xs
xsm
sm
md
lg

สองชัยชนะอันสำคัญของ “ชาวบ้านเหมืองตะกั่ว”! กมธ.ตัดงบฯ-กระทรวงเกษตรฯ ตั้งกรรมการศึกษา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

โดย...ศูนย์ข่าวภาคใต้
    


นับเป็นชัยชนะอีกครั้งของเครือข่ายรักษ์โตนสะตอและขาวบ้านเหมืองตะกั่ว ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เมื่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามในคำสั่งเมื่อวันที่ 3 ก.ย. แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว โดยกำหนดให้แล้วเสร็จและรายงานผลภายใน 60 วัน รวมทั้ง กำหนดให้ในระหว่างนั้น กรมชลประทานจะยังไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

หลังจากที่ชาวบ้านกลุ่มนี้คัดค้านโครงการนี้มาอย่างยาวนาน หมุดหมายสำคัญก็ตั้งแต่ปี 2557 กระทั่งวันที่ 17 ส.ค.2563 ชาวบ้านได้เดินทางไปชุมนุมคัดค้านโครงการนี้ที่ศาลากลางจังหวัดพัทลุง เพื่อยื่นหนังสือให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยกเลิกโครงการ “เขื่อนเหมืองตะกั่ว” ตามที่ชาวบ้านเรียก

ครั้งนี้ พวกเขาประกาศปักหลักนอนรอคำตอบด้านหน้าทางขึ้นศาลากลางจังหวัดพัทลุง จนผู้ว่าราชการจังหวัดออกหนังสือ “ขอ” ให้ออกไปจากพื้นที่ศาลากลางจังหวัดพัทลุง ภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 20 ส.ค. เนื่องจากได้พักค้างคืนอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุงเป็นช่วงระยะเวลาพอสมควรแล้ว ซึ่งศาลากลางจังหวัดเป็นสถานปฏิบัติราชการของข้าราชการ เพื่อบริการประชาชน จึงเกิดความไม่สะดวกต่างๆ ขึ้นแก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการและข้าราชการผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาด และการรักษาความปลอดภัยของสถานที่ราชการ ก็ขอให้ได้ออกไปจากพื้นที่ดังกล่าว

เมื่อปักหลักรอหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุงไม่ได้ พวกเขาจึงมุ่งหน้าไปฟังคำตอบจากนายกรัฐมนตรีกันเองที่กรุงเทพมหานครฯ

24 ส.ค.2563 ชาวบ้านเดินทางมาถึง พวกเขาเลือกที่จะไปรอคำตอบอยู่ด้านหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถานที่ต้นสังกัดของกรมชลประทาน เจ้าของโครงการ ซึ่งได้มีการประชุมหารือร่วมกับเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนัดหมายพูดจากัน ทั้งนี้ ก็ด้วยความ “บังเอิญ” ที่การมาของชาวบ้านเหมืองตะกั่ว พอดีกับที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ จ.ระยอง

บรรยากาศที่สำนักงาน กปร.
ระหว่างที่รอคอยคำตอบจากทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น พวกเขาได้เดินทางไปหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง ทั้งสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเข้าพบและยื่นหนังสือคัดค้านให้แก่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของสภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กมธ.พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ซึ่งต้องพิจารณางบประมาณของโครงการ “เขื่อนเหมืองตะกั่ว” ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้เสนอเข้ามา

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
(กปร.) คืออีกหน่วยงานหนึ่งที่ชาวบ้านและเครือข่ายรักษ์โตนสะตอไปขอพบ ซึ่งแรกเข้าไปสร้างความไม่น่าประทับใจให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป กว่าจะเจรจากันได้ ท้ายที่สุดก็ให้พวกเขาเข้าไป แต่ให้ไปคุยกันที่ “ลานจอดรถ”

นายเรียง สีแก้ว เครือข่ายปกป้องดิน น้ำ ป่า นครศรีฯ-พัทลุง หนึ่งในแกนนำผู้ร่วมคัดค้านโครงการ กล่าวถึงการไปสำนักงาน กปร.ว่า สร้างความผิดหวังให้แก่ชาวบ้านที่มาตากร้อนตากลมอยู่ที่นี่ เพราะไม่ได้รับการตอบรับการปฏิบัติที่เหมาะสมมากนัก ในฐานะที่เป็นประชาชน เป็นเจ้าของประเทศ จ่ายภาษี
โดนกีดกันไม่มีผู้ใหญ่ที่ตัดสินใจได้ลงมาพบปะหรือพูดคุย ที่เจ็บหนักมาก เราถูกจัดให้ไปนั่งในลานจอดรถ ถือว่าเป็นการกระทำที่ย่ำยีชาวบ้านเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ผลของการเจรจากับสำนักงาน กปร.นั้น นายวรา จันทร์มณี ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ในฐานะที่ปรึกษากลุ่มรักษ์โตนสะตอ เปิดเผยว่า สำนักงาน กปร.ได้ส่งผู้บริหารระดับกลางมารับเรื่อง และชี้แจงว่า โครงการนี้สำนักงาน กปร.เป็นเพียงคนกลาง ประสานเรื่อง ไม่มีสิทธิจัดการโครงการ อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กปร.จะช่วยประสานให้เกิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้าน ซึ่งตนในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนได้เสนอว่า ไม่ควรนำชาวบ้าน 2 ฝ่ายมาขึ้นเวทีเดียวกัน แต่ควรแยกฝ่ายสนับสนุนและคัดค้านกันคนละครึ่งวัน กปร.ก็จะได้รับข้อมูลทั้งหมด

