xs
xsm
sm
md
lg

ธนารักษ์ไม่ถอนสภาพที่ราชพัสดุจุดสร้างรั้วบนชายหาด ย้ำไม่มีสิทธิครอบครองเตรียมดำเนินการตามกฎหมาย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ธนารักษ์ไม่ถอนสภาพที่ราชพัสดุแปลงเจ้าปัญหาบริเวณหาดบางเทา จุดที่มีการสร้างรั้วสังกะสีเป็นชายหาดสาธารณะ แต่ย้ำไม่มีใครมีสิทธิเข้าไปครอบครองทำประโยชน์ได้ เตรียมดำเนินการตามกฎหมาย




เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (31 ก.ค.) นายมาแอน สำราญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดภูเก็ต สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงจังหวัดภูเก็ต ที่ดินอำเภอถลาง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่มีการสร้างรั้วสังกะสีบนชายหาดบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ความยาวประมาณ 200 เมตร ซึ่งจากการลงพื้นที่ พบว่า ทางผู้ครอบครองที่ดินราชพัสดุที่ได้มีการสร้างรั้วสังกะสีได้รื้อรั้วออกไป แต่ยังเหลือร่องรอยของเสาเหล็ก รวมทั้งเศษไม้และเศษสังกะสีที่ยังอยู่บนชายหาดบางส่วน นอกจากนั้น พบว่าบริเวณที่ดินแปลงดังกล่าวมีการปรับพื้นที่บริเวณแนวต้นสนบางส่วน มีการยกโครงเหล็ก และมีการสร้างห้องน้ำบางส่วน

อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในส่วนของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ได้รายงานผลการตรวจสอบระบุ ว่า 1.องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ได้ดำเนินการให้ผู้ก่อสร้างรื้อถอนแนวรั้วสังกะสีที่ปิดกั้นพื้นที่ทางลงหาดออกจากชายหาดแล้ว


2.ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นที่ดินราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ ภก.263 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และยังเป็นที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ จึงไม่มีผู้ใดมีสิทธิเข้าครอบครองหรือเข้าทำประโยชน์ได้ ทั้งนี้ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ภูเก็ตจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้ ผู้แทนจากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ราชพัสดุ ซึ่งก่อนหน้านี้ มีการขอสัมปทานเหมืองแร่ ที่มีการบังคับซื้อมาจากชาวบ้านที่มีเอกสารสิทธิจำนวน 202 แปลง เพื่อมาออกสัมปทานบัตรเหมืองแร่ให้แก่ผู้ที่มาขอสัมปทาน และมีเงื่อนไขว่าเมื่อเลิกทำเหมืองแร่แล้วจะต้องขายคืนให้แก่เจ้าของเดิม โดยที่ดินแปลงนี้หมดประทานบัตรเหมืองแร่ไปเมื่อปี 2502


เมื่อหมดสัมปทานบัตรแล้ว ชาวบ้านก็ได้มีการขอซื้อคืน ซึ่งขณะนี้มติ ครม.ออกมาให้ขายคืนให้แก่เจ้าของที่ดินเดิม ได้เมื่อปี 2529 อย่างไรก็ตาม หลังมีมติดังกล่าวออกมาก็ได้มีการรังวัดและกันแนวเขตต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งในส่วนของถนนและชายหาด ขณะนี้รอเพียง พ.ร.บ.การขายคืนออกมาเท่านั้น ซึ่งขณะนี้มีการออกโฉนดเรียบร้อยแล้วแต่อยู่ในนามของกระทรวงการคลัง

ส่วนระยะนี้ซึ่งยังไม่มี พ.ร.บ.ขายคืนออกมา คนที่ครอบครองที่ดินราชพัสดุในบริเวณดังกล่าวไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวได้ เพราะฉะนั้นการทำรั้วหรือก่อสร้างไม่สามารถทำได้ ในกรณีที่มีการดำเนินการทางธนารักษ์ก็จะต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ด้าน นายมาแอน สำราญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล ระบุว่า เรื่องการทำรั้วของคนที่อ้างสิทธิในที่ดินราชพัสดุดังกล่าวพยายามเคยทำรั้วมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แต่ทาง อบต.ก็ได้เข้าไปเจรจา จนยกเลิกไปเพราะภาพที่ออกมาน่าเกลียด มีการสร้างอยู่บนกลางหาด จนกระทั่งมาเกิดขึ้นอีกในครั้งนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ มีการดำเนินการสร้างร้านอาหาร ร้านนวด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าที่ดินดังกล่าวอยู่คาบเกี่ยวระหว่างที่ดินราชพัสดุซึ่งผู้ดูแลคือ กรมธนารักษ์ และชายทะเลซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมเจ้าท่า ซึ่งในหลักฐานไม่ปรากฏคำว่าหาดสาธารณะ


จึงได้สอบถามกับทางผู้แทนจากเจ้าท่า และผู้แทนจากสำนักงานธนารักษ์ว่าจะเปลี่ยนสภาพที่ดินที่มีปัญหาหรือไม่ เพราะสภาพที่ชาวบ้านเห็นในปัจจุบันคือ พื้นที่ดังกล่าวเป็นชายหาดควรจะเป็นชายหาดสาธารณะ แต่ทั้ง 2 หน่วยงานยืนยันว่าไม่สามารถเปลี่ยนสภาพหรือแก้ไขให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ จึงสรุปได้ว่า แนวเขตของธนารักษ์ของที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่บนชายหาด เนื่องจากที่ผ่านมา มีการกัดเซาะชายหาดเข้ามาเรื่อยๆ จากแนวเขตที่ดินที่อยู่ริมชายหาดก็ถูกกัดเซาะจนไปอยู่กลางหาดตามสภาพที่เห็นในปัจจุบัน


เมื่อไม่มีการเปลี่ยนสภาพ ตนในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล หรือ อำเภอที่มีหน้าที่ในการดูแลชายหาดสาธารณะไม่สามารถที่จะเข้าไปดูแลในพื้นที่ดังกล่าวได้ เพราะไม่ได้มีการระบุว่าเป็นชายหาดสาธารณะ หากมีการเปลี่ยนสภาพและระบุให้เป็นชายหาดสาธารณะ และมีคนเข้าไปก่อสร้าง ปรับพื้นที่ก็สามารถที่จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ซึ่งเรื่องนี้ตนจะต้องให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง ส่วนถ้ามีการทำผิดในพื้นที่ของธนารักษ์ หรือของเจ้าท่า ทางทั้ง 2 หน่วยงาน จะต้องเข้าไปดำเนินการตามกฎหมายของแต่ละหน่วยงานต่อไป


ส่วนการก่อสร้างในพื้นที่นั้น ขณะนี้ขอยืนยันว่าทางเทศบาลยังไม่มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างให้แก่พื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วนเรื่องที่ดินดังกล่าวจะมีการเช่าจากราชพัสดุหรือไม่อย่างไรตนไม่ทราบ ต้องเป็นหน้าที่ของทางธนารักษ์ ในส่วนของ อบต.ก็ต้องว่ากันไปตามหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยข้อเท็จจริงแล้วอยากให้มีการถอนสภาพพื้นที่ดังกล่าวเป็นชายหาดสาธารณะ เพราะถ้าใครเห็นสภาพมีความชัดเจนว่าปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นชายหาด


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...