xs
xsm
sm
md
lg

“งูดำ” เลื้อยสู่ชนบท มันนำพาความเจริญ ความมั่งคั่ง หรือความยากจนไปให้กันแน่?!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 
คอลัมน์ : จากนาบอนถึงริมฝั่งเจ้าพระยา / โดย... ยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ผู้ดำเนินรายการสภากาแฟช่อง NEWS 1
 

ขอบคุณภาพต้นฉบับจากอินเทอร์เน็ต

“งูดำตัวใหญ่เลื้อยพาดผ่านชนบท สู่ขุนเขาบนดอยสูง ความยากจนจะมาเยือนหมู่เฮา หมู่เฮาจะยากจนนัก”

ผมยังจำคำพูดที่เป็นปริศนา​ธรรมที่ปราชญ์​ชาวบ้านที่ภาคเหนือได้ดี ท่านพูดกับผู้สื่อข่าวและนักพัฒนาเมื่อ 25 ปีผ่านมาแล้ว

เช่นกันในช่วงปี 2540 ผญาของปราชญ์ชาวนาอีสาน พ่อผาย สร้อยสระกลาง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านเคยบอกเล่าให้สื่อมวลชนฟัง ซึ่งผมยังจดบันทึกผญานั้นเอาไว้ความว่า

“เบิ่งกันจักหน่อย เมื่อโลกก้าวไปข้างหน้า ควายที่เคยเลี้ยงเหลือน้อยเต็มที ชาวนาหลงใช้ควายเหล็ก เครื่องจักรกล ดินก้อนเดียวก็บ่ได้ ยิ่งดิ้นรนหาความสบาย ก็ยิ่งหายใจลำบาก หนี้สินเต็มนา”


คำผญาของปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสาน ปริศนาธรรมคำพูดปราชญ์ชาวบ้านภาคเหนือ ล้วนมีความหมายต่อการสร้างความเข้าใจ มันคือเสียงสะท้อนจากหมู่บ้านว่าด้วยการพัฒนาหมู่บ้านและชนบท

ชาวนาภาคภาคกลางก็มักจะบ่นให้ฟังกันแทบทุกครั้ง เมื่อสื่อมวลชนลงพื้นที่ไปสอบถามสภาพเศรษฐกิจความเป็นอยู่ เสียงรำพึงรำพันถึงความขัดสนของพวกเขาก็จะดังก้องว่า

“ทำนาปีมีหนี้กับซัง ทำนาปรังเหลือซังกับหนี้”


ในหลวง ร.9 เสด็จเยี่ยมไร่ถั่วแดง ไร่ข้าวสาลี ณ ดอยผาหมี เมื่อปี 2513 (ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต)
3 ทศวรรษผ่านมาแล้วที่ชาวนา ชาวไร่ต้องส่งลูกชาย ลูกสาวเข้าไปเป็นแรงงานในเมืองใหญ่ ไปอยู่ตามโรงงานทอผ้าที่อ้อมน้อยบ้าง อ้อมใหญ่บ้าง โรงงานฟอกหนังย่านสมุทรปราการบ้าง โรงงานขันสกรูชิ้นส่วนรถยนต์ของญี่ปุ่นแถวจังหวัดฉะเชิงเทราก็เยอะ

วันนี้เทคโนโลยีมาแทนที่แรงงานมนุษย์ เขตอุตสาหกรรมของประเทศไทยไม่ว่าจะที่ไหน รังสิต อ้อมน้อย อ้อมใหญ่ สมุทรปราการ โรงงานต่างๆ กลายเป็นโกดังรกร้าง มีแต่ฝุ่นและหยากไย่ใยแมงมุม

หลังโควิด-19 เศรษฐกิจไทยเปราะบางมากในปี 2563 นี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า จะมีบัณฑิตตกงานประมาณ 5 แสนคน!

ในวิกฤตสังคมที่ยากลำบาก เราลองย้อนคิดทบทวนตั้งหลักกันใหม่ดีไหม?

โดยเฉพาะการคิดทบทวนกันถึง “เส้นทางการพัฒนาประเทศ” ว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร อนาคตควรจะไปในทิศทางไหน?!
 

50 ปีผ่านไปดอยผาหมีกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ลูกหลานชาวดอยสูงเปลี่ยนวิวทิวทัศน์?เป็นทุนท่องเที่ยว?ของหมู่บ้าน (ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต)
“การจะพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่างให้เจริญนั้น จะต้องสร้างและเสริมขึ้นจากพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ก่อนทั้งสิ้น ถ้าพื้นฐานไม่ดี หรือคลอนแคลนบกพร่องแล้ว ที่จะเพิ่มเติมเสริมต่อให้เจริญขึ้นไปอีกนั้น ยากนักที่จะทำได้ จึงควรจะเข้าใจให้แจ้งชัดว่า นอกจากมุ่งสร้างความเจริญแล้ว ยังต้องพยายามรักษาพื้นฐานให้มั่นคง ไม่บกพร่อง พร้อมๆ กันได้”
 
พระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2523

เมื่อได้อ่านพระบรมราโชวาทดังกล่าว ก็ให้หวนคิดถึงคำพูดที่เป็นปริศนา​ธรรมที่ปราชญ์​ชาวบ้านภาคเหนือฌเคยกล่าวไว้

“งูดำตัวใหญ่เลื้อยพาดผ่านชนบท สู่ขุนเขาบนดอยสูง ความยากจนจะมาเยือนหมู่เฮา หมู่เฮาจะยากจนนัก”


นี่คือความเจริญที่หลงลืมรากฐาน มิได้คิดต่อยอดจากฐานทรัพยากรดั่งเดิมที่มีในแผ่นดิน ทั้งๆ ที่บรรพชนบนดอยสูงในชนบทท่ามกลางท้องทุ่งท่านทำไว้ดีแล้ว
 

ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต
“งูดำตัวใหญ่” ก็คือ “ถนน”

เป็นถนนที่เลื้อยเข้าไปในนามของความเจริญ อาหารจากเมือง ปลากระป๋อง เนื้อบด สารเคมี ดอกเบี้ยและหนี้สิน ต่างก็เดินทางเข้าไปพร้อมๆ กับงูดำตัวใหญ่ตัวนี้

แน่นอนมีความสะดวกสบายตามเข้าไปด้วยเช่นกัน ไฟสว่าง อยู่กันบนดอยสูงไม้ฟืนเชื้อเพลิงมีอยู่ในหมู่บ้านแท้ๆ แต่กลับปล่อยทิ้งให้ปลวกกิน แต่ยอมจ่ายเงินแล้วบรรทุกถังแก๊สจากเมืองขึ้นดอยเพื่อไปใช้หุงหาอาหาร เพราะกลัวว่าการจุดไฟด้วยไม้ฟืนคือ ความไม่เจริญ

รายจ่ายเพิ่ม รายได้หากันไม่พอกับค่าใช้จ่าย แม้แต่น้ำดื่มเวลานี้ก็ต้องขนใส่ขวดไปจากเมือง

หมู่บ้านเคยพึ่งตนเองได้ในความมั่นคงด้านอาหาร ข้าวเคยปลูกกินเอง เผือกมันเคยปลูกตามหัวไร่ปลายนา ปศุสัตว์​ขนาดเล็กก็เคยเลี้ยง หมูพื้นบ้าน ไก่พื้นบ้าน กล้วยเคยปลูกทุกมุมของรั้วบ้าน สิ่งเหล่านี้รอการฟื้นฟู

ภาพเหล่านี้คือ เศรษฐกิจพอเพียง การพึ่งตนเอง ความมั่นคงในหมู่บ้านและชนบทของสังคมไทย

มาวันนี้ซื้อกินทุกอย่างจากเมือง กู้ธนาคารเพื่อมาซื้ออาหารกิน เส้นทางแห่งการอับจน ความยากจน หนี้สินก็ติดตามกันมากว่า
3 ทศวรรษเข้าไปแล้ว
 

ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต
หลังการระบาดของโควิด-19 เกิดการเคลื่อนย้ายประชากรครั้งใหญ่ แรงงานกลับสู่ถิ่นฐานที่ชนบทอีกครั้ง และจะคงอยู่ที่นั่นยาวนานหรือไม่ก็กันตลอดไป เพราะโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว

ที่หมู่บ้าน ในท้องทุ่ง หรือกระทั่งบนดอยสูงกำลังรอการฟื้นฟู!

ในหน้าประวัติศาสตร์​เศรษฐกิจ​ของสังคมไทย ใช่ว่าในวิกฤตจะไม่มีโอกาสก่อเกิดสิ่งใหม่

เราได้เห็นความพยายามที่จะฟื้นฟูฐานราก เพื่อให้ปัญญาชน บัณฑิต คนหนุ่มสาวจำนวนมากได้มีส่วนในการกลับสู่ชนบท เพื่อฟื้นฟูฐานรากของประเทศ

“โครงการบัณฑิตอาสา” หรือ “โครงการยุวชนสร้างชาติ” หรือโครงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อปั้นผู้ประกอบการจากบัณฑิตใหม่และบัณฑิตที่ว่างงาน เรื่องราวเหล่านี้มีปรากฏให้เห็นแล้ว

ในวิกฤต​ย่อมก่อเกิดสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นได้เสมอ ก็ได้แต่หวังว่าโอกาสในวิกฤตที่กำลังมาถึงครั้งนี้ก็เช่นกัน

ก็ต้องรอดูกันว่า รัฐบาลจะมีนโยบายสร้างงาน สร้างโอกาสให้คนหนุ่มสาว โดยเฉพาะกับบัณฑิต​ที่กำลังตกงานได้เดินทางลงสู่หมู่บ้านชนบท สู่ท้องทุ่ง และสู่ดอยสูงอย่างไร

“ปัญญา” ​คือ ความเข้มแข็ง​ของหมู่บ้าน ถึงเวลาต้องเติมปัญญาให้ฐานที่มั่นสุดท้าย เพื่อสร้างทุนทางปัญญาให้แผ่นดิน!




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...