xs
xsm
sm
md
lg

ผู้เสียหายซัดตำรวจแค่ทำตามผู้บังคับบัญชาสั่ง-ไร้หลักฐาน จากกรณียัดข้อหาสมคบค้ามนุษย์ 2 ผัวเมีย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พัทลุง - ความคืบหน้ากรณี 2 สามีภรรยาร้องถูกตำรวจยัดข้อหาสมคบค้ามนุษย์ติดคุก 1 ปี 19 วัน ล่าสุด มีผู้เสียหายอีกรายออกมาซัดตำรวจต่อไปอย่ามั่วทำคดี ระบุต้องทำตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่ทำตามผู้บังคับบัญชาสั่ง

ความคืบหน้ากรณี นายภานุสิทธิ์ สังข์ทอง อายุ 28 ปี และนางรัชดา บัวแก้ว อายุ 28 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 8.ต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพัทลุง และผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพัทลุง หลังจากที่ครอบครัวมีอาชีพเดินทางรับซื้อผลไม้ในพื้นที่ จ.ชุมพร แล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร เจ้าหน้าที่ชุดสืบภาค 8 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบภาค 9 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 พัทลุง จับกุมในข้อหาสมคบค้ามนุษย์ อั้งยี่ ซ่องโจร รวม 5 ข้อหา ส่งพนักนักงานสอบสวน สภ.ชุมพร

โดยเหตุเกิดเมื่อเดือนมกราคม 2562 และศาลตัดสินให้เป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมให้รับทรัพย์สินที่ตำรวจยึดไปคืนทั้งหมด ได้แก่ รถยนต์ 4 คัน เงินสด และเงินในบัญชีธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง แต่สุดท้ายรถยนต์ 4 คัน กลับหายไป 2 คัน ขณะที่เข้าไปขอรถยนต์คืนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ยังถูกเรียกรับเงินอีกคันละ 20,000 บาท แต่ก็ได้เข้าร้องให้อัยการจังหวัดชุมพร เข้าไกล่เกลี่ยตามคำตัดสินของศาลจนได้รถกลับคืนมา 2 คัน ส่วนอีก 2 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจคืนให้บริษัทไฟแนนซ์ตอนที่ทั้งคู่ยังอยู่ในเรือนจำ และบริษัทไฟแนนซ์เกียรตินาคิน และบริษัทโตโยต้าลีสซิ่ง ได้ฟ้องเรียกค่าชดเชยส่วนต่างอีก 1 ล้านกว่าบาท ทั้งที่ทั้งคู่อยู่ในเรือนจำ

ล่าสุด นายอนุรักษ์ รัตน์พันธุ์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ 8 ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง อีกหนึ่งผู้ได้รับความเสียหายจากคดีดังกล่าว โดยศาลยกฟ้อง และต้องเสียอิสรภาพไปพร้อมกับสองสามีภรรยา กล่าวว่า รู้สึกเสียใจต่อกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่อ้างข้อหาสมคบค้ามนุษย์ ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้อง และต้องอยู่ในเรือนจำกว่า 1 ปี 19 วัน จนกระทั่งศาลตัดสินเป็นผู้บริสุทธิ์ และพ้นผิด จากสำนวนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งฟ้องตามเอกสาร 75 หน้ากระดาษ จริงๆ แล้วอยากให้กระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมชาวบ้านต้องทำตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่ทำตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง เหมือนกับคดีของตนเอง ทางเจ้าหน้าที่ทำตามผู้บังคับบัญชาสั่งอย่างเดียว ทั้งที่ไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน

โดยตอนเกิดเหตุตนได้ขับรถบรรทุกพ่วงเทรลเลอร์รับจ้างบริษัท ซึ่งยอมรับว่าตนเป็นเจ้าของรถยนต์กระบะคันที่ประสบเหตุ และนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองจริง แต่รถคันดังกล่าวตนเองให้เขาเช่าไปเท่านั้น โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีสมคบการค้ามนุษย์ตามที่เจ้าหน้าที่กล่าวอ้าง ตนจึงออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ออกมารับผิดชอบ ซึ่งตนพร้อมกับสองสามีภรรยาได้ยื่นเรื่องต่อยุติธรรมจังหวัดพัทลุง เพื่อร้องขอความเป็นธรรม และให้การช่วยเหลือต่อไปแล้ว

อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง :
2 ผัวเมียร้องถูกตำรวจยัดข้อหาสมคบค้ามนุษย์ติดคุก 1 ปี 19 วัน เจอไฟแนนซ์รถฟ้องเรียกค่าเสียหายซ้ำ








Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...