา นักร้อง ประชาชน และผู้คนที่มีชื่อเสียงในสังคม ด้วยการใช้เสือดำ เป็นสัญลักษณ์แห่งการตอกย้ำในหลากหลายรูปแบบเพื่อปลุกผู้คนให้ร่วมกันอนุรักษ์สัตว์ป่าสงวน รวมไปถึงการจี้หน่วยงานรัฐจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังไม่ใช่เกรงกลัวต่ออิทธิพลและอำนาจเงินของนายเปรมชัย

แต่ละภาพที่นำเสนอออกมานั้นสื่ออารมณ์ให้เห็นถึงความเจ็บปวดและความโหดร้ายทารุณกรรมสัตว์ของคนที่จงใจ ‘ฆ่า’

การพ่นสีภาพเสือดำโดนยิงที่หัวมีเลือดไหล ทับไปที่ป้ายสัญลักษณ์เขตก่อสร้าง อิตาเลียนไทย

ภาพกราฟฟิตีเสียดสีคดีเสือดำโผล่ขึ้นมาอีกบนกำแพงโดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจมืด เป็นภาพเปรมชัย พร้อมกับมีแถบคล้าย “แพรแถบ” ของตำรวจคาดที่ตา ด้านหลังเต็มไปด้วยซากโครงกระดูกของสัตว์ป่า เป็นฝีมือของผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า ““Piyasak Khiaosaard” พร้อมข้อความระบุว่า “Defend the accused . . . . . WTF!! He is murder!

ล่าสุดมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Pattareeya Winitnaiyapak” หรือนางภัทรียา วินิจนัยภาค ภรรยาของนายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด ได้ออกมาแสดงจุดยืนแปะสติกเกอร์รูปเสือดำที่หน้ากำแพงบ้าน

ยังมีอีกหลายโพสต์ภาพสัญลักษณ์กากบาทสีดำบนฝ่ามือซ้าย ไม่ยอมรับความไม่เสมอภาคและสองมาตรฐานของกฎหมายไทย พร้อมติดแฮชแท็ก #ตื่นเถิดชาวไทย #เสือดำต้องไม่ตายฟรี #ทุกชีวิตสำคัญเสมอกับเรา #เราไม่เอาศรีวราห์

หรือแม้กระทั่งเพจวิทย์ เ_ี้ย เ_ี้ย ที่มีผู้ติดตาม 329,858 คน ก็มีการตั้งคำถามสังคม ถึงการแสดงการรับไหวนายเปรมชัย กรรณสูต ของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้วยการตั้งโจทย์ว่า “มารยาทอันงดงามสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นเส้นโค้งพาราโบลาอันวิจิตรดังรูป จงหาคำตอบ

ก.จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดเมื่อพาราโบลามาตัดกัน

ข.จุดโฟกัสของพาราโบลาทั้งสอง

ค.จุดโฟกัสของผู้พบเห็นเหตุการณ์นี้

ดังนั้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาโลกออนไลน์ได้เฝ้าติดตามการทำงานของผู้มีหน้าที่รับผิดชอบว่าจะสามารถนำคนผิดมาลงโทษได้หรือไม่ แต่กลับรู้สึกว่าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบอย่าง พล.ต.อ.ศรีวราห์ กำลังจะอุ้ม 'คนผิด' หรือไม่? จนเป็นที่มาของการอยากให้มีการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบคดีนายเปรมชัยและแฮชแท็ก ...#เราไม่เอาศรีวราห์

ท่ามกลางกระแส ไม่เอา “ศรีวราห์” แต่พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ อีกนั่นแหละที่มาแอ่นอกปกป้อง “ศรีวราห์” โดยไม่หวั่นกระแสมวลชน#เราไม่เอาศรีวราห์ ว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ ทำงานตามหน้าที่ ขณะนี้ก็ยังไม่ได้พูดคุยแต่ที่ผ่านมาเขาตั้งใจทำงานดีทุกเรื่อง ส่วนจะมีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนหรือไม่นั้น บิ๊กป้อมบอกว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ ทำงานก้าวหน้า ขอให้รอฟังการแถลงผลการดำเนินการก่อนว่าเป็นอย่างไร และมีข้อโต้แย้งหรือไม่ และไม่ห่วงว่าจะมีมวยล้มเพราะเขาทำงานตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง

