xs
xsm
sm
md
lg

ก้าวไปอีกขั้นของเป้าหมายแบ่งแยกดินแดน เมื่อ “โอไอซี” บรรจุวาระ “บีอาร์เอ็น”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

   

จุดคบไฟใต้ โดย...ไชยยงค์ มณีพิลึก
   



การที่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศหรือ “ไอซีอาร์ซี” ยอมย้ายสำนักงานจาก จ.ปัตตานี ซึ่งก็คือยอมออกจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลานั้น ไม่ได้หมายถึงความสำเร็จของกระทรวงต่างประเทศและ สมช. สภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ผลักดันให้องค์กรฝรั่งต่างชาติ ซึ่งมีท่าที "ออฟไซด์" ล้ำเส้นการปฏิบัติงาน ทำหน้าที่เหนือขอบเขต และอาจจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของแผ่นดินไทย

หากแต่ความอ่อนด้อยของกระทรวงการต่างประเทศ และ สมช. ที่กดดันไอซีอาร์ซีให้ออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้กลับไปยังสำนักงานส่วนกลางที่กรุงเทพฯ ไม่ได้

ณ เวลานี้ สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่ถึงคิวที่ไอซีอาร์ซี รวมทั้งองค์การแพทย์ไร้พรมแดนและองค์กรอื่นๆ ทั้งหมดที่เป็น "ต่างชาติ" จะเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่แบบถาวร

เพราะความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่ใช่การขัดกันด้วยอาวุธ ยังไม่มีสงคราม ที่มีการประกาศ ไม่มีเชลยศึก ไม่มีผู้สูญหายจากเหตุของการสู้รบ ที่สำคัญ ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น รัฐไทยมีหน่วยงานที่เข้าไปดูแลครบทั้งกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน เสรีภาพของการปกครอง เสรีภาพในการนับถือศาสนา และแม้แต่เรื่องการพัฒนา หน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. ก็ดำเนินการครบถ้วนในทุกมิติ

ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศและ สมช.จะต้องดำเนินการด้านการทูตและด้านความมั่นคงในการทำความเข้าใจกับไอซีอาร์ซี ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานในพื้นที่ ทั้ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. ที่เห็นพ้องต้องการว่า ไอซีอาร์ซีต้องออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพียงสถานเดียว

อาจจะไม่ง่าย เพราะไอซีอาร์ซีกล่าวอ้างตลอดว่า รัฐไทยลงนามในสนธิสัญญากับ “ยูเอ็น” หรือสหประชาชาติไว้หลายฉบับ ทั้งในเรื่องสิทธิมนุษยชนและอื่นๆ ที่เข้าข่าย ซึ่งเอื้อให้องค์กรต่างชาติอย่างไอซีอาร์ซี และเจนีวาคอลเข้ามาเพื่อตรวจสอบ เป็นผู้ประสานงานหรือเป็นคนกลางในการเจรจาเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น

แต่ข้ออ้างของไอซีอาร์ซีนั้นฟังไม่ขึ้นกับสถานการณ์ที่ดำรงอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และอีก 4 อำเภอของ จ.สงขลา เพราะสถานการณ์ ณ วันนี้ ดีขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีสถานการณ์ไหนที่เป็น "อาร์มคอนฟิก" ที่มีหลักฐานยืนยันในเรื่องของการขัดกันด้วยอาวุธและละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในเรื่องการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ยิ่งไม่ต้องอ้างถึง

ผู้นำศาสนาเองก็มีคำวินิจฉัย หรือ "ฟัตวา" ไปแล้วว่า แผ่นดิน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ไม่ใช่แผ่นดินแห่ง "ดารุลฮัรบี" หรือสงครามศาสนา ที่นี่ไม่มีเรื่องของ "ญิฮาด" และคนร้ายที่เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่เข้าข่าย "ชะฮีด" แต่อย่างใด

ที่สำคัญ แม้ว่าไอซีอาร์ซีจะระบุชัดว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นมีตัวตนและเป็นผู้ปฏิบัติการ โดยใช้ความรุนแรง มีเป้าหมายแบ่งแยกดินแดน ซึ่งไอซีอาร์ซีและเจนีวาคอลอ้างฝ่ายเดียว เพราะ 17 ปี ที่บีอาร์เอ็นปฏิบัติการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รอบใหม่ รวมในพื้นที่อื่นๆ บีอาร์เอ็นไม่เคยยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

วันนี้ สถานะของบีอาร์เอ็นคือ “องค์กรลับ” ที่ไม่เคยเปิดเผยว่า ในองค์กรมีใครเป็นประธาน ใครเป็นเลขาธิการ ในเป็นผู้นำจิตวิญญาณ ใครเป็น ผบ.กองกำลัง รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ ในองค์กร

เท่าที่เห็นอยู่และรับทราบถึงโครงสร้างและแกนนำ ทั้งที่อยู่ในประเทศมาเลเซียและไทย ล้วนเป็นรายละเอียดที่การข่าวของรัฐไทยเป็นผู้หาข่าวและเขียนขึ้น ไม่เคยมีสักครั้งที่บีอาร์เอ็นจะเปิดเผยตัวตน แม้แต่ในเวทีการพูดคุย บีอาร์เอ็นก็ขาดความชัดเจนมาโดยตลอด