“กปร.ยอมรับว่า โครงการพระราชดำริ หากมีความขัดแย้งในพื้นที่ และหากประชาชนไม่ยินยอมก็จะทำไม่ได้ กปร.จะเป็นเจ้าภาพประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เวทีรับฟังความคิดเห็นให้ภายในเดือน ก.ย.นี้” นายวรา กล่าว


หลังจากผิดหวังจากสำนักงาน กปร. ชาวบ้านได้ย้ายจากหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มานอนตากแดดตากฝนกันหน้าทำเนียบรัฐบาล ช่วงนี้เองที่ได้มีการเจรจากับรัฐบาลผ่านทางนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีข้อตกลงกันว่า ให้ตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายไปศึกษาโครงการนี้อีกครั้ง โดยระหว่างการศึกษาขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี
ลงนามในคำสั่งชะลอโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว

แต่ก็ต้องมาผิดหวังซ้ำอีก เมื่อ "สัญญาไม่เป็นสัญญา" ชาวบ้านรอคอยลายเซ็นของ พล.อ.ประยุทธ์ มาหลายคืน!

และแล้วก็มีสิ่งหนึ่งที่สร้างความชุ่มชื้นหัวใจให้แก่ชาวบ้านเหมืองตะกั่ว และอีกหลายคนที่คอยเอาใจช่วยพวกเขา นั่นก็คือ ผลการพิจารณาของ กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในคืนวันที่ 31 ส.ค. ที่มีมติอย่างเฉียดฉิว 22-21 เสียง ให้ตัดงบประมาณของ
“โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พัทลุง”

เบื้องหลังการลงคะแนนเป็นไปอย่างน่าลุ้นระทึก นั่นก็เพราะเมื่อนับจำนวน กมธ.แล้ว
ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ฝ่ายค้านที่เสนอให้ตัดงบดังกล่าวจะลงมติชนะฝ่ายรัฐบาล แต่กลับกลายเป็นว่า ฝ่ายรัฐบาลจำนวน 9 คน งดออกเสียง แล้วมีคะแนนจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจากพรรคภูมิใจไทย เป็นตัวตัดสินให้ชนะมาได้เพียงหนึ่งเสียง โดยเป็น ส.ส.จาก จ.พัทลุง ที่คงต้องฟังเสียงจากคนในพื้นที่ของตัวเอง

ส่วนหนึ่งของชัยชนะครั้งนี้ก็เชื่อได้ว่าเนื่องมาจากแรงกดดันของชาวบ้านที่มาร่วมกันชุมนุมคัดค้าน คนพัทลุงในพื้นที่ และคนนอกพื้นที่ที่ร่วมกันกดดัน จนเกิดแฮชแท็ก #หยุดเขื่อนเหมืองตะกั่ว โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ที่มีการดันกันจนติดเทรนด์ของประเทศไทย

ชาวบ้านเหมืองตะกั่วปักหลักรอคอยหน้าทำเนียบ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า กมธ.งบประมาณจะตัดโครงการ “เขื่อนเหมืองตะกั่ว” ออกจากงบประมาณรายจ่ายปี 2564 แล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการศึกษา และคำสั่งชะลอโครงการจากนายกรัฐมนตรี มิหนำซ้ำ กรมชลประทาน เจ้าของโครงการ ยังคงเร่งเดินหน้าโครงการ โดยเมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายสมพงค์ ประทีปแก้ว หัวหน้าฝ่ายจัดหาที่ดินที่ 3 ส่วนจัดหาที่ดินที่ 4 และนายทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ 3 เข้าพบนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง

การเข้าพบครั้งนี้ก็เพื่อชี้แจงงบประมาณค่าซื้อที่ดินค่าทดแทน ค่ารื้อย้ายในการจัดหาที่ดินเพื่อการชลประทาน โครงการอ่างน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พัทลุง ซึ่งเป็นการปรับแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณจากรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณที่ได้กันเงินไว้ และไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทันมาดำเนินรายการค่าซื้อที่ดิน ค่าทดแทน ค่ารื้อย้ายในการจัดหาที่ดินเพื่อการชลประทานของโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ผวจ.พัทลุงได้กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทานในวันที่ 8 ก.ย.2563 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมแพรทอง ศาลากลางจังหวัดพัทลุง เพื่อให้ดำเนินการเบิกจ่ายแล้วเสร็จ ภายในปีงบประมาณ พ.ศ.2563

