xs
xsm
sm
md
lg

รวบทันควันหนุ่มแสบซิ่งรถจักรยานยนต์กระชากกระเป๋า 2 ตายายขณะไปหาหมอ อ้างตกงาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี - ตำรวจรวบทันควันหนุ่มแสบ ซิ่งจักรยานยนต์ชิงทรัพย์ 2 ตายาย อายุ กว่า 70 ปี ขณะขับรถจักรยานยนต์เพื่อไปพบหมอที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ถูกชิงทรัพย์ได้เงินไปกว่า 1,000 บาท อ้างต้องการเงินไปซื้อข้าวให้ลูกเมีย

จากกรณีมีคนร้ายเป็นชายไทย ได้ขับรถจักรยานยนต์ก่อเหตุวิ่งราวกระเป๋า นายสารัญ สมหวัง อายุ 75 ปี และนางไพพัก สมหวัง อายุ 72 ปี ภูมิลำเนา ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย 2 ตายาย ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ เพื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ใน ต.มะเร็ต ล่าสุด ตำรวจสืบสวนจับได้แล้ว

โดย พ.ต.อ.ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ทางตำรวจสืบสวน นำโดย ร.ต.อ.วิเศษ ชูพยัคฆ์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.ธวัชชัย เทพหนู รอง สว.สส. ด.ต.วสันต์ สัมภวะผล ด.ต.สาธิต คงช่วย ด.ต.วินิจ ชุมแสง ด.ต.อนุพงศ์ แก้วเชิด ผบ.หมู่ สส.สภ.บ่อผุด ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนบริเวณจุดที่เกิดเหตุ และพบภาพคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว คือ นายวิจิตร เจาะหมิง อายุ 37 ปี ภูมิลำเนาชุมชนหมู่บ้านหัวถนน หมู่ 1 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย ขณะหลบซ่อนอยู่ในบ้านพักไม่มีเลขที่ พร้อมยึดของกลางที่ใช้ก่อเหตุ ประกอบด้วย เสื้อผ้าที่ผู้ก่อเหตุสวมใส่ และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิกสีเทา ทะเบียน คพล 295 สุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ นายวิจิตร ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นพนักงานขับรถบรรทุก 10 ล้อ บรรทุกน้ำ แต่ภายหลังเกิดโควิด-19 ระบาด ทำให้กิจการที่ทำงานปิดลง จึงตกงาน พร้อมกับต้องเลี้ยงลูกอีก 2 คน และภรรยาก็ไม่ได้ทำงาน ก่อนเกิดเหตุเวลา 05.30 น.เช้าวันเดียวกัน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกตระเวนหาเหยื่อเพื่อวิ่งราวทรัพย์ เนื่องจากต้องการเงินไปซื้อข้าวให้ลูกกินก่อนไปโรงเรียน

ระหว่างนั้นพบเห็น 2 ตายาย ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมา เห็นว่า 2 ตายายมีกระเป๋าถือแบบผู้หญิง เชื่อว่าต้องมีเงิน จึงได้ขับรถตามหลังก่อนสบโอกาสได้กระชากกระเป๋าของยายที่ถือ ทำให้รถจักรยานยนต์ที่คุณตาเป็นคนขับ ถึงกับเสียหลัก หลังจากได้เงินจึงได้ขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน ภายในกระเป๋ามีเงินประมาณ 1,200 บาท พร้อมกับบัตรประจำตัวผู้สูงอายุ ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมะเร็ต

ต่อมา นายสารัญ สมหวัง และนางไพพัก สมหวัง 2 สามีภรรยาผู้เสียหายที่ทราบข่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้เเล้ว จึงได้เดินทางไปดูพร้อมชี้ตัวยืนยัน ว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกัน เมื่อมาถึงพบนายวิจิตร ผู้ต้องหา ได้ยกมือขอโทษและยกมือไหว้ สำนึกผิด

ซึ่งทางด้าน นางไพพัก ผู้เสียหายได้ว่ากล่าวตักเตือนผู้ต้องหา ว่าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก หากรถเสียหลักล้มขึ้นมาและเจ็บหนักจะทำอย่างไร เนื่องจากตนมีอายุมากแล้ว ไม่สงสารคนแก่หรือ ถ้าไม่มีเงินจริงๆมาขอก็ได้ 100-200 บาท ตนให้ทันทีขอให้บอกตรงๆ แต่อย่าไปเป็นโจรเป็นขโมย พร้อมกับกล่าวอีกว่า ต่อไปนี้คงไม่กล้าพกเงินใส่กระเป๋าถือแล้ว เพราะกลัวไม่ปลอดภัย ทำให้นายวิจิตร ผู้ต้องหาถึงกับอึ้ง


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...