หากย้อนไปดูปรากฏการณ์ดัง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ก็จะเห็น บิ๊กป้อม โดดออกมาปกป้องอีกเช่นกันดังกรณีการแต่งตั้งนายปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา บุตรชายของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม (ขณะนั้น) ซึ่งเป็นหลานชายของ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี เข้าเป็นนายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 โดยไม่มีการเปิดสอบ จนมีกระแสต่อต้านเกิดขึ้น แต่ในที่สุดบิ๊กป้อมก็ออกมาบอกสังคมว่า

ไม่เห็นเป็นอะไร เพราะเป็นอำนาจของตนที่จะรับใครเข้าทำงานก็ได้หากตำแหน่งนั้นขาดแคลนเพราะเป็นสาขาพิเศษหากมีคุณสมบัติครบ เช่น จบปริญญาตรี มีการตรวจสุขภาพและไม่มีคดีติดตัวก็เป็นทหารได้

นายปฏิพัทธ์ จบปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ สื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ามาเป็นนายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 แต่ในที่สุดก็ทนแรงกดดันจากสังคมไม่ได้ จึงลาออกไป

อีกปรากฏการณ์หนึ่งที่สังคมก็รับไม่ได้กับคำตอบของ “บิ๊กป้อม” ที่เชื่อว่าเป็นการกางปีกปกป้องผู้กระทำผิดอย่างไม่ถูกต้องกรณีการเสียชีวิตของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งญาติติดใจสาเหตุการเสียชีวิตอาจเกิดจากถูกทำร้ายร่างกาย แต่ พล.อ.ประวิตรออกมาปกป้อง พล.ต.กนกพงศ์ จันทร์นวล ผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร โดยระบุว่า เชื่อว่าโรงเรียนเตรียมทหารไม่ได้ปกปิดข้อมูล น้องเมยเสียชีวิตเนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ ไม่ได้ถูกซ้อม

ส่วนที่เปิดบันทึกประจำวันของเด็กที่ระบุว่าเขาโดนซ่อมนั้น ผมคิดว่าก็โดนซ่อมกันทุกคน ผมก็เคยโดนจนสลบไปเหมือนกัน แต่ผมไม่ตาย เรื่องเหล่านี้ก่อนจะรับเด็กเข้ามาต้องตรวจเช็กร่างกายเป็นอย่างดี เข้ามาแล้วเป็นโรคฮีตสโตรกก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ยืนยันว่าการซ่อมไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ถ้าไม่อยากให้เกิดขึ้น ก็ไม่ต้องเข้ามาเรียน ไม่ต้องมาเป็นทหาร เราเอาคนที่เต็มใจ

แต่ใช่ว่า บิ๊กป้อม จะทนต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ตลอดไปเพราะบางสถานการณ์บิ๊กป้อมก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม เสมือนสังคมจ้องจับผิดคนนามสกุล 'วงษ์สุวรรณ' อย่างกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต ผบ.ตร.) ซึ่งเป็นน้องชาย มาดำรงตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ขณะกำลังถูก ป.ป.ช.ไต่สวนกรณีร่ำรวยผิดปกติ...

อย่าเอาความเป็นพี่เป็นน้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการทำงาน ไม่เช่นนั้นจะทำงานด้วยกันได้อย่างไร ทุกอย่างเป็นการตัดสินใจของ พล.ต.อ.พัชรวาท ทุกคนต่างโตกันหมดแล้ว ผมจะไปช่วยอะไร แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่ พล.ต.อ.พัชรวาทถูกโจมตี เพราะดันมีนามสกุลวงษ์สุวรรณ ถ้าไม่ใช่นามสกุลวงษ์สุวรรณก็ไม่โดนหรอก ทั้งวงษ์สุวรรณและจันทร์โอชา และที่โดนโจมตีก็ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด ก็อย่าไปสนใจ” พล.อ.ประวิตรกล่าว

หรือกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษายกฟ้อง 4 จำเลยได้แก่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ในคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นั้น บิ๊กป้อม บอกไม่ได้ช่วยวิ่งเต้นอะไรเลย เพราะยังไม่ได้เจอน้องชาย ไม่ได้โทรศัพท์คุยให้กำลังใจกัน และไม่ได้ทำอะไรให้ด้วย จะดูแลเฉพาะเรื่องส่วนตัวเท่านั้น

อีกหนึ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ก็ด้วยบารมีของบิ๊กป้อมที่เบ่งบาน ทำให้เกิดกระแสข่าวซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้นโดยเฉพาะในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มักจะมีชื่อบิ๊กป้อมเข้าไปเกี่ยวข้อง และร่ำลือกันในวงการตำรวจว่าต้องวิ่งเข้าหา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ โจ๊ก หวานเจี๊ยบ ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (ผบก.สปพ.) หรือ 191 นายตำรวจคนสนิท ซึ่งเรื่องนี้บิ๊กป้อม ได้ออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่า ในเรื่องการซื้อขายตำแหน่งหากต้องการให้เกิดความโปร่งใส ก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และให้ว่ากันไปตามพยานหลักฐานได้เลย

“ที่มองว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ใกล้ชิดผม ก็เกี่ยวเพียงเรื่องงาน ไม่เกี่ยวกับการโยกย้ายตำรวจ เพราะเรื่องนี้ ผบ.ตร.(พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา) รับผิดชอบ ที่พูดกันว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เป็น ผบ.ตร. น้อย ก็คิดกันไปเอง”

นั่นเป็นเพียงกรณีตัวอย่างเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้วบทบาทของบิ๊กป้อม หลังยึดอำนาจของ คสช.ถ้าเทียบไปแล้วบิ๊กป้อมก็คือผู้จัดการรัฐบาล คสช. ดังนั้นทุกเรื่องราว และใครต่อใคร จึงต่างวิ่งเข้าหาบิ๊กป้อมและเชื่อว่าด้วยอำนาจ บารมี ที่มีอยู่จะสามารถช่วยได้ ที่สำคัญด้วยอุปนิสัยในฐานะ 'พี่ใหญ่' ใจกว้าง และดูแลน้อง ๆ ในกองทัพโดยเฉพาะคนใกล้ชิดก็มักจะได้ดิบได้ดีไปตาม ๆ กัน

“ทหารจะรักบิ๊กป้อม ยิ่งคนใกล้ชิด ท่านจะเป็นห่วงเป็นใย บางคนใกล้เกษียณก็หายหน้ากันไปบ้าง เมื่อท่านไม่เห็นก็จะเรียกถาม ให้ไปตามมา และก็ไม่ลืมที่จะให้ตำแหน่ง บางคนที่เป็นพลตรี ก็ได้เป็นพลโท ก่อนเกษียณ และใครมีปัญหาไปขอความช่วยเหลือท่านก็หาช่องทางช่วยตลอด แต่ที่ว่าท่านมีผลประโยชน์ซื้อขายตำแหน่ง ตรงนี้พวกเราว่าไม่น่าจะใช่นะ ส่วนนาฬิกา เป็นความชอบส่วนตัวแค่นั้น

อย่างไรก็ดี แม้บิ๊กป้อมจะถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนของรัฐบาล แต่ในความเป็นจุดอ่อนนั้น ก็สามารถเป็นจุดแข็งให้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้เช่นกัน เพราะความเชี่ยวกรากทางการเมือง เคยเป็นรัฐมนตรีกลาโหมมาแล้วทั้งในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมทั้งการคุมกองทัพไว้ยาวนานทำให้อำนาจและอิทธิพลพี่ใหญ่แน่นปึ้ก ซึ่งจะว่าไปแล้วในอดีตเราเคยมี “จิ๋ว หวานเจี๊ยบ” (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ) ใครขออะไรให้หมด ในยุคนี้เราก็จะเจอ “ป้อม หวานเจี๊ยบ” อีกเช่นกัน!



กำลังโหลดความคิดเห็น...