xs
xsm
sm
md
lg

จัดแถลงข่าว “ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา” ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตด้านการเกษตร

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยะลา - จังหวัดยะลา จัดงานแถลงข่าว “ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา” ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตด้านการเกษตร สนับสนุนเกษตรกรพัฒนาคุณภาพ

วันนี้ (21 ก.ค.) ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายจำนงค์ เพชรอนันต์ เกษตรจังหวัดยะลา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนทุเรียน พร้อมด้วยผู้ประกอบการในพื้นที่ จ.ยะลา ได้ร่วมกันจัดงานแถลงข่าว “ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา” โดยภายในงานแถลงข่าวได้มีการนำเอาผลผลิตจากทุเรียน ทั้งทุเรียนสด และทุเรียนแปรรูป มาจัดแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชิมรสชาติของทุเรียนที่ปลูกในพื้นที่ จ.ยะลา ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนสด ไอติมทุเรียน ซาลาเปาทุเรียน ทุเรียนเชื่อม ขนมหม้อแกงทุเรียน และแกงส้มทุเรียน นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาเรื่องสถานการณ์ทุเรียนใน จ.ยะลา อีกด้วย


นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า จังหวัดยะลา เป็นแหล่งปลูกทุเรียน และมีปริมาณผลผลิตมากที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง และเป็นแหล่งปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่มีคุณภาพ ปี 2563 มีเนื้อที่ปลูกทุเรียน 73,890 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว 53,621 ไร่ ครัวเรือนผู้ปลูก 25,326 ครัวเรือน ผลผลิตรวม 53,031 ตัน สร้างรายได้รวม 2,000 ล้านบาท โดยเนื้อที่ปลูกกระจายทั่วทุกพื้นที่ ลักษณะการปลูกข้างบ้าน สวนผสม และปลูกร่วมพืชอื่นๆ ส่วนสภาพการผลิตเชิงการค้าที่เป็นสวนเดี่ยว มีแหล่งปลูกที่สำคัญในพื้นที่ อ.เบตง อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา ซึ่งเป็นพื้นที่สูง และภูเขา ท่ามกลางผืนป่าธรรมชาติ หุบเขา สายน้ำ ทะเลสาบบนภูเขา และทะเลหมอก โอบล้อมด้วยผืนป่าฮาลาบาลา คือพื้นที่ปลูกทุเรียนของ จ.ยะลา ที่เป็นแหล่งบ่มเพาะทุเรียนคุณภาพ ปลอดภัยจากสารเคมี มีลักษณะพิเศษคือ เนื้อแห้ง เหนียวนุ่ม รสชาติหอม หวาน ที่มีฉายาว่า “ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา”

ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวอีกว่า ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา สร้างรายได้แก่ชาวสวนทุเรียนยะลาประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มที่เกษตรกรต้องการปลูกเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ จ.ยะลา “คุณภาพชีวิตมั่นคง เกษตรมั่งคั่ง ท่องเที่ยวยั่งยืน” โดยจังหวัดยะลา ได้กำหนด 1 ในยุทธศาสตร์จังหวัดยะลา คือยะลาเมืองทุเรียน (Yala Durian City) กำหนดเป้าหมายให้ จ.ยะลา เป็นเมืองทุเรียนแห่งภาคใต้ตอนล่าง โดยมีแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตทุเรียนแบบครบวงจร ตั้งแต่ 1.พัฒนาขีดความสามารถของชาวสวนทุเรียน 2.รวมกลุ่มบริหารจัดการทุเรียน 3.เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียนทั้งทางด้านลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และพัฒนาคุณภาพผลผลิต 4.สนับสนุนศูนย์คัดแยกผลไม้ชุมชน และ 5.เป็นศูนย์กลางการค้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทุเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้


ด้าน นายจำนงค์ เพชรอนันต์ เกษตรจังหวัดยะลา กล่าวว่า ในด้านการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตทุเรียน มีการขับเคลื่อน “ยะลาเมืองทุเรียน” ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรต่างๆ ดำเนินการในเชิงบูรณาการ ทั้งในส่วนงานตามนโยบาย งานตามพื้นที่ และงานตามภารกิจ สรุปโครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตทุเรียน ดังนี้

1.โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ดำเนินการใน 8 อำเภอ โดยชาวสวนทุเรียนได้รวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ทุเรียน จำนวน 21 แปลง สมาชิก 1,136 คน พื้นที่ 7,366 ไร่

2.โครงการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผล โดยจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมแก่เกษตรกร 250 ราย และจัดทำแปลงต้นแบบ

3.โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร (GAP) เป้าหมาย 261 คน โดยอบรมเกษตรกรเข้าสู่ระบบมาตรฐาน GAP ติดตามให้คำแนะนำ และตรวจประเมินแปลง

4.โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ดำเนินการ 8 อำเภอ โดยสนับสนุนการให้บริการ พัฒนาศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และจัดกระบวนการเรียนรู้จัดการดินและปุ๋ย

5.โครงการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์ และเหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ของภาคใต้ โดยกำหนดพืชเป้าหมายคือ “ทุเรียน” ดำเนินการ 8 อำเภอ โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม พัฒนาศักยภาพศูนย์คัดแยกผลไม้ชุมชน และพัฒนาบรรจุภัณฑ์

6.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรกร (ทุเรียนคุณภาพ) ตามศาสตร์พระราชาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดาริ จ.ยะลา มีเกษตรกรเข้าร่วม 447 ราย จำนวนทุเรียน 20,121 ต้น



