xs
xsm
sm
md
lg

“บรรจง นะแส” ฟันธงโควิด-19 เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง ต้องปรับโครงสร้าง-กฎหมายก่อนเกิดการปะทะ (ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



.
ศูนย์ข่าวภาคใต้ - “บรรจง นะแส” ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย วิเคราะห์สถานการณ์ภาคใต้ท่ามกลางวิกฤตมากมาย ชี้โควิด-19 เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง ชี้ “ฐานการผลิต” จะมีการพูดถึงมากขึ้น เตือนอาจเกิดการปะทะเพื่อทวงความเป็นธรรม แนะปรับโครงสร้าง-กฎหมาย ใช้ข้อมูล-วิชาการช่วยแก้ปัญหา

วันนี้ (3 ก.ค.) MGR Online ภาคใต้ จัด Live สด! เจาะทุกแง่มุม “วิกฤตมากมายในบ้านเมือง คนใต้จะเอาไงกันดี” จับเข่าคุยกับนักวิเคราะห์ผู้ยิ้มเยาะได้กับทุกสถานการณ์ “บรรจง นะแส” ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย ผู้เฝ้ามองพัฒนาการภาคใต้แบบไม่ยอมเกษียณ แลกเปลี่ยนและซักถามโดย “ปิยะโชติ อินทรนิวาส” สื่อมวลชนอาวุโส

นายบรรจง วิเคราะห์ว่า ในแง่ภาพรวม โควิด-19 เป็นตัวเร่งสถานการณ์ต่างๆ ไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ แต่กลไกเดิมปรับตัวไม่ทัน จะเปลี่ยนเกือบทุกเรื่อง ใครจะคิดอยู่ๆ ประเทศปิด เครื่องบินหยุดบิน ระบบเศรษฐกิจล้มลง แต่กลไกรัฐยังเดินหน้าเหมือนเดิม เช่น นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ทำไมต้องมาเร่งโครงการ ทั้งๆ ที่อยู่ในช่วงโควิด-19 ซึ่งต้องตั้งคำถามว่า เอื้อกลุ่มทุนหรือไม่

จากนี้ไปการเปลี่ยนแปลงจะมีการพูดถึงฐานการผลิตมากขึ้น ต้องมาคุยเรื่องให้มนุษย์อยู่ได้ก่อน ประเทศไทยเรามีพร้อม แต่เราไม่ได้พูดถึงเรื่องการจัดการทรัพยากร คาดจะเกิดการปะทะกันเพื่อทวงความเป็นธรรม ในเมื่อกลไก โครงสร้าง และกฎหมายยังไม่เปลี่ยน เรื่องนี้จะเป็นการปะทะกัน โครงสร้างต้องปรับ ไม่อย่างนั้นปะทะกันแน่


ถ้ามองปักษ์ใต้บ้านเรา สมบูรณ์มาก แต่ก็เปราะบาง เช่น ป่าชายเลน ชายหาด หรืออย่างหอย การลุกขึ้นมาทวงถาม เกิดการรื้อคอกหอย ต่อไปจะถามเรื่องที่ดินว่า ทำไมบางคนมีเป็นแสนๆ ไร่ แต่หลายคนไม่มีที่ดิน จะมีการเรียกร้อง ทวงถาม จะมีการตั้งคำถาม เช่น ที่ อ.จะนะ ใครเป็นคนกำหนด ใครเป็นคนคิด ชาวบ้านรู้หมดว่าเรื่องราวมาอย่างไร รัฐประมาทพลังร้านน้ำชาไม่ได้ ไปหลอกเขาไม่ได้

เรื่องหอยที่ จ.สุราษฎร์ฯ สมาคมรักษ์ทะเลไทยเคยไปตั้งสำนักงานเพื่อศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เคยพบปัญหานี้เมื่อ 15 ปีแล้ว ใครไปแตะเรื่องนี้ จะมีคนมาห้าม แล้วหนองแตกตอนโควิด-19 เพราะคนกลับจากกรุงเทพฯ กรีดยางได้วันละ 200 งมหอยได้วันละ 600 บาท คิดว่าคนจะทำอะไร เรื่องนี้เกิดจากตำรวจไปไถชาวบ้าน แต่รถสีขาวนั่นรถกำนัน

