xs
xsm
sm
md
lg

ส่อถังแตก! องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภูเก็ตเก็บภาษีไม่เข้าเป้าจ่ายช่วงโควิดไปเกินเป้า

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ส่อถังแตก! องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภูเก็ต รายได้หายหลังโควิด-19 ระบาด เก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า ทำโครงการพัฒนาชะงัก ต้องขอใช้เงินสะสม

นายกรีฑา โชติญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต
จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากรายรับทั้งจากการเก็บภาษี และเงินอุดหนุน ไม่สามารถจัดเก็บได้ตามเป้าที่วางไว้ ทำให้แผนพัฒนาและโครงการหลายๆ โครงการต้องหยุดชะงัก เนื่องจากไม่มีเงินเข้ามาดำเนินการประกอบกับทางกระทรวงมหาดไทยประกาศให้ท้องถิ่นเก็บภาษีใหม่ ได้มีการยกเว้นภาษี 90% ทำให้ท้องถิ่นเก็บได้แค่ 10%

นายกรีฑา โชติญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทางเทศบาลตำบลวิชิตได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปใช้ป้องกันและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ โดยมีการใช้งบประมาณในการดำเนินการทั้งงานควบคุม การเช่าพื้นที่กักกัน และการจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชน รวมจำนวน 27 ล้านบาท

ส่วนแนวทางในการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2564 ทางเทศบาลยังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่สำคัญของประชาชน การเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัย และอื่นๆ แม้ว่าปีนี้การจัดเก็บภาษีจะไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ซึ่งตามเป้าทางเทศบาลตั้งไว้ที่ประมาณ 380 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าขณะนี้เรามีรายรับเข้ามาประมาณ 300 กว่าล้านบาท รายได้หายไปประมาณ 70 กว่าล้านบาท แต่ถ้าถึงสิ้นเดือนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะจัดเก็บได้เท่าไหร่ สำหรับรายได้ที่หายไปส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการทำนิติกรรมที่ดิน ภาษีโรงเรือน และภาษีป้าย ซึ่งมีการลดหย่อนการเก็บภาษีทำให้เทศบาลจัดเก็บได้น้อยลง

นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีเทศตำบลราไวย์
นายกรีฑา กล่าวต่อไปว่า สำหรับรายรับที่ลดลง ยอมส่งผลต่อการพัฒนาโครงการใหญ่ๆ บ้าง โดยเฉพาะเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ที่เป็นโครงการใหญ่ที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก เช่น โครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ผู้สูงอายุ ที่จะต้องโยกไปดำเนินการในปี 2565 ส่วนงบประมาณด้านอื่นๆ ก็ยังมีเหมือนเดิมไม่ได้ส่งผลกระทบ

ขณะที่นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีเทศตำบลราไวย์ กล่าวว่า ในส่วนของเทศบาลตำบลราไวย์ นั้นในปีงบประมาณ 2563 รายรับทั้งจากการจัดเก็บภาษีและเงินอุดหนุนหายไปกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของเทศบาลตั้งเป้ารายรับไว้ที่ประมาณ 170 ล้านบาท ทำให้โครงการพัฒนาต่างๆ ต้องหยุดชะงักไปหลายโครงการ ขณะที่ในส่วนของเงินเดือนพนักงาน และลูกจ้างขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบเหมือนกับหลายแห่งในประเทศที่เริ่มมีปัญหาในเรื่องของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพนักงานจนต้องมีการทำหนังสือเพื่อขอใช้เงินสะสมแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูในปี 2564 ว่า การจัดเก็บภาษีและเงินอุดหุนจะมีแนวโน้มดีขึ้นหรือไม่ แต่ถ้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังส่งผลกระทบ การท่องเที่ยวยังไม่มีการติดตามที่ดีขึ้นเชื่อว่าการจัดเก็บภาษีไม่น่าจะเป็นไปตามเป้า ถึงตอนนี้คิดว่าสถานการณ์น่าจะแย่ลงไปมากว่านี้

ขณะที่รายจ่ายในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่นั้น ในส่วนของเทศบาลตำบลราไวย์ ใช้งบไปประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่นำไปใช้ในเรื่องของการป้องกัน เช่น การซื้ออุปกรณ์ป้องกัน การอบรมให้ความรู้ การทำหน้ากากอนามัย รวมทั้งการแจกเครื่องอุปโภคบริโภค และอื่นๆ อีกจำนวนมาก

น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองป่าตอง กล่าวว่า การเก็บภาษีของเทศบาลเมืองป่าตองปีนี้ถือว่าแย่ที่สุดโดยในปีนี้คาดว่าจะเก็บได้ประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งเดิมตั้งเป้าการเก็บไว้ที่ประมาณ 300 ล้านบาท หลังจากนั้นมีการปรับลดลงเหลือ 225 ล้านบาท แต่เมื่อรัฐบาลออกประกาศให้ลดการจัดเก็บภาษีที่ดินโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง 90% โดยจัดเก็บได้ในอัตรา 10% ก็จะเหลือรายได้ที่สามารถจัดเก็บได้แค่ 25 ล้านบาท แต่ขณะนี้ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผลผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังมีอยู่และไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทำให้สถานประกอบการต่างๆ ในพื้นที่ป่าตองยังปิดให้บริการ เจ้าของสถานประกอบการย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ทำให้การจัดเก็บภาษีไม่สามารถจัดเก็บได้

เมื่อไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ ทำให้ทางเทศบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอในการไปทำโครงการต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้ในแผนงาน โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องยกเลิกทั้งหมด นอกจากนั้น ในส่วนของการอบรมพัฒนาศักยภาพคนในพื้นที่ก็ต้องยกเลิกไปก่อน ซึ่งอาจจะรวมไปถึงเงินเดือนพนักงานและเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นเกือบทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

น.ส.เฉลิมลักษณ์ กล่าวต่อไปอีกว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวอาจจะทำให้ท้องถิ่นหลายแห่งต้องทำหนังสือขอใช้เงินสะสมออกมาใช้ก่อนจนกว่าการจัดเก็บภาษีจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งในปีหน้ายังไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร แต่ปีนี้ถือว่าหนักมาก รายได้ที่รัฐสนับสนุนมาก็ถูกตัด ยังไม่รู้ว่าจะได้รับการสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน

น.ส.เฉลิมลักษณ์ ยังได้กล่าวถึงการใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ในส่วนของเทศบาลเมืองป่าตองได้ใช้งบประมาณในการดำเนินการประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของการป้องกัน การดูแลรักษา และการเช่าโรงแรมเพื่อดูแลในส่วนของคนที่เข้าข่ายต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่ติดเชื้อโควิด นอกจากนั้น ยังนำเงินไปใช้ในส่วนของการแจกข้าวกล่อง การตรวจคัดกรอง การแจกถุงยังชีพ และอื่นๆ



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...