xs
xsm
sm
md
lg

“ผอ.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม” ชี้ทหารบังคับเก็บ DNA ที่ชายแดนใต้ผิด “พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร” ชัดเจน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ (ซ้าย) นายมูฮัมหมัดอามีน หะยีรอซะ (ขวา)
ศูนย์ข่าวภาคใต้ - “ผอ.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม” ชี้ทหารบังคับเก็บ DNA ชาวบ้านที่ชายแดนใต้ทำผิด พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารปี 2540 ชัดเจน และถือเป็นการกระทำแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ล่าสุด 14 ก.ค.ที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่ อบต.ใน จ.ยะลา ก็ยังถูกละเมิดด้วย

น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงยังเดินหน้าทำการเก็บสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ (DNA) จากประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไม่ได้รับการยินยอมว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารราชการ พ.ศ.2540 มากกว่า เนื่องจากมาตรา 23 ระบุว่า หน่วยงานของรัฐจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลได้เท่าที่เกี่ยวข้อง เพื่อการทำงานงานของรัฐตามวัตถุประสงค์เท่านั้น

กรณีที่โฆษกกองทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่าจะมีการตรวจเก็บ DNA ในการตรวจคัดเลือกทหารเกณฑ์ปีนี้ หรือในระหว่างวันที่ 28 ก.ค.-9 ส.ค.2563 เรื่องนี้กองทัพต้องอธิบายให้ได้ว่า การเก็บ DNA นั้นเก็บไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร โดยมาตรา 23 วรรค 2 กำหนดให้ต้องแจ้งกับเจ้าของข้อมูลให้ชัดเจนว่า เป็นการขอข้อมูล “โดยสมัครใจ” หรือ “โดยที่มีกฎหมายบังคับ” ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังต้องระบุให้อำนาจไว้ ไม่ใช่แค่คำยินยอมที่เกิดจากความจำยอม หรืออ้างว่าตรวจโดยไม่แจ้งวัตถุประสงค์ ไม่สามารถระบุว่าจะนำหลักฐานนี้ไปทำอะไร อย่างไร โดยใคร

“การอ้างว่าเป็นแค่ข้อมูลฝ่ายความมั่นคง ยิ่งมีปัญหาใหญ่ว่าเก็บข้อมูลเอง เป็นผู้ควบคุมข้อมูลทางชีวภาพเอง เป็นผู้นำไปใช้เองด้วยอำนาจของทางการทหาร ตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง อย่างนี้เรียกได้ว่าเผด็จการเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยหน่วยงานเดียวจะอ้างฐานว่ามีคำยินยอมไม่ได้ เราไม่ควรทนการตรวจ DNA ผิดกฎหมายอีกต่อไป” ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าว

ก่อนหน้านี้ มีเหตุปิดล้อมหมู่บ้านกำปงไร ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 14 ก.ค.2563 ซึ่งเป็นปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่งคงกว่า 100 นาย มีการควบคุมตัว นายมูฮัมหมัดอามีน หะยีรอซะ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน อบต.บ้านแหร ไว้หลายชั่วโมง และทำการจัดเก็บ DNA เขาไปด้วย ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวภายในวันเดียวกัน

นายมูฮัมหมัดอามีน เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า สาเหตุที่ถูกควบคุมตัวเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือพร้อมสิ่งของอื่นๆ ที่ขนำท้ายหมู่บ้านแล้วพบว่ามีสลิปการโอนเงินที่มีชื่อของตนอยู่ ซึ่งภรรยาตนเปิดเป็นร้านให้บริการโอนเงิน จ่ายบิล เติมเงินโทรศัพท์มือถือ มีลูกค้าใช้บริการในแต่ละวันมากมายจากคนทั้งในและนอกพื้นที่ ตนยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด จึงไม่ถูกตั้งข้อหา แต่กลับยังมีการเก็บ DNA ของตนไป

“ผมถูกพูดจาข่มขู่และจัดเก็บ DNA ในภาวะจำยอม ซึ่งการเก็บ DNA นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกที่ถูกควบคุมตัว ตอนเก็บ DNA นั้นเขายังไม่ได้แจ้งผมเลยว่า ควบคุมตัวผมด้วยเหตุอะไร และยังไม่ได้ซักถามเกี่ยวกับประเด็นที่สงสัยในตัวผมเลย ซึ่งตรงนี้ผมรับไม่ได้” มูฮัมหมัดอามีนกล่าว และนี่เป็นที่มาของการไปร้องเรียนไว้ที่มูลนิธิศูนย์ทนายความ สำนักงานประจำจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2563 ที่ผ่านมา

สำหรับมูฮัมหมัดอามีน นอกจากเป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผนที่ อบต.บ้านแหรแล้ว ยังทำงานเพื่อสังคมอีกหลายบทบาทหน้าที่ต่างกันไป เช่น อ.ส.ศูนย์อำนวยการชุมชนบ้านแหรจัดการ Covid-19 อ.ส.ที่ JATI : Jaringan Menggalak Etika Islam เครือข่ายส่งเสริมจริยธรรมอิสลาม และยังเป็นช่างภาพที่ Gallery by Ameen Amanu ส่วนในอดีตเคยเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนนิคมสร้างตนเองธารโต 6 ประธานชมรมพลังเยาวชนเพื่อการศึกษา Youth Power for Education Club (YPEC) รองประธานสาขาวิชาการปกครองและสมาชิกสภานักศึกษา ม.อ.ปัตตานี นักศึกษาฝึกงานที่ Muslim attorney centre มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม เป็นต้น

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2562 ก็เคยเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นในพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 4 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา หลังปรากฏภาพข่าวว่ามีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้เข้าไปในพื้นที่เพื่อเตรียมก่อเหตุร้าย ซึ่งได้มีการเผยแพร่ข่าวสารถึงวิธีการที่ไม่เหมาะสมของฝ่ายเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจค้น ส่งผลให้ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องเดินทางลงพื้นที่เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบมาแล้ว


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...