สื่อลุยจนเสี่ยงลูกปืน อีกคนคือ ผบ.ทร. ที่ตรงไปตรงมา ที่ลงมาฟันธง อีกส่วนหนึ่งก็สังคมสาธารณะด้วย มาสร้างขนำ 4-5 ล้าน สังคมก็ตั้งคำถามว่า คุณมีสิทธิอะไรในพื้นที่สาธารณะ และเรื่องการใช้อำนาจ ถูกหงายออกมา ดังนั้น ธุรกิจนี้ต้องทำให้ถูกต้อง มีการบริหารจัดการตามกฎหมาย เพราะสุราษฎร์ฯ ไม่ได้มีแต่หอย คุณไปห้ามเขาไม่ให้เข้าพื้นที่ ไม่ได้ อยากเลี้ยงหอยก็ควรได้เลี้ยง แต่ไม่ใช่มือใครยาวสาวได้สาวเอา ต้องมาดูว่ากระจายคนละกี่ไร่ หากทำอย่างนี้ ความขัดแย้งจะน้อยลง


ส่วนเรื่องประมง วิกฤตมานาน แต่หนองเพิ่งแตก ย้อนไปตั้งแต่ปี 2557 ที่โดนมาตรการของอียู ใครทำประมงผิดกฎหมาย เขาไม่รับสินค้า ไทยโดนใบเหลืองแล้ว คสช.เข้ามา เขาเตือนตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่ไม่ทำอะไรเลย ประมงไทยมีมูลค่า 3 แสนกว่าล้านบาทต่อปี จะทำอย่างไร รัฐบาลก็ต้องป้องกัน เพราะมีผลกระทบมาก ที่ใหญ่มากคือ ทูน่ากระป๋อง และกุ้ง เกิดวิกฤต คสช.จึงตัดสินใจใช้มาตรการแรง

ประมงเหมือนแก๊งใหญ่ๆ มีเถ้าแก่ใหญ่ สมมติมีเรือ 50 ลำๆ ละ 15-20 คน เท่ากับมีกองกำลังในมือเป็นพันคน มีขุมกำลังทางคะแนนเสียง ทางออกมี เช่น อวนลาก ขยายตาได้ไหม เพื่อลูกปลา พอทำก็กระทบเขา แค่เอาชื่อออกมาบอก รายชื่ออยู่ในกรมประมง มีชื่อเขา ก็เลยฟ้อง ตอนนั้น สึนามิไปขอชดเชยกับรัฐบาล กรมประมงจับได้ว่า ที่บอกพังยังวิ่งอยู่นี่หว่า ฎีกาบอกให้คืนเงิน พรรคพวกในกรมประมงบอกให้ช่วยทวง ผมเอาคำพิพากษามาโพสต์ เขาก็เลยฟ้อง

ประมงเคยเดินไปในทิศทางไหน เราวางเป้า ต้องยอมรับว่าทะเลเป็นแหล่งอาหารโปรตีนของคนในสังคม สองเป็นรายได้ ต้องมีฐานข้อมูลก่อน ของเราสปีชีส์เยอะ แต่ก็ทำได้ ทำให้เราไม่ต้องไปจับลูกปลา เลี้ยงคนไทยได้ ส่งออกได้ แต่ต้องไม่จับลูกปลา ใช้งานวิชาการที่เป็นวิทยาศาสตร์ องค์ความรู้ต่างๆ มีงานวิจัยมากพอ คนที่เอานโยบายไปปฏิบัติต้องก้าวข้ามผลประโยชน์ ข้ามหัวคะแนน เรื่องทะเลต้องใช้วิชาการ

สุดท้ายสำหรับคนใต้ ถ้าเป็นผม หากนิคมอุตสาหกรรมมาใกล้บ้านผม ผมเลือกสู้กับคุณ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในระยะยาว การพัฒนาต้องมี แต่ต้องยั่งยืน ถามป๊ะที่ ต.สะกอม อ.จะนะ ป๊ะจะทำอย่างไร ป๊ะบอกว่า “การต่อสู้เป็นหน้าที่ของเรา แพ้ชนะเป็นเรื่องของพระผู้เป็นเจ้า”



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...