xs
xsm
sm
md
lg

ฉก.กรมการปกครองบุกทลายบ่อนพนันในภูเก็ตวันเดียว 2 จุด ลักลอบเล่นไม่เกรงกลัวกฎหมาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ทลาย 2 จุด บ่อนพนันในภูเก็ต เหิมเปิดให้บริการหลังคลายล็อกเฟส 4 ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองลงพื้นที่ร่วมกับ ตร.ในพื้นที่บุกจับนักพนันกว่า 80 คน มีเงินหมุนเวียนบ่อนละ 1 ล้านบาท



เมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้ (30 มิ.ย.) ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (ศกปค.) กระทรวงมหาดไทย นำโดย นายรณรงค์ ทิพย์สิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พร้อมด้วยพนักงานฝ่ายปกครองอำเภอเมือง ตร.สภ.เมืองภูเก็ต และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เปิดปฏิบัติการ “ดีบุก” ขอหมายศาลบุกเข้าทลายบ่อนกลางเมืองภูเก็ต และบ่อนพนันในพื้นที่ อ.ถลาง

หลังจากมีประชาชนร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม และร้องผ่านสื่อมวลชนหลายสำนัก ว่า มีบ่อนการพนันผุดขึ้นจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเปิดเป็นบ่อนพนันโปปั่น หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “บ่อนกุ้ง-ปลา” และเปิดให้นักพนันเข้าไปเสี่ยงโชคทั้งวันทั้งคืน โดยไม่สนใจคำสั่งปิดแหล่งมั่วสุม ห้ามรวมกลุ่ม ระยะหัวเลี้ยวหัวต่อการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่อย่างใด


หลังได้รับการร้องเรียน กรมการปกครอง ได้ส่งพนักงานฝ่ายปกครองเข้าไปทำการสืบสวน และเข้าตรวจสอบ พบว่า บ่อนพนันจุดแรกตั้งอยู่กลางเมืองภูเก็ต จึงได้ร่วมวางแผนกับทาง พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต และ ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ตรวจสอบบริเวณลานกว้างหลังตึก ย่านพูนผลไนท์พลาซ่า ถนนพูนผล ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต

พบว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันโปปั่น หรือที่ชาวบ้านเรียกว่ากุ้ง ปลา แมงดา ดอกไม้ ซึ่งเป็นการพนันยอดนิยมบนเกาะภูเก็ต สภาพบ่อนเป็นพื้นที่โล่ง มีการล้อมรั้วด้วยสังกะสีรอบทิศทางเพื่อปิดบังสายตาคนทั่วไป โดยมีทางเข้าเป็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ สามารถรองรับรถยนต์กว่า 30 คัน ขับเข้าไปจอดเพื่อเล่นพนันภายในบ่อนได้


นอกจากนั้น ยังจัดให้มีคนเฝ้าประตูคอยดูต้นทางตลอดเวลา เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปด้านใน พบรถยนต์ และรถจักรยานยนต์จอดเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่ภายในอาคารพบนักพนันที่รวมตัวกันเล่นพนันกันอย่างขมักเขม่น เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ต่างพากันแตกตื่น ทิ้งสิ่งของวิ่งหนีกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง แต่เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังไว้รอบด้าน ปิดทางหนีทุกด้าน โดยสามารถรวบตัวนักพนันได้ 45 คน แยกเป็น ชาย 30 คน และหญิง 15 คน พร้อมเงินของกลาง 62,420 บาท และทองคำหนัก 1 บาท


ส่วนจุดที่ 2 อยู่ที่บริเวณใกล้สี่แยกเขาล้าน ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง เป็นบ่อนที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่โล่ง มีรั้วสังกะสีปิดกั้นป้องกันเพื่อไม่ให้คนภายนอกมองเห็น โดยมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดอยู่ภายในจำนวนมาก ตรวจสอบภายในบ่อนพบนักพนันกำลังรวมกลุ่มเล่นพนันอย่างครึกครื้น และมีนักพนันจากภายนอกเดินเข้าออกบ่อนตลอดเวลา เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ต่างแตกตื่นและพยายามจะวิ่งหนี แต่ไม่รอด เนื่องจากได้มีการจัดกำลังล้อมไว้หมดทุกด้าน โดยสามารถจับกุมนักพนันได้ จำนวน 42 คน แยกเป็นชาย 22 คน และหญิง 20 คน รวมเงินของกลางในบ่อน จำนวน 64,260 บาท นอกจากนี้ ยังพบบัญชีเงินหมุนเวียนบ่อนละกว่า 1 ล้านบาทต่อวัน


สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ทั้ง 2 จุด มีนักพนันรวมกัน จำนวน 87 คน เงินของกลาง 126,680 บาท จากนั้นได้นำตัวผู้ถูกจับทั้งหมดมาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองภูเก็ต และที่ว่าการอำเภอถลาง ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักลอบจัดให้มีการเล่นอันระบุไว้ใน บัญชี ก. หมายเลข 2 (โปปั่น) เพื่อพนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย และฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง เปิดเผยว่า บ่อนพนันทั้ง 2 แห่ง ที่เข้าจับกุมเคยเปิดเป็นบ่อนพนันมานานแล้ว และมีชาวบ้านในพื้นที่เขาเดือดร้อนจนนำมาร้องเรียนออกสื่อมวลชนเป็นข่าวใหญ่โต ทำให้บ่อนปิดตัวไปชั่วคราว แต่พอเรื่องเงียบก็กลับมาเปิดใหม่ซ้ำอีกครั้งในสถานที่เดิม โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย แม้จะอยู่ในสถานการณ์ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ตาม


จากการตรวจสอบ พบว่า บ่อนพนันทั้ง 2 แห่งนี้เปิดพร้อมกับมาตรการการคลายล็อก เฟส 4 และมีการปล่อยให้นักพนันเข้ามั่วสุมเล่นพนันกันได้โดยไม่มีการคัดกรองป้องกันโรคแต่อย่างใด นอกจากนี้ จะได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยว่า เป็นการฟอกเงินหรือไม่ เนื่องจากเบื้องต้นพบเส้นทางการเงินที่หมุนเวียนจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า บ่อนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับใครบ้าง


นายรณรงค์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่ามีมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง หรืออ้างเป็นนายหน้าตัวแทน ออกตระเวนตบทรัพย์เรียกรับผลประโยชน์จากบ่อนการพนัน และธุรกิจสีเทาต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และมีผู้ยินยอมจ่าย จึงขอประกาศให้ทราบว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษไม่มีนโยบายในการเรียกทรัพย์สินกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจผิดกฎหมายเพื่อรับเคลียร์ใดๆ ทั้งสิ้น โดยมีกำลังพลเพียง 30 นาย และมีภารกิจปฏิบัติการในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ไม่มีเวลาที่จะไปตระเวนเรียกรับผลประโยชน์


และหากทราบว่าสถานประกอบการสีเทาใดที่จ่ายหรือเคลียร์กับกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว จะเข้าจับกุมสถานประกอบการนั้นทันที ทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ปฏิบัติงานภายใต้กรอบภารกิจ คือ กรณีมีผู้ร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนผ่านศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย และหรือศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล และได้มีการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้วว่ามีมูล ภารกิจที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงสั่งการ และภารกิจที่หน่วยงานของรัฐมีหนังสือประสานร้องขอมาอย่างเป็นทางการ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...