xs
xsm
sm
md
lg

“ไพร พัฒโน” แจงยิบ 1,600 ล้านบาทที่คนอื่นป่าวประกาศ! เป็น ‘งบรวม’ ไม่ใช่เพื่อการพัฒนาอย่างเดียว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โดย..ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล




ดร.ไพร พัฒโน หนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ จ.สงขลา อดีตนายกฯ 3 สมัย ที่ในการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะอยู่ในฐานะผู้ที่เสียเปรียบ เพราะผู้สมัครที่เหลืออีก 4 คนต่างชูสโลแกนคำว่า "เปลี่ยน" เพื่อหวังที่จะเปลี่ยนทีมผู้บริหารชุดเดิมจากทีมของ ดร.ไพร พัฒโน ให้ได้

ประเด็นสำคัญที่แต่ละทีมนำมาหาเสียง คือ เรื่องของงบประมาณของเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่มีการป่าวประกาศกันอย่างอึกทึกว่ามีถึง 1,600 กว่าล้านบาท เพื่อที่จะใช้ในการพัฒนาเมืองหาดใหญ่ ในการฟื้นฟูนครหาดใหญ่ ให้มีความก้าวหน้ากว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้

ดร.ไพร พัฒโน อดีตผู้บริหารเทศบาลนครหาดใหญ่ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การนำเอาประเด็นงบประมาณ 1,600 กว่าล้านบาทมาหาเสียงนั้น เป็นการหาเสียงที่ไม่เข้าใจข้อเท็จจริง ไม่รู้เรื่องของงบประมาณ ที่อาจจะสร้างความไขว้เขวเกิดขึ้น ในฐานะที่เคยบริหาร แม้จะลาออกมา 2 ปีแล้ว แต่ยังมีข้อมูล ข้อเท็จจริงที่อยากจะบอกกับคนในพื้นที่ให้เข้าใจว่า งบประมาณที่มีการพูดในการหาเสียงว่า เทศบาลนครหาดใหญ่มีงบฯ 1,600 กว่าล้านบาทเป็นเรื่องจริง แต่เป็นงบประมาณรวมทั้งหมด เป็นตัวเลขกลมๆ ที่ยังไม่มีการแยกแยะ

“โดยข้อเท็จจริง ใน 1,600 ล้านบาท เป็นงบอุดหนุนจากส่วนกลาง 1,000 กว่าล้านบาท ซึ่งผ่านมือเทศบาลนครหาดใหญ่เข้ามา เพื่อใช้ในการจ่ายให้ผู้สูงอายุ 156 กว่าล้านบาท งบเพื่อการศึกษา 500-600 ล้านบาท โดยเทศบาลนครหาดใหญ่มีโรงเรียนในสังกัด 6 โรง มีศูนย์บริบาลผู้ป่วยที่ต้องใช้งบประมาณในการบริหาร เงินเดือนพนักงาน บุคลากร ของเทศบาล 750 ล้านบาท ในปี 2563 เทศบาลจัดเก็บรายได้เองทุกประเภทได้ 53 ล้านบาท รายได้ที่ลดลงเพราะมีการลดภาษีที่ดินร้อยละ 90 เหลือที่จัดเก็บได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ รวมเบ็ดเสร็จ เทศบาลนครหาดใหญ่ ในปี 2563 มีงบพัฒนาเหลืออยู่ไม่เกิน 245 ล้านบาท โดยประมาณ”

“เงินเดือนๆ สุดท้ายของเจ้าหน้าที่ในปี 2563 ต้องใช้เงินสะสม การพัฒนาที่ดำเนินการอยู่ต้องตัดจากค่าใช้สอย ซึ่งต้องยอมรับว่าทุกเทศบาลเดือดร้อนเหมือนกันจากสภาพของเศรษฐกิจ และจากโควิด-19 ที่ซ้ำเติมเข้ามา ต้องยอมรับว่า เทศบาลนครหาดใหญ่เก็บรายได้ไม่พอจ่ายเงินเดือน แต่ที่บริหารได้มาจากงบอุดหนุนจากส่วนกลาง ซึ่งเป็นนโยบายที่ท้องถิ่นไม่ตาย แต่ไม่โต”

“เรื่องเหล่านี้ชาวบ้านจะไม่มีความรู้และไม่เข้าใจ ดังนั้น เมื่อผู้สมัครหลายทีมนำเรื่องนี้ไปหาเสียง ก็อาจจะทำให้คนฟังเข้าใจผิด เข้าใจว่า เทศบาลนครหาดใหญ่มีเงินเพื่อการพัฒนา 1,600-1,700 ล้านบาท ทำไม่จึงไม่พัฒนาให้ดีกว่านี้”
ดร.ไพร กล่าวถึงการพัฒนาหาดใหญ่ว่า ไม่เฉพาะแต่หาดใหญ่เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากการก้าวกระโดดของเทศโนโลยี การสื่อสาร โทรคมนาคม การเชื่อมต่อข้อมูลข่าวสาร ผู้ที่ก้าวไม่ทันถูกขจัดออกไป มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่เรียกว่า "ดิสรัปชัน" การค้าการทำธุรกิจที่ไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องทำธุรกรรมกับธนาคาร ไม่ต้องมีแวร์เฮาส์ เป็นการทำธุรกิจที่เรียกว่า ไดเรกต์ มาร์เกตติ้ง

“คนที่เปลี่ยนแปลงไม่ทันก็อยู่ต่อไม่ได้ แต่คนในหาดใหญ่มีคุณภาพ ที่ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ “Gen m” หรือ “gen me “ ยิ่งอายุ 40 กว่าๆ ซึ่งมีอยู่ในหาดใหญ่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีมุมมองที่แตกต่างกับคนรุ่นเก่า จึงเป็นโอกาสที่จะเห็นการพัฒนาใหม่ๆ เกิดขึ้น”

“เทศบาลไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการเข้ามาดำเนินการด้านธุรกิจโดยตรง แต่เทศบาลก็เข้าไปมีส่วนในการส่งเสริมสนับสนุน เช่น ทำหาดใหญ่ให้เป็นศูนย์การค้าทั้งเมือง พัฒนาคลองเตยให้เป็นถนนหลังบ้าน เป็นไฮไลต์ทั้งเมืองเป็นแลนด์มาร์กของเมืองหาดใหญ่ ใส่ลูกเล่นเข้าไปนิดหน่อย เพื่อเป็นจุดขายการท่องเที่ยว เหล่านี้เป็นต้น

เหล่านี้คือมุมมองของอดีตผู้บริหารเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่มีข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ต้องการสื่อให้คนในหาดใหญ่เห็นภาพและเข้าใจ ทั้งในเรื่องของงบการพัฒนาเมือง และในโลกของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อหาดใหญ่

รวมทั้งบริบทของผู้ที่มีหน้าที่บริหารเทศบาลนครหาดใหญ่ว่า สุดท้ายแล้วอะไรบ้างที่เป็นหน้าที่โดยตรงและเป็นหน้าที่โดยอ้อม ส่วน “ดร.ไพร พัฒโน” จะได้นำนโยบายที่กล่าวมาทั้งหมดไปดำเนินการได้หรือไม่ คำตอบอยู่ที่ ประชากรที่มีสิทธิออกเสียงในเทศบาลนครหาดใหญ่ 107,000 กว่าเสียง จะลงคะแนนให้ใครในวันที่ 28 มีนาคมนี้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...