xs
xsm
sm
md
lg

บุกจับเจ้าของโรงแรม-ร้านอาหารที่ภูเก็ต โกงเงิน “เราเที่ยวด้วยกัน” รัฐสูญกว่า 20 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ตำรวจกองปราบปราม สนธิกำลังลงพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ เปิดปฏิบัติการจู่โจมจับกุมเจ้าของโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าโกงเงินโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ทำรัฐเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ดำเนินคดี 4 ข้อหาหนัก


วันนี้ (27 ม.ค.) พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต และจังหวัดกระบี่ เปิดปฏิบัติการจู่โจมจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีโกงเงินโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน”

โดยกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต และกระบี่หลังดำเนินการตรวจสอบโรงแรม ที่พัก ร้านอาหารที่เข้าข่ายทุจริต ฉ้อโกงเงินของรัฐจากโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ซึ่งเป็นโครงการที่ภาครัฐที่จัดทำขึ้นมาเพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงไวรัสโควิด-19

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ประกอบการเหล่านี้มีการกระทำผิดโดยการอาศัยช่องว่างทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการฉ้อโกง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายค้นและหมายจับผู้กระทำผิด ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ” จนนำไปสู่การเปิดปฏิบัติการดังกล่าว


สำหรับในส่วนของจังหวัดภูเก็ต ทางเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นที่โรงแรมในพื้นที่ป่าตอง และเครือข่ายรวม 14 ราย ประกอบด้วยเจ้าของโรงแรม 3 ราย เจ้าของร้านค้า 2 ราย คนกลางผู้รวบรวมสิทธิ 5 ราย ผู้รับจ้างบันทึกข้อมูลจองโรงแรม จำนวน 4 ราย และมีประชาชนที่ร่วมทุจริต 800 ราย

ผลการค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 11 ราย โดยพฤติกรรมการทุจริตแตกต่างกันออกไป โดยโรงแรมจะร่วมมือกับทางผู้จัดการบริษัททัวร์มีการเชิญชวนว่าหากประชาชนจองห้องพักเต็มสิทธิจะให้เข้าร่วมกิจกรรมทัวร์เป็นจำนวน 3 วัน 2 คืน โดยไม่มีการพักโรงแรมจริง นอกจากนี้ ผู้จัดการทัวร์ยังให้ประชาชนชำระค่าบริการในการทำกิจกรรมโดยให้สแกนคูปองที่ได้รับหลังจากการเช็กอินห้องพักมาสแกนใช้จ่ายกับร้านอาหารที่ตนเองควบคุมไว้


อย่างไรก็ตาม สำหรับในส่วนของพื้นที่ภูเก็ตพบว่ารัฐเสียหายจากพฤติกรรมดังกล่าวในส่วนของโรงแรม จำนวน 18 ล้านบาท และร้านค้าที่ร่วมกระทำผิดจำนวน 2 ร้าน ประมาณ 3.9 ล้านบาท

สำหรับการกระทำความผิดในการโกงเงินโครงการดังกล่าว ผู้ต้องหามีการกระทำเป็นขบวนการ โดยจะมีผู้มีสิทธิตามหาซื้อสิทธิในโครงการโดยให้ค่าตอบแทนรายละ 400-500 บาท เมื่อประชาชนขายสิทธิให้แล้ว ผู้ซื้อสิทธิจะให้เจ้าของสิทธิติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ก่อน หลังจากนั้น ผู้ซื้อสิทธิจะนำเอาโทรศัพท์ของเจ้าของสิทธิไปดำเนินการจองโรงแรมและใช้คูปอง


หรืออีกวิธีหนึ่งคือจะนำเอาข้อมูลบัตรประชาชนและซิมการ์ดที่ลงทะเบียนแล้วไปขายต่อให้แก่ผู้สวมสิทธิ โดยจะขายให้ผู้สวมสิทธิในราคา 800-1,000 บาท เมื่อผู้สวมสิทธิได้รับสิทธิจากโครงการดังกล่าวแล้วจะจ้างให้ผู้ร่วมขบวนการกรอกข้อมูลเพื่อจองที่พักกับทางโรงแรม โดยจะมีกลุ่มที่รับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร อีกกลุ่มที่คอยทำธุรกรรมทางการเงินแทนเจ้าของสิทธิ ซึ่งหลังจากผู้สวมสิทธิเช็กอินตามห้องพักที่จองไว้ทางผู้สวมสิทธิจะนำคูปองที่ได้รับหลังการเช็กอินไปจ่ายกับร้านค้าที่ตนควบคุมได้

ส่วนที่จังหวัดกระบี่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามนำกำลังเข้าตรวจค้นจำนวน 3 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน

อย่างไรก็ตาม ก็ตามหลังการจับกุม ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเดินไปยังกองปราบปราบเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...