xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กป้อม” นำคณะลงใต้ตรวจติดตามงานด้านการพัฒนา และด้านความมั่นคงชายแดนใต้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นราธิวาส - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นำคณะลงใต้ตรวจติดตามงานด้านการพัฒนา และด้านความมั่นคงชายแดนใต้ พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา

วันนี้ (6 พ.ย.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยม และติดตามงานด้านการพัฒนา และด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการดำเนินงานตามมติ กพต.

โดยในช่วงเช้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานประชุมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาด้านการค้าชายแดน ตามมติ กพต. ครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ร่วมรับฟังผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการ และข้อเสนอการบริหารจัดการด่านในพื้นที่ จ.นราธิวาส ประกอบด้วย ด่านตากใบ ด่านบูเก๊ะตา และด่านสุไหงโก-ลก รวมทั้งรับฟังข้อเสนอการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อผลักดันไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับประโยชน์ในการดำเนินงานสูงสุด

รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า มติ กพต. ครั้งที่ 3/2564 เห็นชอบให้ ศอ.บต.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการพัฒนาด่านชายแดน จำนวน 3 ด่าน ผ่านโครงการจัดซื้อที่ดินเพื่อการขยายด่านบูเก๊ะตา จ.นราธิวาส เพื่อเชื่อมต่อด่านศุลกากรให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และโครงการจัดหาเครื่องคัดกรองทางการแพทย์ของด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา และด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อยกระดับการบริการให้มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ให้สูงขึ้น ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจการค้าชายแดนในช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้จะประสบปัญหาของการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 แต่มูลค่าด้านการค้าชายแดนของพื้นที่ยังอยู่ในระดับสูง และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 มีมูลค่าการนำเข้าสินค้าและส่งออกรวม 586,374.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีมูลค่านำเข้าสินค้าและส่งออกรวม 457,263.03 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.23 ซึ่งหากมีการพัฒนาต่อเนื่องในรอบด้านทุกมิติ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบอำนวยความสะดวก การสร้างความปลอดภัยทางการแพทย์ในการเข้าออก จะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนสูงขึ้น และยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้นในภาพรวมต่อไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่ ศอ.บต.ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาตามนโยบายรัฐบาล ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และมติคณะ กพต. ในการยกระดับด่านชายแดนทั้ง 9 แห่งในพื้นที่ชายแดนให้เป็นประตูรองรับการค้าการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา มีความก้าวหน้าตามลำดับ ทั้งการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า และการเดินทางเข้าออกของประชาชน และในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ได้เตรียมดำเนินการที่ด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการจัดหาและติดตั้งระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์แบบขับผ่าน (DRIVE-THROUGH X-RAY SCANNER) โครงการก่อสร้างห้องน้ำและอาคารละหมาด รวมถึงโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณด่านศุลกากรแห่งใหม่ ในส่วนของด่านศุลกากรตากใบ จ.นราธิวาส ดำเนินกิจกรรมเร่งด่วนการจัดหาแพขนานยนต์ข้ามฟาก 1 ลำ อยู่ระหว่างการดำเนินการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในเดือนธันวาคม 2564 นี้ โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 9 เดือน คาดว่าจะสามารถส่งมอบแพขนานยนต์ได้ภายในเดือนกันยายน 2565

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวในโอกาสนี้ว่า ขอขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการที่มาร่วมต้อนรับ และร่วมประชุมติดตามงานด้านการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้การค้าชายแดนเป็นเรื่องที่ทุกหน่วยต้องเร่งดำเนินการ ตามที่ ครม.ได้มีมติรับทราบไว้แล้ว เพราะสามารถทำรายได้ให้ประเทศได้เป็นอย่างมาก ผมรับทราบว่าในปี 2564 ที่ผ่านมา ด่านการค้าชายแดนทั้ง 9 ด่านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถสร้างมูลค่าได้เป็นจำนวนมากถึง 319,749 ล้านบาท แม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด-19 อยู่ก็ตาม โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกยางพารา ซึ่งเป็นรายได้หลักของเกษตรกรในพื้นที่มากถึง 18,950 ล้านบาท รวมไปถึงการเพิ่มจำนวนสินค้าเกษตรที่ผลิตจากพื้นที่เพื่อส่งออก ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้ประชาชนมากขึ้นอีกด้วย

ดังนั้น หากเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในทุกด้านที่เป็นเรื่องการค้าชายแดน จะยิ่งทำให้ประชาชนมีชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นได้ ดังนั้น ให้ ศอ.บต.ไปเร่งรัดประสานงาน ผลักดันการทำงานของทุกส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวให้สามารถขับเคลื่อนการทำงานทุกเรื่องตามแผนงาน โครงการ และกิจกรรมให้มีความเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องที่ยังไม่สามารถดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่น การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก ที่ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย สภาพัฒน์ และ ศอ.บต.ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อให้เกิดเป็นความสำเร็จโดยเร็ว ในส่วนปัญหาและอุปสรรคที่จำเป็นจะต้องเสนอให้รัฐบาลประสานงาน หรือเร่งรัดแก้ไขให้ ศอ.บต.รวบรวม วิเคราะห์ และเสนอเรื่องไปยัง กพต.เพื่อพิจารณาโดยเร็ว

โดยภายหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น คณะรองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังปากแม่น้ำเทพา ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา เพื่อตรวจติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ทั้งสถานการณ์น้ำท่วม ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งเป็นปัญหามาอย่างยาวนาน และประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เพื่อนำข้อมูลร่วมพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) โดยรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเน้นย้ำให้สำนักงานทรัพยากรแห่งชาติ (สทนช.) เร่งเสนอแผนหลักที่ศึกษาแล้วเพื่อการขับเคลื่อนโดยเร็ว รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้ง โดยเฉพาะเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในช่วงนี้ พร้อมทั้งวางแผนเผชิญเหตุควบคู่กับการเก็บน้ำสำรองไว้รองรับในช่วงฤดูแล้งต่อไป


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น