เกษตรจังหวัดยะลา ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยการส่งเสริมในรูปแบบแปลงใหญ่ เป็นการรวมกลุ่มเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกทุเรียน ให้มีการบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อให้เกิดการรวมกันผลิต และรวมกันจำหน่าย โดยจังหวัดยะลาได้รวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่มากที่สุดในประเทศรวม 21 แปลง เกษตรกร 1,136 ราย พื้นที่ 7,366 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 989 กก./ไร่ ผลผลิตรวม 7,285 ตัน สร้างรายได้ 430 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจากการส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ทุเรียน ที่ผ่านมาส่งผลให้มีผลการดำเนินงาน 5 ด้านคือ

1.ลดต้นทุนการผลิต เกษตรกรที่เป็นสมาชิกแปลงใหญ่ทุเรียนร้อยละ 60 สามารถลดต้นทุนการผลิต 10.1% จาก 8,616 บาท/ไร่ คงเหลือ 7,750 บาท/ไร่ โดยการผสมปุ๋ยเคมีใช้เองตามค่าวิเคราะห์ดิน ผลิตน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมัก พด.ได้เอง เพื่อใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี

2.เพิ่มผลผลิต เกษตรกรที่เป็นสมาชิกแปลงใหญ่ทุเรียนร้อยละ 60 สามารถผลิตได้เพิ่มขึ้น 8.4% จาก 830 กก./ไร่ เพิ่มขึ้น 900 กก./ไร่ โดยการจัดการสวนทุเรียนที่ดีตามปฏิทินการผลิตทุเรียนคุณภาพ การจัดการระบบน้ำ การจัดการโรค และแมลงศัตรูทุเรียนแบบผสมผสาน ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม

3.พัฒนาคุณภาพ เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ทุเรียน ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตสินค้าตามระบบ GAP เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ รับรองสินค้าที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิต จึงเป็นที่ต้องการของตลาด

4.บริหารจัดการ กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ทุเรียน มีการบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็งขึ้น โดยยกระดับเป็นวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร เพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และง่ายต่อการเข้าถึงการส่งเสริม สนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งด้านองค์ความรู้ แหล่งทุน ให้เกิดการพัฒนาที่เข้มแข็งต่อไปในอนาคต

5.การตลาด โดยการเชื่อมโยงการตลาด การสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าทุเรียน ซึ่งเกษตรกรสามารถรวบรวมผลผลิตจากสมาชิกส่งตลาดออนไลน์ เฟซบุ๊ก และมีการแปรรูป เช่น ทุเรียนทอด ทุเรียนเชื่อม ทุเรียนกวน เพื่อเพิ่มมูลค่าการตลาด สามารถส่งจำหน่ายทั่วประเทศโดยทางไปรษณีย์



ด้าน นางผุสดี จ๋ายเจริญ พาณิชย์จังหวัดยะลา กล่าวถึงการบริหาร และจัดการตลาดทุเรียน ในปี 2563 ปริมาณผลผลิตทุเรียนรวม 53,031 ตัน โดยคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) ได้บริหารจัดการผลผลิตทุเรียนตามแผนการตลาดนำการผลิต ซึ่งมีช่องทางการซื้อขายผลผลิตทุเรียนหลักๆ ได้ 3 ช่องทางคือ

1.การกระจายทุเรียนภายในประเทศ จำนวน 18,942 ตัน (36%) ซึ่งมีล้งเป็นผู้รวบรวมผลผลิต ตั้งอยู่ที่ตลาด อบจ. ตลาดมลายูบางกอก ตลาดเบตง มีศูนย์คัดแยกผลไม้ชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเป็นผู้รวบรวมผลผลิต ผลผลิตเข้าสู่ Modern Trade ซึ่งมีผู้รวบรวม คือร้านทางไทย และบริษัท CP All จำกัด

2.ผ่านช่องทางการส่งออกไปยังต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบผลสด แปรรูปเป็นทุเรียนแช่แข็ง จำนวน 25,350 ตัน (48%) โดยมีบริษัท Sky All ที่ อ.เบตง บริษัท ซันโฟรเซ่นฟรุต จำกัด บริษัท ม่านกู่หวางฟู๊ด จำกัด และบริษัท ควีนโฟรเซ่นฟรุต จำกัด เป็นผู้รวบรวมผลผลิตทุเรียนในพื้นที่ จ.ยะลา เพื่อส่งออก

3.ช่องทางการแปรรูป จำนวน 8,739 ตัน (16%) โดยการแปรรูปของกลุ่มเกษตรกร และโรงงานแปรรูป อ.เบตง และ อ.บันนังสตา



ขณะที่ นางเพ็ญนุรัต โพธิ์โพ้น ประธานวิสาหกิจชุมชนจังหวัดยะลา กลุ่มผู้รับซื้อผลผลิตทางการเกษตร กล่าวว่า การส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชน เป็นภารกิจหลักอย่างหนึ่งของรัฐบาล ในอดีตรัฐบาลได้ออกกฎหมายส่งเสริมให้คนในชุมชนรวมตัวกันนำความรู้ ภูมิปัญญา และทรัพยากรที่มีในท้องถิ่น มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ เพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชน ตรงกับความต้องการของตลาด สามารถสร้างรายได้ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนในชุมชนในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชน ส่งผลให้ชุมชนพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน กฎหมายดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า “พระราชบัญญัติวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.2548” ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร มีหน้าที่รับจดทะเบียน และส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนที่ประกอบกิจการ สอดคล้องต่อภารกิจของหน่วยงาน และร่วมมือกับหน่วยงานภาคี เพื่อให้การส่งเสริม และสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนทุกประเภทกิจการ










Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...