xs
xsm
sm
md
lg

ศาลอนุมัติหมายจับ 3 แกนนำเหิม นำกำลังปิดล้อมเรือบังคับเจ้าหน้าที่นั่งตากแดด ชิงตัวผู้ต้องหา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี - ศาลอนุมัติหมายจับ 3 แกนนำสุดเหิม นำชาวบ้านกว่า 100 คน เข้าปิดล้อมเจ้าหน้าที่หลังจับกุมเรือลักลอบคราดหอยแครงในเขต 3,000 เมตร ก่อนชิงตัวผู้ต้องหา และเรือ แถมบังคับ “ประมงอำเภอไชยา” นั่งตากแดดนาน 5 ชม. ต่อรองห้ามเอาผิด


จากกรณีเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 09.30 น. ชาวประมงพื้นบ้านจากหมู่บ้านสันติสุข ต.บางกุ้ง อ.เมือง และชาวบ้านท่าทองใหม่ ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี นำเรือประมงพื้นบ้าน 20 ลำ พร้อมมวลชนประมาณ 100 คน นำโดย นายอนุชา บินมูซา นายรักษ์พล เวชวัฒน์ แกนนำ เข้าล้อมปิดเรือตรวจการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี ขณะกำลังลากจูงเรือประมงผิดกฎหมายมาถึงร่องน้ำอ่าวบ้านดอน ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

หลังตำรวจน้ำ ร่วมกับประมงจังหวัด สนธิกำลังลงพื้นที่บริเวณแหลมซุย อำเภอไชยา เนื่องจากได้รับแจ้งจากชาวประมงพื้นบ้านว่า มีเรือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่รุกล้ำพื้นที่อ่าวบ้านดอน ในระยะ 3 ไมล์ทะเล เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบเรือประมงลำดังกล่าวได้ทำการคราดปลิงทะเลและคราดหอยแครงในพื้นที่ 3 ไมล์ทะเล บริเวณแหลมซุย อำเภอไชยา ด้วยเรือประมงขนาดใหญ่ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม และทำการลากจูงเรือประมงพื้นบ้านรายดังกล่าวไปยังสถานี ตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี เพื่อบันทึกจับกุม

ซึ่งกลุ่มมวลชน ซึ่งนำโดย นายอนุชา ได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุม และเรือ โดยให้ประมงอำเภอซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนั่งอยู่บริเวณหัวเรือนานหลายชั่วโมง พร้อมยื่นข้อเรียกร้องไปยังประมงจังหวัด ประกอบด้วย 1.ให้จัดที่ทำมาหากินของชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่อ่าวบ้านดอนให้ชัดเจน พิจารณาถึงเครื่องมือคราด และนำเรื่องขึ้นไปในระดับนโยบาย เนื่องจากชาวประมงพื้นบ้านเห็นว่า อุปกรณ์คราดหอยช่วยพลิกหน้าดิน เก็บกวาดท้องทะเลให้สะอาด ขอผ่อนผันให้ชาวประมงสามารถหากินได้


2.ให้ย้าย นายสมพร เกื้อสกุล หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง ออกจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่เป็นธรรม 3.ให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวผู้กระทำผิดและไม่ดำเนินคดีต่อผู้ที่มาชุมนุม

แต่ทางประมงจังหวัดไม่สามารถให้ตามคำขอของกลุ่มประมงพื้นบ้านได้ สร้างความไม่พอใจแก่แกนนำ และกลุ่มประมงพื้นบ้าน แกนนำเลยประกาศให้กลุ่มประมงพื้นบ้านปิดปากอ่าวบ้านดอน และอาศัยช่วงชุลมุนพร้อมแย่งเรือของกลาง และผู้ถูกจับไปจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมก่อนหลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ โดยนายนิรันดร์ พรหมควร ประมงอำเภอไชยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.กนกพงษ์ สำราญใจ สว.ส.2 ตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี ผู้บังคับเรือตรวจการณ์ 78 เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ให้ดำเนินคดีต่อแกนนำชาวประมงที่เข้าก่อเหตุ


ล่าสุด วันนี้ (11 ก.ย.) พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสาตต์ ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้อนุมัติหมายจับ นายอนุชา บินมูซา หรือบังหมัดดำ อายุ 44 ปี น.ส.วรรณดี เทศงาม อายุ 52 ปี และนายสายันต์ ศักดิ์ทอง อายุ 37 ปี ตามหมายจับที่ จ.223/2563, จ.224/2563 และ จ.225/256 ในความผิด 5 ข้อหา ฐาน “ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่หรือให้ละเว้นปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ร่วมกันกระทำด้วยประการใดให้ผู้ถูกคุมขังตามอำนาจของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหลุดพ้นจากการคุมขังไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย

ร่วมกันช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่ และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม สำหรับนายอนุชา หรือบังหมัดดำ บินมูซา เคยเป็นแกนนำล้อมรถตำรวจ เมื่อวันที่ 20 พ.ค.63 โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย เข้าไปจับกุมชาวประมงพื้นบ้านและเรียกเงินเพื่อแลกไม่ถูกดำเนินคดี แต่ได้ถูกชาวบ้านจำนวนมากล้อมรถไว้ที่ชุมชนบ้านสำโรง หมู่ 4 ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...