ชาวบ้านดีใจหลังทราบข่าวว่า กมธ.งบฯ ตัดงบประมาณของเขื่อนเหมืองตะกั่วออก
งานนี้ ทำให้ชาวบ้านมึนงงกันมาก นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เครือข่ายเขียนอนาคตประเทศไทย ถึงกับตั้งคำถามว่า ตกลงประเทศนี้ใครใหญ่?!

นายประสิทธิ์ชัย มองว่า กมธ.งบประมาณ ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎร ได้ตัดงบประจำปี 2654 ที่ใช้สร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว แต่ข้าราชการกรมชลประทาน และมหาดไทยประชุมทันควัน โยกงบเหลือจ่ายปี 2563 มาจ่ายก่อน
ทดแทนงบที่ถูกตัด


“ตกลงประเทศนี้ใครใหญ่ ข้าราชการใหญ่ครับ ประเทศไทยวันนี้ผมเข้าใจอย่างซาบซึ้งว่า ทำไมเคยมีงานวิชาการสำคัญที่ท่านอานันท์ ปันยารชุน และคุณหมอประเวศ วะสี
และคณะ เคยเสนอว่า ให้ยุบราชการส่วนภูมิภาค ให้เหลือแต่ราชการส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น”


“การที่กรมชลประทานดันทุรังใช้งบเหลือจ่าย 2563 โดยไม่ส่งคืนคลัง ไม่เคารพเสียงสภาผู้แทนฯ และเสียงประชาชน นายกฯ ประยุทธ์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด ต้องรับผิดชอบครับ” นายประสิทธิ์ชัย กล่าว

ชาวเหมืองตะกั่วเดินทางกลับถึงบ้านหลังได้รับชัยชนะอันสำคัญ
ไม่พ้นวัน เมื่อเรื่องราวนี้ขยายออกไป กรมชลประทาน โดยเพจ "สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่สิบหก" ที่ลงเรื่องราวการเข้าพบกับ ผวจ.พัทลุง ก็ต้องรีบลบโพสต์ดังกล่าวออกไป ตามมาด้วยคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ 2/2563 เรื่อง
แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้มีคณะกรรมการจาก 12
หน่วยงานและองค์กร ประกอบด้วย ผวจ.พัทลุง เป็นประธาน มีกรรมการมาจากสำนักงาน กปร. สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กลุ่มรักษ์โตนสะตอ กลุ่มประชาชนที่สนับสนุนโครงการ และกรมชลประทาน

คณะกรรมการนี้มีอำนาจหน้าที่ศึกษาข้อมูล
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาของโครงการ
และพิจารณากำหนดแนวทางในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยมีผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และให้รายงานผลให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบ ภายใน 60 วัน ทั้งนี้ ในระหว่างที่มีการศึกษา กรมชลประทานจะยังไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ


ไม่ว่าการตั้งคณะกรรมการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้จะเพื่อซื้อเวลา
เพื่อลดแรงเสียดทานจากสังคม หรือจะโดยความจริงใจในการจะแก้ปัญหาร่วมกันหรือไม่ อย่างไร แต่วันนี้ ชาวบ้านเหมืองตะกั่วก็ได้กลับบ้านกันแล้ว กลับไปพร้อมกับความเบิกบานหัวใจกับสิ่งที่พวกเขาได้ร่วมกันต่อสู้กันมา ทั้งเป็นการต่อสู้เพื่อพวกเขาและลูกหลานของพวกเขาเองที่จะได้อาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ หรือแม้แต่การต่อสู้เพื่อคนไทยทั้งประเทศ ที่จะยังคงเก็บรักษาผืนป่าไว้ได้อีกแห่งหนึ่ง

วันนี้ ชาวบ้านเหมืองตะกั่ว ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง กลับถึงบ้านแล้ว หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาเกือบ 1 เดือน พวกเขากลับไปพร้อมกับข้อความถึงคนที่บ้านว่า “พวกเราชนะแล้ว” แม้จะยังไม่ชนะเด็ดขาด แต่ 2 ยกที่ผ่านมา ก็เป็นชัยชนะที่สำคัญ ต่อจากนี้อีก 60 วัน พวกเขาตั้งมั่นแล้วว่า จะเดินหน้าต่อสู้ต่อไปเพื่อชัยชนะอันเด็ดขาด ชัยชนะที่จะไม่มีโครงการชื่อ “เขื่อนเหมืองตะกั่ว” อีกต่อไป


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...