สิ่งที่ผู้เขียนเขียนไว้ทุกครั้งว่า ไอซีอาร์ซีคือภัยความมั่นคงของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐบาลต้องผลักดันให้ออกไป เพราะเห็นเอกสารที่ไอซีอาร์ซีส่งให้กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเอกสารเกี่ยวกับแผนงานที่จะเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกือบ 20 เรื่อง พบว่า ล้วนเป็นเรื่องที่ ผิดปกติและต้องไม่ปล่อยให้ไอซีอาร์ซีดำเนินการ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขอเข้าไปปฏิบัติการในโรงพยาบาล เพื่อหาข้อมูลผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต การเชิญเจ้าหน้าที่หน่วยงานทหาร ตำรวจ พลเรือนไปต่างประเทศ การเข้าไปสานสัมพันธ์กับสถานศึกษา เช่น วิทยาลัยชุมชน และการเข้าไปดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่กว่า 50 ครอบครัว ล้วนแต่เป็นเรื่องที่หน่วยงานในพื้นที่มีขีดความสามารถในการบริหารจัดการได้ โดยไม่ต้องพึ่งไอซีอาร์ซีแต่อย่างใด

ข้อที่ชวนสงสัยคือ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครอบครัวผู้สูญเสียไม่ได้มีเพียงครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นคนร้าย เป็นแนวร่วมของบีอาร์เอ็น ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ แต่มีครอบครัวชาวไทยพุทธ ครอบครัวเจ้าหน้าที่รัฐ กองกำลังท้องถิ่น เช่น ชุดคุ้มครองหมู่บ้าน ทหารพรานที่สูญเสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน แต่ไอซีอาร์ซีไม่เคยพูดถึง

ประเด็นนี้ชี้ชัดว่า ไอซีอาร์ซีเลือกที่จะดูแลและให้ความรู้เฉพาะกลุ่มผู้ที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนเท่านั้น

วันนี้ ไอซีอาร์ซีได้ยื่นแผนเพื่อเข้าปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อกระทรวงการต่างประเทศแล้ว และยืนยันที่จะปฏิบัติการในพื้นที่ต่อไป โดยตั้งสำนักงานอยู่ใน อ.หาดใหญ่ แทนการตั้งใน จ.ปัตตานี ซึ่งการอยู่ใน อ.หาดใหญ่ก็ไม่ต่างจากอยู่ใน จ.ปัตตานี เพราะระยะทางห่างกันแค่ 90 กิโลเมตรเท่านั้น

หากรัฐบาลที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ยังไม่ตัดสินใจให้เด็ดขาด สั่งการให้ไอซีอาร์ซีออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เชื่อเถอะการดับไฟใต้ จะมีปัญหาอุปสรรคที่เกิดจากไอซีอาร์ซีและเจนีวาคอลมากกว่าปัญหาและอุปสรรคที่มาจากบีอาร์เอ็น เพราะวันนี้ อิทธิพลของบีอาร์เอ็นในพื้นที่อ่อนลงแล้ว บีอาร์เอ็นหวังเพียงให้องค์กรระหว่างประเทศอย่างไอซีอาร์ซีและเจนีวาคอลให้ความช่วยเหลือ เพื่อใช้เวทีของสหประชาชาติขับเคลื่อนงานการเมือง เพื่อไปสู่เป้าหมาย ดังนั้น การดับฝันของบีอาร์เอ็นคือต้องไม่ให้ไอซีอาร์ซีอยู่ในพื้นที่อย่างเด็ดขาด

สังเกตให้ดีจะเห็นว่ามีการปฏิบัติการที่สอดประสานกันระหว่างไอซีอาร์ซี เจนีวาคอล และบีอาร์เอ็น นั่นคือ วันนี้ องค์การความร่วมมืออิสลาม (The Organization of Islamic Cooperation) หรือ “โอไอซี” ได้บรรจุเรื่องของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นเข้าไปในรายงานการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของโอไอซีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นครั้งแรกที่โอไอซีนำเรื่องนี้เข้าไปหารือ

ครับ คนตายน้อยลง ระเบิดแสวงเครื่องลดความถี่ลง ไม่ได้หมายความว่า แผ่นดินปลายด้ามขวานเข้าสู่ความสันติสุข เพราะวันนี้ การแบ่งแยกดินแดน การที่จะให้แผ่นดินปลายด้ามขวานเป็นเขตปกครองตนเอง หรือเขตปกครองพิเศษ เขาไม่ได้ใช้กำลังพล ไม่ได้ใช้อาวุธเป็นด้านหลัก แต่เขาใช้เวทีสหประชาชาติและโอไอซี โดยมีองค์กรระหว่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ และมีนายทหารใหญ่ นักการทูต นักวิชาการ ซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ ทำตัวเป็นกุนซือและล็อบบี้ยิสต์ โดยที่ไม่ได้เห็นแก่อันตราย ที่องค์กรเหล่านี้อาจจะทำให้ประเทศไทยต้องวุ่นวาย และอาจจะต้องเสียดินแดน

หากรัฐบาลจัดการกับเรื่องนี้ไม่เด็ดขาด “ไฟใต้” อาจจะโชนแสงครั้งใหญ่อีก และอาจจะเป็นครั้งที่รุนแรงกว่าไฟใต้ เมื่อปี 2547 ก็เป็นได้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...